posttoday
"สยามพิวรรธน์" ย้ำแนวคิดศูนย์การค้าต้องแตกต่าง

"สยามพิวรรธน์" ย้ำแนวคิดศูนย์การค้าต้องแตกต่าง

21 พฤษภาคม 2556

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2516 หรือ 40 ปีที่ผ่านมา ศูนย์การค้าที่ใหม่เอี่ยมและทันสมัยมากที่สุดของประเทศไทยและคนกรุงเทพฯ มากที่สุดในสมัยนั้น คงจะหนีไม่พ้นศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ โดยบริษัท สยามพิวรรธน์ ภายใต้คอนเซปต์ “สเปเชียลตี้ ช็อปปิ้ง เซ็นเตอร์” หรือศูนย์การค้าแบบพิเศษเฉพาะ

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2516 หรือ 40 ปีที่ผ่านมา ศูนย์การค้าที่ใหม่เอี่ยมและทันสมัยมากที่สุดของประเทศไทยและคนกรุงเทพฯ มากที่สุดในสมัยนั้น คงจะหนีไม่พ้นศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ โดยบริษัท สยามพิวรรธน์ ภายใต้คอนเซปต์ “สเปเชียลตี้ ช็อปปิ้ง เซ็นเตอร์” หรือศูนย์การค้าแบบพิเศษเฉพาะ

หลังจากนั้นในปี 2540 บริษัท สยามพิวรรธน์ ก็ได้ถือกำเนิดศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ ภายใต้แนวคิด “ไลฟ์สไตล์ ช็อปปิ้ง” ที่แม้ว่าจะเปิดให้บริการในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ แต่บริษัท สยามพิวรรธน์ ก็สามารถพาศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ผ่านพ้นมาได้

ระยะเวลา 8 ปีต่อมา หรือปี 2548 บริษัท สยามพิวรรธน์ ได้จับมือร่วมกับกลุ่มเดอะมอลล์ เปิดตัวศูนย์การค้าแห่งที่ 3 ภายใต้ชื่อศูนย์การค้าสยามพารากอน ซึ่งถือเป็นศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดและลงทุนมากที่สุด ที่สยามพิวรรธน์ และเดอะมอลล์ดำเนินธุรกิจศูนย์การค้ามา ด้วยขนาด 5 แสน ตร.ม. และลงทุนถึง 1.5 หมื่นล้านบาท

จากการที่ศูนย์การค้าสยามพารากอนมีขนาดใหญ่ เพราะมีพื้นที่ใช้สอยมากถึง 5 แสนตร.ม. ส่งผลให้หุ้นส่วนทั้ง 2 กลุ่มต้องใช้งบลงทุนมากถึง 1.5 หมื่นล้านบาท ภายใต้แนวคิดการดำเนินธุรกิจ เดอะ ไพร์ซ ออฟ แบงคอก หรือความภาคภูมิใจของคนไทย

ต่อมาปี 2551 บริษัท สยามพิวรรธน์ ได้จับมือกับบริษัท เอ็มบีเค ดีเวลลอปเมนท์ เข้าซื้อกิจการของศูนย์การค้าเสรีเซ็นเตอร์ ปรับปรุงเป็นศูนย์การค้าพาราไดซ์พาร์ค ภายใต้งบลงทุน 2,000 ล้านบาท บนพื้นที่ 2.9 แสน ตร.ม. ซึ่งหลังจากล้างภาพลักษณ์จาก “เสรีเซ็นเตอร์” เป็น “พาราไดซ์พาร์ค” พร้อมเปลี่ยนภาพลักษณ์ชูจุดเด่นเป็นศูนย์การค้าระดับกลางถึงบนที่ใหญ่สุดในย่านกรุงเทพฯ ตะวันออก ภายใต้แนวคิดในการดำเนินธุรกิจพาราไดซ์พาร์ค ดิ โอเอซิส ออฟ อีสเทิร์น บางกอก แอนด์ ศรีนครินทร์

เมื่อเวลาเปลี่ยนไปพฤติกรรมของผู้บริโภคก็เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ส่งผลให้บริษัท สยามพิวรรธน์ ต้องออกมาปรับปรุงศูนย์การค้าในเครืออย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภค

