
ธุรกิจบันเทิงไทยพร้อมเจาะทุกตลาด
โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ
โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ
หากมองในระดับอาเซียน ธุรกิจบันเทิงถือเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ไทยมีความแข็งแกร่งมาก ตั้งแต่การผลิตภาพยนตร์ การตัดต่อ สถานที่ถ่ายทำ การผลิตแอนิเมชั่น คอมพิวเตอร์กราฟฟิก การผลิตหนังโฆษณา รวมถึงธุรกิจด้านอุปกรณ์เครื่องมือในการถ่ายทำสื่อบันเทิงต่างๆ
เมื่อวัดกันที่ผลงาน ก็ต้องยอมรับว่าประชาชนในประเทศเพื่อนบ้านสามารถเข้าถึงสื่อจากเมืองไทยได้ง่าย ชื่นชอบละครไทย ดูภาพยนตร์ไทย แถมนักแสดงไทยยังมีแฟนคลับชาวอาเซียนจำนวนมาก
จตุพร วัฒนสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักธุรกิจบริการและโลจิสติกส์ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ มองว่า ไทยไม่ได้เป็นสองรองใครในอุตสาหกรรมบันเทิง ทั้งในแง่การผลิตและการเป็นสถานที่ถ่ายทำสำหรับผู้ผลิตต่างประเทศ เพราะไทยมีความพร้อมทุกด้านทั้งบุคลากรที่มีความสามารถ เครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ที่ทันสมัย สถานที่ถ่ายทำ ซึ่งมีทั้งแบบธรรมชาติ รวมถึงฉากการถ่ายทำแบบจำลอง ทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมนี้เลยก็ว่าได้
จุดเด่นของไทยอยู่ที่การตัดต่อ ธุรกิจโฆษณาการทำคอมพิวเตอร์กราฟฟิก โดยเฉพาะการถ่ายทำเส้นผม การผลิตเรื่องเหนือธรรมชาติ ที่คนไทยสามารถทำได้ดีมาก และที่ผ่านมามีบริษัทต่างชาติจ้างคนไทยผลิตโฆษณาหลายเรื่อง หรือบางรายจ้างให้ตัดต่อ ทำกราฟฟิก แม้ว่าอาจไม่เป็นที่รู้จักกันในวงกว้าง แต่คนในวงการถือว่าคนไทยมีฝีมือโดดเด่นมาก
หากมองในมุมของการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน การรับสื่อบันเทิงระหว่างกันถือเป็นการถ่ายทอดวัฒนธรรม ความคิด ชีวิตความเป็นอยู่ ให้คนชาติอื่นได้เรียนรู้และซึมซับไปโดยไม่รู้ตัว ซึ่งจะส่งผลต่อการบริโภคสินค้า การซื้อสินค้า คล้ายกับที่ประเทศเกาหลีใต้ใช้สื่อบันเทิงเป็นตัวชี้นำการบริโภคของลูกค้าทั่วโลกให้หันมาซื้อสินค้าเกาหลี
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ประเทศอื่นที่เป็นสมาชิกอาเซียนยังมีศักยภาพการผลิตไม่เข้มแข็ง ดังนั้น ช่วงแรกอาจต้องสร้างความร่วมมือระหว่างกันมากขึ้น ซึ่งตอนนี้มีหลายประเทศเข้ามาติดต่อขอความร่วมมือจากไทย
ตัวอย่างเช่น ประเทศเมียนมาร์เริ่มเปิดตลาด และสร้างความร่วมมือกับไทยมากขึ้นมีการขอใช้สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ที่เมืองไทย หรือให้ไทยไปถ่ายทำภาพยนตร์ที่เมียนมาร์ เพื่อหาโอกาสการร่วมทุนผลิตภาพยนตร์ป้อนตลาดท้องถิ่นของเมียนมาร์ เพราะประเทศเพื่อนบ้านของไทยรายนี้ยังไม่เปิดรับภาพยนตร์จากต่างประเทศมากนัก
ด้านประเทศลาวได้มีความร่วมมือกับไทยเช่นกัน เช่น การให้นักแสดงลาวมาแสดงในภาพยนตร์ไทย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นความร่วมมือระดับเอกชนกับเอกชน
“การรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน สิ่งสำคัญคือ ความร่วมมือกัน เป็นห่วงโซ่การผลิตให้กันและกันซึ่งในอุตสาหกรรมบันเทิงก็สามารถทำแบบนั้นได้ เช่น ในธุรกิจเครื่องมืออุปกรณ์ที่ทันสมัย ไทยสามารถให้ประเทศเพื่อนบ้านเช่าใช้ได้ หรือการแลกเปลี่ยนนักแสดงเข้าไปถ่ายทำในประเทศอื่นของอาเซียน หรือการรับคนจากต่างประเทศเข้ามาฝึกงาน ซึ่งจะทำให้เกิดการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และช่วยกันพัฒนา”จตุพร กล่าว
ขณะเดียวกัน ปัจจุบันการนำภาพยนตร์ไทยไปเปิดตลาดในอาเซียนมีอยู่แล้วค่อนข้างมาก เช่น ในอินโดนีเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ เนื่องจากคนเอเชียด้วยกันสามารถเข้าใจมุมมองต่างๆ ได้ค่อนข้างง่ายแต่การนำภาพยนตร์ไปทำตลาดในแต่ละประเทศก็มีความแตกต่างกัน
ภาพยนตร์ส่วนใหญ่ที่นำไปขายแล้วค่อนข้างประสบความสำเร็จ คือภาพยนตร์สยองขวัญหรือหนังผี ที่ค่อนข้างเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้าในอาเซียน ส่วนการนำหนังอาเซียนเข้ามาทำตลาดในเมืองไทยยังมีน้อย เพราะตลาดภาพยนตร์ในไทย 50% ยังเป็นหนังฝรั่ง อีก 50% เป็นหนังไทย ซึ่งเป็นผลจากประเทศอื่นๆยังผลิตภาพยนตร์น้อย
ทว่า เมื่อมองไปในอนาคต จตุพรเชื่อว่าน่าจะเห็นความร่วมมือกันในอุตสาหกรรมบันเทิงมากกว่านี้ และจะเห็นผู้ประกอบการไทยออกไปทำงานในประเทศอาเซียนมากขึ้น







