
JMTTNDTPJWสดใส
เจเอ็มทีฯซื้อหนี้มาแก้ทุกไตรมาส‘ชมเดือน’ขอเพิ่มค่าบริการหากำไร
เจเอ็มทีฯซื้อหนี้มาแก้ทุกไตรมาส‘ชมเดือน’ขอเพิ่มค่าบริการหากำไร
3 บจ.ลั่นธุรกิจเติบโตต่อเนื่อง JMT ชูจุดแข็งซื้อหนี้เสียมาบริหาร TNDT เพิ่มค่าบริการจากค่าแรง
นายปิยะ พงษ์อัชฌา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส (JMT) เปิดเผยว่า แนวโน้มผลประกอบการงวดไตรมาส 2 คาดจะมีทิศทางเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากภาพรวมตลาดสินเชื่อปีนี้ยังมีแนวโน้มเติบโต และบริษัทได้ซื้อหนี้มาบริหารเพิ่มอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายซื้อเพิ่มอีกจำนวน 1 หมื่นล้านบาท จากปีก่อนมีหนี้ภายใต้การบริหาร ซึ่งเป็นหนี้ด้อยคุณภาพอยู่ที่ 2.1 หมื่นล้านบาท
“เราคาดว่าจะซื้อหนี้เพิ่มในไตรมาสแรกและไตรมาส 2 ไตรมาสละ 2,000 ล้านบาท ส่วนช่วงครึ่งปีหลังน่าจะเพิ่มเป็นไตรมาสละ 3,000 ล้านบาท ซึ่งมีส่วนต่างกำไร (มาร์จิน) สูงและคิดเป็นสัดส่วนกว่า 80% ของรายได้ จึงสนับสนุนให้กำไรสุทธิเติบโตเข้าเป้าหมาย 30% เมื่อเทียบกับปีก่อนมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 109.83 ล้านบาท” นายปิยะ กล่าว
ทางด้าน น.ส.ชมเดือน ศตวุฒิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย เอ็น ดี ที (TNDT) แนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส 2 คาดว่าจะเติบโตมากกว่าไตรมาสแรก เนื่องจากบริษัท ได้ปรับราคาค่าบริการให้สอดคล้องกับต้นทุนค่าแรงที่ปรับเพิ่มขึ้น และอุตสาหกรรมตรวจสอบและทดสอบทางวิศวกรรมความปลอดภัย ด้วยกระบวนการทดสอบโดยไม่ทำลาย (Nondestructive Testing : NDT) ยังมีความต้องการสูงมาก ปัญหาคือแรงงานที่ไม่เพียงพอ
บริษัทจะพยายามรุกตลาดต่างประเทศ โดยงานส่วนนี้จะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอยู่ที่ราว 10% ของรายได้รวม จากปีก่อนมีเพียง 5% ของรายได้รวม และเพิ่มงานด้าน Advanced NDT ให้มากขึ้น จึงมั่นใจเป้าหมายรายได้ปีนี้ที่วางไว้จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% จากปีก่อนได้สำเร็จ
“ไตรมาสแรกมีกำไร 11.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.56% จากงวดเดียวกันของปีก่อน อยู่ที่ 10.26 ล้านบาท เนื่องจากบริษัททยอยรับรู้รายได้จากงานในมือบางส่วน” น.ส.ชมเดือน กล่าว
ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือที่รอรับรู้รายได้อยู่ที่ประมาณ 200 ล้านบาท โดยจะทยอยรับรู้รายได้ทั้งหมดภายในปีนี้
นายวิวรรธน์ เหมมณฑารพ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ปัญจวัฒนาพลาสติก (PJW) เปิดเผยว่า บริษัทเติบโตโดยเฉลี่ย 15-20% ต่อปี โดยวางแผนลงทุนและพัฒนาทั้งในด้านอาคารโรงงาน เครื่องจักรอุปกรณ์ต่างๆ การพัฒนาบุคลากร เพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจที่เพิ่มขึ้น และสามารถแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ เชื่อว่าจะช่วยผลักดันรายได้ปีหน้าให้เติบโตขึ้น 20% ตามโครงการต่างๆ ที่แล้วเสร็จในปีนี้
น.ส.ชมเดือน กล่าวว่า สาเหตุที่มั่นใจในเรื่องการเติบโต เนื่องจากโอกาสทางธุรกิจที่เพิ่มขึ้นในการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 แม้ภาวะการแข่งขันที่จะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นก็ตาม
แต่บริษัทได้ปรับกลยุทธ์ โดยใช้จุดแข็งด้านการเป็น World Class Manufacturing พร้อมกับความเข้มแข็งด้านทีมวิจัยและพัฒนา ในการสร้างความแตกต่างและมูลค่าเพิ่มให้กับลูกค้า โดยเตรียมความพร้อมบุคลากรทั้งในด้านเทคนิคการผลิตและความรู้ความเข้าใจในความหลากหลายทางวัฒนธรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขันให้มากขึ้น







