
หนุนเจ้าภาพดูแลสปาไทยคุมมาตรฐานไต่เบอร์หนุ่งอาเซียน
เวลาเที่ยวเหนื่อยๆ นักท่องเที่ยวก็อยากเข้าสปาเพื่อผ่อนคลาย ทำให้ธุรกิจสปามีความสำคัญในการสร้างรายได้ภาคท่องเที่ยว ไม่ยิ่งหย่อนกว่าโรงแรม รีสอร์ท สายการบิน ล่าสุดนิตยสาร เอเชียสปา อินเดีย เพิ่งประกาศว่า ไทยได้รับรางวัลจุดหมายปลายทางสปาที่ดีที่สุดในเอเชีย มีผู้อ่านนิตยสารเป็นผู้ให้คะแนน ถือเป็นเครื่องชี้วัดอย่างดีว่าสปาไทยได้รับความนิยมจากต่างชาติแค่ไหน
เวลาเที่ยวเหนื่อยๆ นักท่องเที่ยวก็อยากเข้าสปาเพื่อผ่อนคลาย ทำให้ธุรกิจสปามีความสำคัญในการสร้างรายได้ภาคท่องเที่ยว ไม่ยิ่งหย่อนกว่าโรงแรม รีสอร์ท สายการบิน ล่าสุดนิตยสาร เอเชียสปา อินเดีย เพิ่งประกาศว่า ไทยได้รับรางวัลจุดหมายปลายทางสปาที่ดีที่สุดในเอเชีย มีผู้อ่านนิตยสารเป็นผู้ให้คะแนน ถือเป็นเครื่องชี้วัดอย่างดีว่าสปาไทยได้รับความนิยมจากต่างชาติแค่ไหน
ทั้งนี้ ไม่ใช่แค่ไทยที่มุ่งหวังใช้ธุรกิจสปาดันรายได้ท่องเที่ยว ประเทศอื่นในเอเชียต่างให้ความสำคัญด้วยเช่นกัน ธุรกิจสปาทั้งสิ้น จึงเป็นโจทย์สำคัญที่ผู้ประกอบการสปาไทย รวมถึงภาครัฐ ต้องตีให้แตกว่าจะทำอย่างไรให้สปาไทยยังอยู่ในใจอันดับต้นๆ ของนักท่องเที่ยว
อภิชัย เจียรอดิศักดิ์ ที่ปรึกษาสมาพันธ์สปาไทย กล่าวว่า ธุรกิจสปา ซึ่งรวมถึงการนวดเพื่อสุขภาพในไทยปีนี้น่าจะมีมูลค่ามากกว่า 2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 1520% จากปีที่ผ่านมา เป็นการเติบโตสอดคล้องกับสถานการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทย จากบรรยากาศไตรมาสแรกที่ผ่านมา พบว่าธุรกิจสปาคึกคักมาก มีนักท่องเที่ยวจีนและญี่ปุ่นหลั่งไหลมาใช้บริการมาก หลังจากมีสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างญี่ปุ่นและจีน โดยเฉพาะคนจีนที่มาใช้บริการเติบโตแบบก้าวกระโดด เพราะได้รับอานิสงส์การเที่ยวตามรอยภาพยนตร์เรื่องลอส อิน ไทยแลนด์ อีกแรง
อย่างไรก็ตาม แม้ธุรกิจสปาจะเติบโตดี แต่ไม่ถือเป็นการเติบโตที่ยั่งยืน หากต้องการให้เติบโตในยั่งยืน ครองใจระยะยาว ภาครัฐต้องกำหนดมาตรฐานธุรกิจนี้อย่างจริงจัง ควบคุมดูแลผู้ประกอบการสปาให้ดำเนินธุรกิจอยู่ในขอบเขต ไม่มีบริการแอบแฝง
สำหรับปัญหาปัจจุบันคือ ขาดหน่วยงานรัฐเป็นเจ้าภาพดูแลธุรกิจสปา การดูแลเป็นแบบหลายหน่วยงานมีมาตรการไปคนละทิศทาง เช่น กระทรวงสาธารณสุข ทำกฎหมายกำหนดประเภทสปา กระทรวงพาณิชย์ ดูเรื่องการทำกำไร การบริหารจัดการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ดูมาตรฐานสปาเพื่อการท่องเที่ยว แต่สรุปรวมแล้วการดูแลแบบนี้ทำให้ธุรกิจนี้ไม่เดินหน้าไปถึงขั้นเป็นผู้นำสปาในอาเซียนเสียที หากมีหน่วยงานเจ้าภาพชัดเจน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปทำงานร่วมกันน่าจะมีประสิทธิภาพกว่า
ทั้งนี้ อีกสิ่งที่จะช่วยให้ธุรกิจสปาเติบโตยั่งยืน คือ ผู้ประกอบการสปาแต่ละพื้นที่รวมตัวกันเอง วางมาตรฐานร่วมกัน ทำตลาดด้วยกัน แต่ยังมีอุปสรรค เพราะมีสปาเพียงไม่กี่แห่งที่มาขอใบอนุญาตประกอบกิจการ เพราะกระทรวงสาธารณสุขออกเพียงประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่อง การกำหนดสถานที่เพื่อสุขภาพ ที่จะดูแลธุรกิจนี้ ไม่ใช่กฎหมาย ผู้ประกอบการที่สนใจก็ขอใบอนุญาต แต่มีอีกหลายรายที่ไม่ขอ ซึ่งกลุ่มนี้ไม่มีหน่วยงานใดไปดูแลมาตรฐาน เบื้องต้นคาดว่าหากรวมผู้ประกอบการรายเล็กที่ไม่ได้ขอใบอนุญาต ทั้งประเทศจะมีผู้ประกอบการ สปาและนวด 4,500 ราย แต่ที่จดทะเบียนมี 1,500 รายเท่านั้น
ประเสริฐ จิราวรรณสถิตย์ ผู้อำนวยการ ระรินจินดา เวลเนสสปา รีสอร์ต มองว่า สปาไทยดังอยู่แล้วในตลาดโลก เป็นกิจกรรมอันดับต้นๆ ที่นักท่องเที่ยวเลือกทำเมื่อมาไทย ส่วนสถานการณ์ใช้บริการปีนี้ดีกว่าปีที่ผ่านมา ไตรมาสแรกมียอดผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้น 20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นชาวต่างชาติ 80% อีก 20% เป็นคนไทย
สำหรับตลาดต่างชาติที่มา เป็นเอเชีย 6070% ที่เหลือเป็นออสเตรเลีย ยุโรป และอเมริกา โดยอดีตตลาดเอเชียที่มามากที่สุดคือ ญี่ปุ่น แต่ปัจจุบันทิศทางเปลี่ยนเป็นคนจีน เป็นผลจากแนวโน้มคนจีนที่ไหลเข้ามาเที่ยวไทยเพิ่ม เมื่อแนวโน้มการใช้บริการคึกคัก ระรินจินดาฯ จึงมีแผนขยายธุรกิจตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวให้ครอบคลุมขึ้น
ทั้งนี้ ตั้งเป้าหมายขยายสาขาเพิ่มในกรุงเทพฯ 1 สาขา เพราะเป็นศูนย์กลางของไทยที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามามากที่สุด โดยจะเปิดสาขาย่านที่นักท่องเที่ยวต่างชาติมาช็อปปิ้งมาก คาดว่าใช้งบ 1520 ล้านบาท ส่วนปัจจุบันมี 9 สาขา แบ่งเป็นกรุงเทพฯ 3 สาขา ต่างจังหวัด 6 สาขา
นอกเหนือจากการขยายสาขา อีกสิ่งที่ต้องเตรียมควบคู่ไปด้วยคือ การหาบุคลากร โดยระรินจินดาฯ มีโรงเรียนสอนนวดเอง เพื่อผลิตบุคลากรป้อนสาขา ซึ่งทำให้ไม่ต้องเผชิญกับปัญหาขาดแคลนบุคลากร ในอนาคตหากมีผู้สนใจเข้าฝึกอบรมมากเพียงพอ อาจขยายขอบเขตเป็นการผลิตบุคลากรเพื่อป้อนธุรกิจสปาโดยรวมด้วย
สำหรับแนวทางที่จะทำให้สปาไทยยังอยู่ในใจนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นอันดับ 1 เมื่อเทียบกับสปาประเทศอื่น คือ ภาครัฐควรเข้ามาสนับสนุนการดูแลมาตรฐานสปาให้ดีขึ้นกว่าเดิม เพราะปัจจุบันนี้สปาขนาดเล็กหลายแห่งไม่มีมาตรฐานที่ดี เมื่อนักท่องเที่ยวไปใช้บริการอาจไม่ประทับใจ และส่งผลต่อภาพลักษณ์โดยรวมของสปาไทย จึงควรเข้าไปดูแลมากขึ้น
ขณะที่อีกเรื่อง คือ สปาบางแห่งมีบริการแอบแฝง เมื่อนักท่องเที่ยวไปใช้บริการก็จะกลับไปบอกต่อ ทำให้นักท่องเที่ยวคนอื่นๆ คาดหวังบริการแอบแฝงหากใช้บริการสปาไทย ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อภาพลักษณ์ของสปาไทย จึงอยากให้เข้มงวดควบคุมธุรกิจสปามากขึ้น เพื่อชี้ให้เห็นว่าภาพลักษณ์สปาไทยที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาใช้บริการ คือ การนวดเพื่อผ่อนคลายจริงๆ ไม่ใช่นวดหวังบริการแอบแฝง
ถ้ามีหน่วยงานที่เข้ามาดูแลธุรกิจสปาอย่างจริงจังน่าจะช่วยให้ธุรกิจสปาไทยเติบโตได้อย่างมีคุณภาพและยั่งยืนอย่างแน่นอน







