posttoday
5หมูยูโรโซนตัวไหนฟื้น-ฟุบ

5หมูยูโรโซนตัวไหนฟื้น-ฟุบ

22 พฤษภาคม 2556

5 หมูยูโรโซน: ตัวไหนฟื้น ตัวไหนฟุบวิกฤตหนี้สาธารณะของยูโรโซนเริ่ม “คุกรุ่น” ขึ้นเมื่อประมาณปลายปี 2553 ภายหลังจากวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์เพียง 12 ปี โดยประเทศที่จุดชนวนความหวั่นวิตกของเสถียรภาพของเงินสกุลยูโร คือ กรีซ

5 หมูยูโรโซน: ตัวไหนฟื้น ตัวไหนฟุบวิกฤตหนี้สาธารณะของยูโรโซนเริ่ม “คุกรุ่น” ขึ้นเมื่อประมาณปลายปี 2553 ภายหลังจากวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์เพียง 12 ปี โดยประเทศที่จุดชนวนความหวั่นวิตกของเสถียรภาพของเงินสกุลยูโร คือ กรีซ

ทั้งนี้เพราะทำให้ประเทศในแถบยุโรปใต้ที่ใช้เงินสกุลยูโรเป็นเงินสกุลหลัก ซึ่งได้แก่ โปรตุเกส (Portugal) อิตาลี (Italy) กรีซ (Greece) และสเปน (Spain) ถูกจับตามองเป็นพิเศษ เพราะมีปัญหาด้านโครงสร้างที่ใกล้เคียงกัน คือ มีรายจ่ายผูกพันของภาครัฐจำนวนมาก ทำให้เกิดการขาดดุลงบประมาณ และมีหนี้สาธารณะต่อจีดีพีในสัดส่วนที่สูงมาก (เกิน 100%) ส่งผลให้มีอัตราการว่างงานในระดับสูง และเศรษฐกิจมีการชะลอตัวจนถึงขั้นถดถอย

ประเทศทั้งสี่ถูกผูกโยงกันเป็นกลุ่ม “หมู” หรือ PIGS เป็นการนำอักษรย่อของทั้งสี่ประเทศมาผูกรวมกัน ซึ่งต่อมาประเทศไอร์แลนด์ (Ireland) ที่อยู่ในกลุ่มยูโรโซนเช่นกัน ก็ประสบปัญหาสภาพคล่อง จนต้องเข้ารับการช่วยเหลือจาก IMF (International Monetary Fund) หรือกองทุนการเงินระหว่างประเทศ และสหภาพยุโรป จึงถูกรวมให้เป็นอีกประเทศหนึ่งในกลุ่มหมู หรือ PIIGS

หลังจากกรีซและไอร์แลนด์ ประเทศโปรตุเกสก็ต้องตามเข้า “ค่ายกักกัน” ของ IMF เพราะเมื่อต้องรับการช่วยเหลือของกองทุนฯ นี้ ซึ่งก็คือต้อง “ขอเงินช่วยเหลือ” ก็ต้องยอมรับมาตรการ “คุมประพฤติ” ของ IMF คือต้องรัดเข็มขัด โดยการลดค่าใช้จ่ายภาครัฐและขึ้นภาษี ตลอดจนแปรรูปรัฐวิสาหกิจ (หรือขายทรัพย์สิน) เพื่อหารายได้

ส่วนสเปนแม้จะต้องรับการช่วยเหลือจากสหภาพยุโรป แต่ก็ไม่ถึงกับต้องเข้าค่าย IMF ส่วนอิตาลียังสามารถเอาตัวรอดอยู่ได้ แม้จะมีปัญหาการขาดดุลงบประมาณ หนี้สาธารณะในระดับสูง อัตราว่างงานสูงและเศรษฐกิจยังคงถดถอย

ส่วนประเทศที่ 4 ในกลุ่มยูโรโซนที่ต้องเข้าค่าย IMF ต่อมา คือไซปรัส (Cyprus) เกาะเล็กๆ ใกล้ๆ กับกรีซและกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ที่มีตัวอักษรย่อที่เข้าไปรวมในกลุ่ม PIIGS ไม่ได้ แต่ก็เป็น 1 ใน 4 ประเทศที่มีวิกฤตส่งผลต่อเสถียรภาพของเงินสกุลยูโร

สามประเทศในกลุ่มหมูที่ต้องขอความช่วยเหลือของ IMF คือ กรีซ ไอร์แลนด์ และโปรตุเกส ล่าสุด “ไอร์แลนด์” เป็นประเทศแรกที่ประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจโดยสถาบันการเงินของประเทศเริ่มมี “สุขภาพ” ที่ดีขึ้น และสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ โดยเจ้าหนี้ของสถาบันการเงินของไอร์แลนด์เริ่มได้รับเงินคืนบ้างแล้ว

ขณะที่โปรตุเกสก็พอมีความหวัง หรือมีศักยภาพที่จะ “ฟื้นตัว” ได้ในไม่ช้านี้ ส่วนประเทศที่ยัง “จมปลัก” และยังคงต้อง “ฟุบต่อ” คือ กรีซ ซึ่งเป็นประเทศแรกในกลุ่มที่ต้องเข้ารับการช่วยเหลือ ซึ่งก็ยังคงช่วยตัวเองไม่ได้ จนพันธบัตรภาครัฐถูกจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับ “ขยะ” มาเป็นระยะเวลาที่ค่อนข้างนาน

ปัญหาของกรีซค่อนข้างหนักหนาสาหัส ตลอดจนมาตรการรัดเข็มขัดลดค่าใช้จ่ายก็ไม่ค่อยได้ผล เพราะถูกต่อต้านจากประชาชนและถูกแทรกแซงทางการเมือง จนเป็น “ภัยคุกคาม” ต่อเสถียรภาพของเงินสกุลยูโร และการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของทั้งกลุ่มโดยรวม

จากความเกี่ยวพันของภาวะเศรษฐกิจของประเทศต่อภูมิภาค และจะส่งผลต่อเนื่องไปยังสภาพเศรษฐกิจรวมของโลก ถ้ากรีซยังไม่สามารถสะสางปัญหาภายในได้ ย่อมส่งผลต่อความเชื่อมั่น ตลอดจนการหาเงินเพื่อเสริมสภาพคล่องและกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศอื่นๆ

ดังนั้นแม้จะเป็นความหวังของการแก้ปัญหาในไอร์แลนด์และโปรตุเกส แต่ถ้ายังแก้ปัญหาของกรีซไม่ตก ทั้งสองประเทศก็อาจถูกดึงเข้าสู่ “วังวนวิกฤต” รอบใหม่ ซึ่งจะทำให้ภาวะถดถอยของกลุ่มยืดเยื้อออกไป ตลอดจนเป็นอุปสรรคของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในส่วนอื่นๆ ของโลก

เหมือน “เด็ดดอกไม้กระเทือนถึงดวงดาว” ถ้าแก้ปัญหาของกรีซไม่ได้ เศรษฐกิจโลกก็ยังไม่น่าไว้วางใจ

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล