
SMEญี่ปุ่นแบกต้นทุนเพิ่ม
เงินเยนอ่อนค่าทำฝนตกไม่ทั่วฟ้ารายย่อยโอดต้นทุนแพงคนไม่กล้าใช้จ่าย
เงินเยนอ่อนค่าทำฝนตกไม่ทั่วฟ้ารายย่อยโอดต้นทุนแพงคนไม่กล้าใช้จ่าย
ภาคเอสเอ็มอีญี่ปุ่นวอนนายกฯ เร่งช่วยเหลือ ครวญเงินเยนอ่อนค่าช่วยแค่ตลาดหุ้นธุรกิจรายใหญ่
บลูมเบิร์ก รายงานว่า แม้การดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ของนายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ แห่งญี่ปุ่น จะช่วยให้ตลาดหุ้นและภาคการส่งออกของประเทศฟื้นตัวได้อย่างคึกคัก ทว่าบรรดาผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ทั่วประเทศ กลับยังไม่ได้รับประโยชน์จากนโยบายดังกล่าว ซ้ำยังได้รับผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าที่แพงขึ้นอีกด้วย
โคเฮตสึ วาตานาเบะ ผู้ประกอบการบริษัทผลิตชิ้นส่วนเครื่องจักร ไดเกียว ไซกิ กล่าวว่า ทางบริษัทซึ่งมีพนักงานทั้งหมด 17 คนนั้น ไม่ได้จ่ายโบนัสมา 5 ปีแล้วตั้งแต่ปี 2551 และได้ร้องขอให้อาเบะเร่งให้ความช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอี ซึ่งมีสัดส่วนถึง 70% ของอุตสาหกรรมทั่วประเทศโดยเร็ว ในระหว่างที่ผู้แทนภาคเอสเอ็มอีร่วมกับแขก 1.2 หมื่นคน ได้เข้าพบผู้นำญี่ปุ่นระหว่างงานเลี้ยงชมดอกซากุระเมื่อเดือนที่ผ่านมา
“ตลาดหุ้นกับค่าเงินเยนอาจฟื้นตัวดีขึ้นก็จริง แต่ภาคเศรษฐกิจที่แท้จริงนั้นกลับแตกต่างกันคนละเรื่อง เป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำให้ผมวางใจและมองโลกในแง่ดีได้” วาตานาเบะ กล่าว
การดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งทางด้านการเงินและการคลังอย่างต่อเนื่อง จนส่งผลให้เงินเยนญี่ปุ่นอ่อนค่าลงต่ำสุดในรอบ 4 ปีครึ่ง ไปแตะระดับ 103 เยนต่อเหรียญสหรัฐนั้น ช่วยให้ภาคการส่งออกกลับมาทำกำไรได้อย่างคึกคักในไตรมาสที่ผ่านมา ทว่าธุรกิจจำนวนมากในประเทศก็ต้องเผชิญผลกระทบด้านการนำเข้าเช่นกัน โดยเฉพาะการพลังงานและต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าที่แพงขึ้น
“หากไม่มียุทธศาสตร์การเติบโตอย่างแข็งแกร่งในอนาคต ญี่ปุ่นก็จะเริ่มรู้สึกถึงความเจ็บปวดจากเงินเยนที่อ่อนค่าลง ญี่ปุ่นไม่สามารถอัดฉีดมาตรการการเงินและการคลังไปได้ตลอด ดังนั้นหากอาเบะยังไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ การอัดฉีดทางการเงินก็จะกลายเป็นการบิดเบือนเศรษฐกิจไปในที่สุด” เทตสึฟูมิ ยามากาวะ หัวหน้าฝ่ายวิจัยของธนาคารบาเคลย์ส สาขาญี่ปุ่น กล่าว
ทั้งนี้ ความกังวลของภาคเอสเอ็มอีญี่ปุ่น ซึ่งพึ่งพาแรงซื้อภายในประเทศเป็นหลักนั้นยังมาจากปัจจัยที่รัฐบาลเตรียมขึ้นภาษีการขายในปีหน้า ขณะที่การอ่อนค่าลงของเงินเยนยังฉุดแรงซื้อของคนในประเทศลง นอกจากนี้กลุ่มผู้สูงอายุซึ่งเป็นกลุ่มที่ถือครองสินทรัพย์ภาคครัวเรือนมากที่สุดในญี่ปุ่นนั้น ยังกังวลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อจนอาจชะลอการใช้จ่ายลงด้วย







