
การเก็บค่าธรรมเนียมกรณีกสทช.บีเอฟเคที
กรณีที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ได้มีมติไม่ร้องทุกข์กล่าวโทษบริษัท บีเอฟเคที (ประเทศไทย) จากการเป็นผู้ให้เช่าเครื่องและอุปกรณ์โทรคมนาคมแก่บริษัท กสท โทรคมนาคม หรือ กสทฯ เพียงรายเดียว จึงไม่ถือเป็นผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมที่ต้องได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 นั้น มีผู้สันทัดกรณีบางท่านได้ให้ความเห็นว่า เป็นสิ่งที่ทำให้ กสทช. เองต้องประสบปัญหาในการดำเนินการกับบีเอฟเคทีตามประกาศ กสทช. เรื่องการใช้โครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมร่วมกันสำหรับโครงข่ายมือถือ รวมทั้งประสบปัญหาในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามร่างประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์จัดเก็บค่าธรรมเนียมบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม (USO) และค่าธรรมเนียมใบอนุญาต เพราะเมื่อถือว่าการดำเนินกิจการของบีเอฟเคทีไม่เป็นกิจการโทรคมนาคม ย่อมทำให้ผู้ให้บริการรายอื่น ทั้ง AIS และ DTAC สามารถยกมาเป็นข้ออ้างเพื่อให้ได้รับการยกเว้นบ้าง
กรณีที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ได้มีมติไม่ร้องทุกข์กล่าวโทษบริษัท บีเอฟเคที (ประเทศไทย) จากการเป็นผู้ให้เช่าเครื่องและอุปกรณ์โทรคมนาคมแก่บริษัท กสท โทรคมนาคม หรือ กสทฯ เพียงรายเดียว จึงไม่ถือเป็นผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมที่ต้องได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 นั้น มีผู้สันทัดกรณีบางท่านได้ให้ความเห็นว่า เป็นสิ่งที่ทำให้ กสทช. เองต้องประสบปัญหาในการดำเนินการกับบีเอฟเคทีตามประกาศ กสทช. เรื่องการใช้โครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมร่วมกันสำหรับโครงข่ายมือถือ รวมทั้งประสบปัญหาในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามร่างประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์จัดเก็บค่าธรรมเนียมบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม (USO) และค่าธรรมเนียมใบอนุญาต เพราะเมื่อถือว่าการดำเนินกิจการของบีเอฟเคทีไม่เป็นกิจการโทรคมนาคม ย่อมทำให้ผู้ให้บริการรายอื่น ทั้ง AIS และ DTAC สามารถยกมาเป็นข้ออ้างเพื่อให้ได้รับการยกเว้นบ้าง
ความแตกต่างระหว่างบีเอฟเคทีกับบริษัทผู้ให้บริการรายอื่นนั้น อยู่ที่ผู้ประกอบการรายอื่นมีการดำเนินการที่เป็นการประกอบกิจการโทรคมนาคมแก่ประชาชนผู้ใช้บริการปลายทางเป็นการทั่วไปอย่างชัดเจน ทั้งในด้านการใช้คลื่นความถี่ตามสัญญาสัมปทานที่ทำกับหน่วยงานของรัฐ และการใช้โครงสร้างพื้นฐานอื่น เช่น เสาสัญญาณ สายส่งสัญญาณ เป็นต้น แต่สำหรับกรณีของบีเอฟเคทีเห็นได้ชัดว่ามีบทบาทเป็นเพียงผู้ให้เช่าเครื่องและอุปกรณ์โทรคมนาคม ซึ่งมีลักษณะเฉพาะเจาะจงแก่ กสทฯ เพียงรายเดียวเท่านั้น ไม่ใช่โดยทั่วไป ซึ่งเป็นแนวการตีความที่สอดคล้องกับความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา และสำนักงานอัยการสูงสุด
การที่ กสทช. ไม่สามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมต่างๆ จากบีเอฟเคทีได้ เพราะถือว่าบีเอฟเคทีไม่ได้เป็นผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมนั้น ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ กสทช. ขาดรายได้จากค่าธรรมเนียมต่างๆ เหล่านี้ไป เพราะในเมื่อบีเอฟเคทีเป็นผู้ให้เช่าเครื่องและอุปกรณ์โทรคมนาคมแก่ กสทฯ เพียงรายเดียว ในขณะที่ กสทฯ เป็นผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม กสทช. จึงย่อมกำหนดเรียกเก็บค่าธรรมเนียมต่างๆ จาก กสทฯ และจากผู้ขายต่อบริการของ กสทฯ ได้ทั้งจำนวน รวมทั้งบังคับเรื่องการใช้โครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมร่วมกันสำหรับโครงข่ายมือถือกับ กสทฯ ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งโครงข่ายนี้ก็คือโครงข่ายที่รวมอุปกรณ์ทุกอย่างที่บีเอฟเคทีเป็นผู้ให้เช่าแก่ กสทฯ อย่างครบถ้วนแล้วนั่นเอง
ถ้าบีเอฟเคทีต้องจ่ายค่าธรรมเนียมต่างๆ ต้นทุนในการดำเนินงานของ กสทฯ ย่อมต้องเพิ่มขึ้น และต้องเพราะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อนแทนที่จะ กสท. จะจ่ายค่าธรรมเนียมเพียงครั้งเดียว ค่าธรรมเนียมที่ซ้ำซ้อนนั้นย่อมผลักภาระให้มาเรียกเก็บจากผู้ใช้บริการ ซึ่งก็คือประชาชนผู้บริโภค ซึ่งค่าและต้องเป็น ผู้จ่ายค่าบริการที่สูงขึ้นนอกจากนี้แล้วหากมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมต่าง ๆ เป็นชั้น ๆ ที่ซ้ำซ้อนกันสำหรับต้นทุนการให้บริการอันเดียวกัน จากทั้งบีเอฟเคทีและ กสท. แล้ว ค่ธรรมเนียมที่ซ้ำซ้อนดังกล่าวก็ไม่มีผู้ใดสามารถจะขอรับคืนได้ ไม่เหมือนระบบของภาษีมูลค่าเพิ่ม
แต่หาก ซึ่งเป็นกรณีที่แตกต่างกับ (Value Added Tax หรือ VAT) ที่ผู้ประกอบกิจการในแต่ละช่วงที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วจะขอหักภาษีคืนได้ ทำให้ระบบของภาษีมูลค่าเพิ่มมีการเรียกเก็บจากผู้ประกอบการทุกชั้นได้โดยที่ไม่มีปัญหาการเรียกเก็บภาษีซ้ำซ้อนความเห็นของผู้สันทัดกรณีดังกล่าว แม้จะมีเจตนาที่ดีที่จะให้ กสทช. เรียกเก็บค่าธรรมเนียมต่างๆ เพิ่มขึ้น ก็ดูจะสวนทางกับนโยบายคุ้มครองผู้บริโภคของ กสทช. เพราะจะทำให้ผู้ใช้บริการต้องเสียค่าบริการเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น ทั้งที่ กสทช. สามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมต่างๆ ได้ครบถ้วนอยู่แล้วตามระเบียบที่มีอยู่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรพิจารณา เพราะมีความสำคัญต่อการสร้างความเชื่อมั่นและความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในธุรกิจโทรคมนาคมในประเทศไทย