กันยารัตน์ โชคอุ่นกิจ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่อาวุโส สายพัฒนาธุรกิจและโครงการ บริษัท สยามพิวรรธน์ กล่าวว่า แนวทางการทำศูนย์การค้าของบริษัทนับจากนี้จะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเพื่อให้มีความทันสมัยอย่างต่อเนื่อง ขณะที่รูปแบบการทำธุรกิจของแต่ละศูนย์การค้าก็จะแตกต่างกันไป

ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวถือเป็นการเดินตามแนวคิดของ ชฎาทิพ จูตระกูล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท สยามพิวรรธน์ นั่นเอง

สำหรับศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ ซึ่งถือเป็นศูนย์การค้าแห่งแรกของสยามพิวรรธน์ ได้ปรับปรุงมาแล้ว 4 ครั้ง โดยล่าสุดปรับปรุงใหม่ในปี 2555 ภายใต้งบลงทุนถึง 1,800 ล้านบาท และเริ่มกลับมาเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการอีกครั้ง เมื่อวันที่ 11 ม.ค. 2556 ที่ผ่านมา โดยชูแนวคิด “เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ หรือไอเดียโอโพลิส (Ideaopolis)

การปรับภาพลักษณ์ของศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำความสำเร็จ และสร้างศูนย์รวมแห่งแนวความคิดรวมไปถึงการออกแบบใหม่ๆ จากทั่วโลก เพื่อให้ลูกค้าที่มีความทันสมัยได้เข้ามาสัมผัสภาพลักษณ์ใหม่ของศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์

ขณะที่ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ก็ได้ปรับปรุงใหม่ไปเมื่อปี 2555 ที่ผ่านมา ภายใต้งบ 80 ล้านบาท ด้วยการนำแม่เหล็กสำคัญเข้ามาเปิดให้บริการเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นมาดามทุสโซ ไอซ์แพลนเน็ต หรือร้านอาหารชื่อดังต่างๆ และจะปรับแนวคิดการดำเนินธุรกิจของศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่จาก “ไลฟ์สไตล์ ช็อปปิ้ง” เป็น “อัลติเมท ไลฟ์สไตล์”

ในส่วนของศูนย์การค้าสยามพารากอน ก็มีแผนจะปรับปรุงครั้งใหญ่เช่นกัน โดยอยู่ระหว่างการวางแผนและออกแบบคอนเซปต์ใหม่ รวมทั้งพาราไดซ์พาร์คที่มีการปรับปรุงต่อเนื่อง

แม้ว่าจะไม่มีการปรับปรุงศูนย์การค้าครั้งใหญ่เหมือนกับศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ แต่จากการทยอยปรับปรุงพื้นที่บางส่วนภายในของศูนย์การค้าก็ส่งผลให้ศูนย์การค้าสยามพารากอนมีสินค้าที่หลากหลายมากขึ้นโดยเฉพาะร้านลักซ์ชัวรีแบรนด์ และร้านอาหารชื่อดัง เพื่อตอกย้ำการเป็น “เดอะ ไพร์ซ ออฟ แบงคอก”

สำหรับศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค แม้ว่าจะเป็นน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดให้บริการได้เพียง 5 ปี แต่บริษัท สยามพิวรรธน์ ยังคงมีการปรับปรุงศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าในพื้นที่กรุงเทพฯตะวันออก และล่าสุดก็ลงตัวกับแนวคิด “เอฟเวอรี่เดย์ ออฟ แฮปปี้เนส” จากก่อนหน้านี้ดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด “โมเดิร์น แฟมิลี่” และ “พาราไดซ์ พาร์ค ดิ โอเอซิส ออฟ อิสเทิร์น บางกอก แอนด์ ศรีนครินทร์”

ขณะที่อีก 2 ศูนย์การค้าใหม่ ไม่ว่าจะเป็นโครงการ 55 มาร์เก็ต ซึ่งร่วมทุนกับบริษัท เอ็มบีเค ด้วยงบลงทุนไม่ต่ำกว่า 950 ล้านบาท หรือโครงการยักษ์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มูลค่า 3.5 หมื่นล้านบาท ที่ร่วมกับบริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น ในเครือซีพี ก็ต้องต่างจากศูนย์การค้าเดิมที่มีอยู่ในปัจจุบัน

ทั้งหมดนี้เกิดจากแนวทางการดำเนินธุรกิจศูนย์การค้าของบริษัท สยามพิวรรธน์ ภายใต้แนวคิดว่า ทุกศูนย์การค้าต้องมีความต่างกันนั่นเอง

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล