
‘โอเอสเค’หวังส่วนแบ่งตลาดค้าหุ้น2%
อาร์เอชบี โอเอสเค ตั้งเป้าเพิ่มมาร์เก็ตแชร์เป็น 2% สิ้นปีนี้ ที่ปรึกษาแนะผู้ถือหุ้นอนุมัติเพิกถอนหุ้น
อาร์เอชบี โอเอสเค ตั้งเป้าเพิ่มมาร์เก็ตแชร์เป็น 2% สิ้นปีนี้ ที่ปรึกษาแนะผู้ถือหุ้นอนุมัติเพิกถอนหุ้น
นายวิคเตอร์ ตั๊ค ชอย ยูน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ อาร์เอชบี โอเอสเค (ประเทศไทย) หรือ OSK เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทได้วางเป้าหมายจะเพิ่มส่วนแบ่งตลาด (มาร์เก็ตแชร์) ในธุรกิจตัวแทนนายหน้าค้าหลักทรัพย์ในประเทศไทยจาก 1.31.4% ในปัจจุบัน เป็นอย่างน้อย 2%
นอกจากนั้น ยังคาดว่าส่วนแบ่งตลาดติด 1 ใน 15 อันดับแรก จากอันดับปัจจุบันที่ 24 ให้ได้ภายใน 18 เดือน หลังจากการควบรวมกิจการระหว่างบริษัทแม่ คือ RHB Capital Berhad (RHBC) และ OSK Holding ในประเทศมาเลเซียประสบความสำเร็จด้วยดี
“การควบรวมกิจการของบริษัทแม่ช่วยให้เรามีรากฐานที่แข็งแกร่งมากขึ้น ซึ่งไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดที่เราต้องการเติบโตจากยุทธศาสตร์ที่จะก้าวไปเป็นผู้นำด้านธุรกิจวาณิชธนกิจในภูมิภาคอาเซียน” นายวิคเตอร์ กล่าว
สำหรับกลยุทธ์ขยายส่วนแบ่งตลาดของบริษัทในปีนี้จะมาจากการเพิ่มทีมมาร์เก็ตติ้งไม่น้อยกว่า 20 คน เพื่อรุกขยายฐานบัญชีลูกค้าบุคคลธรรมดาให้เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่มีอยู่ราว 9,000 บัญชี ขณะเดียวกันจะมีการดึงบุคลากรที่มีประสบการณ์จากมาเลเซียเข้ามาเสริมทีม ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาได้เพิ่มทีมวิจัยจาก 7 คน เป็น 14 คน เพิ่มเสริมจุดแข็งในการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านหุ้นขนาดเล็กและขนาดกลางที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดไม่เกิน 500 ล้านบาท
นายวิคเตอร์ กล่าวว่า ผลจากการดึงผู้เชี่ยวชาญเข้ามาเสริมทีม ทำให้ในปีนี้บริษัทมีงานที่ปรึกษาการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (ไอพีโอ) พร้อมเป็นผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย ได้แก่ บริษัทในอุตสาหกรรมรองเท้า และบริษัท อมตะ วีเอ็น คิดเป็นมูลค่ารวม 8,000 ล้านบาท
บริษัทหลักทรัพย์ อาร์เอชบี โอเอสเค (ประเทศไทย) แจ้งว่า บริษัท เจดี พาร์ทเนอร์ ที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ มีความเห็นสมควรให้บริษัทเพิกถอนหุ้นของบริษัทออกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เนื่องจากบริษัทมีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนในการดำรงสถานะเป็นบริษัทจดทะเบียน โดยมีผู้ถือหุ้นรายย่อยถือหุ้นรวมกัน 0.57% ของทุนชำระแล้ว และราคาเสนอซื้อหุ้นที่ 4.584357 บาทต่อหุ้น สูงกว่าราคาเหมาะสมซึ่งประเมินโดยที่ปรึกษาทางการเงินอิสระด้วยวิธีเทียบเคียงกับการซื้อขายอื่นซึ่งเท่ากับ 2.51-2.92 บาทต่อหุ้น
“ผู้ถือหุ้นของบริษัทควรอนุมัติการเพิกถอนหุ้นของบริษัทออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แต่การตัดสินใจสุดท้ายขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้ถือหุ้นเป็นสำคัญ” ที่ปรึกษาทางการเงิน ระบุ
ด้านหุ้น OSK ไม่มีสภาพคล่องในการซื้อขาย และราคาหุ้นครั้งหลังสุดปิดที่ระดับ 4.30 บาท
ล่าสุด กรรมการอิสระและที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ OSK มีความเห็นว่าผู้ถือหุ้นควรลงมติอนุมัติการเพิกถอนหุ้นของบริษัทออกจากการเป็นบริษัทจดทะเบียน เพราะราคาเสนอซื้อหุ้นของบริษัทที่หุ้นละ 4.58 บาท เป็นราคาที่สูงกว่าราคาที่เหมาะสม ซึ่งประเมินโดยที่ปรึกษาทางการเงินอิสระด้วยการเทียบกับการซื้อขายอื่น 2.5-2.9 บาท







