
"มาสด้า"สกายแอ็กทีฟปูทางก่อน"ซีเอ็กซ์-5"
มุ่งมั่นตั้งใจพัฒนามาโดยตลอด สำหรับเทคโนโลยี “สกายแอ็กทีฟ” ของ “มาสด้า” ที่พัฒนาเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์
มุ่งมั่นตั้งใจพัฒนามาโดยตลอด สำหรับเทคโนโลยี “สกายแอ็กทีฟ” ของ “มาสด้า” ที่พัฒนาเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและให้ความปลอดภัยสูง พร้อมประหยัดพลังงาน แต่ยังคงไว้ซึ่งสมรรถนะและความสนุกแห่งการขับขี่สไตล์ “ซูมซูม” โดยเทคโนโลยีดังกล่าวไม่ใช่เป็นเพียงแค่เฉพาะบางส่วนที่ให้การประหยัด แต่เทคโนโลยีดังกล่าวได้นำมาพัฒนากันอย่างสอดคล้องกันทั้งระบบ ประกอบด้วย Skyactiv-G, Skyactiv-D, Skyactiv-Drive, Skyactiv-Body, Skyactiv-Chassis อย่างลงตัว
เทคโนโลยีที่กล่าวไปข้างต้น ล้วนเป็นแนวคิดการพัฒนาบนพื้นฐานใกล้เคียงมาตรฐานการใช้พลังงานและเครื่องยนต์ปัจจุบันเริ่มต้นที่
Skyactiv-G เป็นชื่อเรียกของมาสด้าที่ใช้เรียกเครื่องยนต์เบนซิน ซึ่งมีความโดดเด่นคือมีอัตราส่วนการอัดอากาศสูงที่สุดในโลก 14:1 ประสิทธิภาพสูงแบบไดเรค อินเจคชั่น
Skyactiv-D คือเครื่องยนต์ดีเซล ที่มีอัตราอัดอากาศต่ำที่สุดในโลก 14:1 พร้อมการเผาไหม้ที่สะอาดและมีประสิทธิภาพสูง
Skyactiv-Drive คือระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติเจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุดและระบบส่งกำลังเกียร์ธรรมดา ให้การเปลี่ยนเกียร์ที่นุ่มนวล ขนาดที่กะทัดรัดและน้ำหนักเบาพิเศษ
Skyactiv-Body คือโครงสร้างตัวถังเจเนอเรชั่นใหม่ น้ำหนักเบาและแข็งแกร่ง ซึ่งมาพร้อมมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง
Skyactiv-Chassis คือโครงสร้างแชสซีส์เจเนอเรชั่นใหม่ น้ำหนักเบาแต่ให้สมดุลที่สมบูรณ์แบบทั้งการควบคุมและการขับขี่ที่สะดวกสบาย
เล่าให้ฟังไปยังไม่ค่อยเห็นภาพ ดังนั้น “มาสด้า” จึงจัดให้ได้สัมผัสเทคโนโลยีใหม่ “สกายแอ็กทีฟ” แบบเรียกน้ำย่อยกันใน “มาสด้า 6” ที่ได้เปิดตัวและจำหน่ายอย่างเป็นทางการในโซนประเทศยุโรป (แต่ยังไม่มีแผนเปิดตัวในประเทศไทย) ซึ่งได้รับการตอบรับกันเป็นอย่างดี ที่สนามแก่งกระจาน เซอร์กิต จ.เพชรบุรี
งานนี้มาสด้าได้จัดมาสด้า 6 มาให้ได้สัมผัสกันถึง 4 คัน ทั้งในรุ่นเครื่องยนต์ สกายแอ็กทีฟ เบนซิน และสกายแอ็กทีฟ ดีเซล อย่างละ 2 คัน ซึ่งแต่ละคันมีความโดดเด่นเฉพาะตัว โดยทั้งหมดยังเป็นตัวต้นแบบอยู่ โดยมีผู้บริหารระดับสูงอย่าง ฮิโรตากะ คานาซาวา ผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น พร้อมทีมงาน “ชุดใหญ่” มาร่วมให้ข้อมูล
เริ่มต้นสตาร์ทไปกับเทคโนโลยี “สกายแอ็กทีฟ” ใน “มาสด้า 6” กันเลยดีกว่า ด้วยการปรับตำแหน่งที่นั่งคนขับให้เหมาะสมพร้อมลงสนาม ซึ่งสัมผัสได้ทันทีถึงความเงียบภายในห้องโดยสารขณะเครื่องยนต์ทำงาน ทั้งในขณะหยุดนิ่งและขณะขับขี่
ล้อเริ่มหมุนผ่านสเตชั่นต่างๆ ที่มาสด้าได้จัดให้ได้สัมผัสถึงสมรรถนะใหม่นี้อย่างครบเครื่อง อาทิ สลาลม เลนเชนจ์ เจ-เทิร์น ซึ่งทุกสเตชั่นสัมผัสได้ถึงเทคโนโลยีสกายแอ็กทีฟที่ผสานกันอย่างลงตัว ทั้งการทรงตัว พละกำลัง เรียกได้ว่าคุณภาพคับแก้วคับจอจริงๆ
โดย “มาสด้า 6” เบนซิน มาพร้อมด้วยเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ที่ให้พละกำลังมหาศาลอย่างเห็นได้ชัดเมื่อกดหนักๆ ด้วยแรงบิด (ทอล์ก) ที่สูงกว่าปกติถึง 20% ขณะที่ “มาสด้า 6” ดีเซล มาพร้อมด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร ให้พละกำลังมหาศาลอย่างหนักหน่วงสไตล์ดีเซล ด้วยแรงบิด (ทอล์ก) ที่สูงกว่าปกติถึง 15%
แต่อย่างที่กล่าวไปข้างต้นคือ นอกเหนือจากสมรรถนะมาสด้ายังนึกถึงสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ ด้วยการคอนเฟิร์มว่า เทคโนโลยีดังกล่าวประหยัดพลังงานมากขึ้นเฉลี่ย 15% อย่างแน่นอน ไม่เท่านั้น “มาสด้า 6” ซึ่งถูกวางตำแหน่งให้อยู่ในเซ็กเมนต์รถระดับกลาง-บน (ซี-ดี เซ็กเมนต์) แต่ค่าอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Co2) และการปล่อยไอเสียกลับน้อยกว่ารถขนาดเล็ก (บีเซ็กเมนต์) เสียอีก
ซึ่งทิศทางของเทคโนโลยีนี้ถือได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีของมาสด้า ที่ก้าวข้ามสู่เทคโนโลยีระดับสูงแห่งอนาคตบนพื้นฐานการต่อยอดของเทคโนโลยีปัจจุบัน ซึ่งมั่นใจว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่โดดเด่นและยอมรับทั่วโลก ด้วยแผนเป้าหมายการนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาไว้ในรถรุ่นใหม่มาสด้าทุกรุ่นในอนาคต
ด้วยความมั่นใจอีกอย่างหนึ่งของการพัฒนาที่เคลมไว้อีกว่า ราคาขายของรถยนต์ มาสด้าที่ใช้เทคโนโลยี “สกายแอ็กทีฟ” จะมีราคาถูกกว่าเทคโนโลยี “ไฮบริด” อย่างแน่นอน
นอกจากนั้น เร็วๆ นี้ มาสด้าเตรียมแนะนำเทคโนโลยี “สกายแอ็กทีฟ” ให้ลูกค้าชาวไทยได้สัมผัสกันอย่างแน่นอนในรุ่น “มาสด้า ซีเอ็กซ์-5” รถอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์ สายพันธุ์สปอร์ต ให้ได้ “ซูม ซูม” กันในเดือน ต.ค.ปีนี้อย่างแน่นอน
เป็นเทคโนโลยีที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียวสำหรับเทคโนโลยีนี้ ...อดใจรอกันอีกแค่อึดใจเดียว!!







