
พลังงานตั้งกก.สอบไฟดับ14จังหวัดใต้
รมว.พลังงาน แถลง ไฟดับ14 จังหวัดใต้ ดับเหตุฟ้าผ่า - ปลดสายส่ง ตั้งกก.สอบ ปัดโยงโรงไฟฟ้าถ่านหิน
รมว.พลังงาน แถลง ไฟดับ14 จังหวัดใต้ ดับเหตุฟ้าผ่า - ปลดสายส่ง ตั้งกก.สอบ ปัดโยงโรงไฟฟ้าถ่านหิน
จากกรณี เมื่อวันที่21 พฤษภาคม เกิดไฟฟ้าดับเป็นวงกว้างในพื้นที่ภาคใต้14จังหวัดได้แก่ ชุมพร กระบี่ นครศรีธรรมราช นราธิวาส ปัตตานี พังงา พัทลุง ภูเก็ต ระนอง สตูล สงขลา สุราษฎร์ธานี ตรัง และ ยะลาและสามารถทยอยจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ทั้งหมดในเวลา 23.45น. ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นวงกว้าง
ล่าสุด นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เรียกประชุมผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง พร้อมแถลงข่าว ขณะนี้ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการแก้ไขจนสามารถจ่ายไฟได้เป็นปกติแล้ว ตั้งแต่เวลา 23.45 น.และได้มีการสั่งการให้ตั้งคณะทำงานเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป
"ยอมรับว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ ถือเป็นไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง และจะนำบทเรียนครั้งนี้มาศึกษาเพื่อหาแนวทางป้องกัน ทั้งในระยะสั้นและยาว" รมว.พลังงาน กล่าว และว่า สำหรับการแก้ไขสถานการณ์นั้น กฟผ.ได้เร่งการผลิตไฟฟ้าจากทุกโรงไฟฟ้าในภาคใต้อย่างเต็มกำลังการผลิต และเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าจากดีเซลที่ จ.สุราษฎร์ธานี และได้มีการซื้อไฟฟ้าจากมาเลเซีย
สาเหตุไฟดับเป็นวงกว้างนั้น จากการให้กฟผ. ตรวจสอบข้อมูล พบว่าเกิดจากการขัดข้องของระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูง ที่จ่ายไฟฟ้าจากภาคกลางไปยังภาคใต้ ซึ่งเดิมสายส่งที่จ่ายไฟฟ้าไปยังภาคใต้มี4เส้น และได้ มีการปลดสายส่งออก1เส้น คือขนาด 500kv เพื่อซ่อมบำรุง ประกอบกับสายส่งเส้นที่2 ขนาด 200kv เกิดการชำรุดเนื่องจากฟ้าผ่า จึงจำเป็นต้องใช้สายส่งเส้นที่มีขนาดเล็ก ขนาด230kv จนทำให้เกิดเหตุสายส่งจ่ายไฟฟ้าเกินพิกัด ส่งผลให้สายส่งหลุดจากระบบ
ที่ประชุมเห็นชอบให้ กฟผ.ไปดำเนินการขยายสายส่งไฟฟ้าให้เป็นขนาด 500 kV. ตลอดเส้นทางตั้งแต่บางสะพาน-หาดใหญ่ จากเดิมที่ใช้สายส่งขนาด 230 kV. เพื่อให้สามารถเพิ่มปริมาณการส่งไฟฟ้าได้มากขึ้น รวมทั้งขยายสายส่งไฟฟ้าจากขนอม-ภูเก็ต จากปัจจุบันที่ใช้สายส่งขนาด 115 kV. ให้เป็นขนาด 500 kV.ด้วยเช่นกัน เนื่องจากจังหวัดภูเก็ตมีปริมาณความต้องการใช้ไฟสูง เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งธุรกิจ
พร้อมกันนี้ ยังเห็นควรให้มีการปรับวิธีการสั่งการใหม่ในศูนย์ควบคุมการสั่งจ่ายไฟฟ้า โดยต้องการให้มีการตั้งบุคคลที่สามารถมีอำนาจเบ็ดเสร็จในการสั่งการในสถานการณ์ที่ฉุกเฉินได้ ซึ่งปัจจุบันอำนาจดังกล่าวเป็นของคณะกรรมการกำกับกิจการไฟฟ้า(เรกูเลเตอร์) รวมทั้งมอบหมายให้นายณอคุณ สิทธิพงศ์ ปลัดกระทรวงพลังงาน ไปหารือกับ 3 การไฟฟ้าและเรกูเลเตอร์ เพื่อดูแลปัญหาไฟฟ้าตก-ไฟฟ้าดับเพื่อแก้ปัญหาภาพรวมในทั้งระบบด้วย
อย่างไรก็ดี จากปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้น ทำให้มีผู้มองว่ามีความจำเป็นจะต้องเร่งก่อสร้างโรงไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับกับปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นด้วยนั้น รมว.พลังงาน กล่าวว่า ขอให้แยกกรณีการสร้างโรงไฟฟ้านี้ออกจากเรื่องปัญหาไฟฟ้าดับใน 14 จังหวัดภาคใต้ ซึ่งการสร้างโรงไฟฟ้านั้นรัฐบาลจะพิจารณาในทุกพื้นที่ และก่อนจะมีการก่อสร้างต้องได้รับการยอมรับจากประชาชนในพื้นที่ก่อน
"อยากจะให้แยกประเด็นเรื่องการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ กับปัญหาที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ออกจากกัน โดยการพิจารณาสร้างโรงไฟฟ้าต้องพิจารณาในทุกพื้นที่อยู่แล้ว และต้องให้ประชาชนในพื้นที่ยอมรับ" นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว
ส่วนกรณีที่ไทยต้องซื้อไฟฟ้าจากมาเลเซียเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเมื่อวานนี้ถึงหน่วยละ 16 บาท คิดเป็นเงิน 12 ล้านบาทนั้น รมว.พลังงาน ยอมรับว่าค่อนข้างแพง แต่มีความจำเป็นที่ต้องยอมจ่าย พร้อมเห็นว่าในอนาคตพื้นที่กรุงเทพฯ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็จำเป็นต้องพิจารณาเรื่องขนาดของสายส่งไฟฟ้าเช่นกัน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเช่นเดียวกับเหตุการณ์ไฟฟ้าดับใน 14 จังหวัดภาคใต้ขึ้นอีก







