posttoday
ช.ทวีฯลุยประมูลรถเมล์-ระบบราง

ช.ทวีฯลุยประมูลรถเมล์-ระบบราง

20 พฤษภาคม 2556

จับพันธมิตรตปท.บุกยุทโธปกรณ์ชี้ผลิตไทยถูกกว่า

จับพันธมิตรตปท.บุกยุทโธปกรณ์ชี้ผลิตไทยถูกกว่า

ช.ทวีฯ เดินหน้าประมูลรถเมล์ระบบราง อุตฯ ป้องกันประเทศ ชูจุดขายคนไทยทำได้ ราคาคุ้ม

นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย ประธานบริหาร บริษัท ช.ทวี ดอลลาเซียน เปิดเผยว่า จากที่บริษัทได้ร่วมทุนกับบริษัท ดอลล์ (Doll) จากเยอรมนี ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านรถขนาดใหญ่และมีประสบการณ์ดำเนินการผลิตรถขนาดใหญ่มานาน จึงสนใจเข้าร่วมประมูลโครงการรถเมล์ ขสมก. 3,800 คัน ซึ่งได้มีการแบ่งประมูลแยกตามเขตการเดินรถเมล์ ซึ่งทาง ช.ทวีฯ ตั้งเป้าได้งานประมาณ 500 คันตามกำลังผลิตที่มีอยู่ ดังนั้น เมื่อรวมกับธุรกิจผลิตรถขนส่งอาหารขึ้นเครื่องบิน คาดทำให้การเติบโตมากกว่าปกติกว่า 10% แน่

นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมเข้าประมูลโครงการ 2 ล้านล้านบาทของรัฐบาล ในส่วนของการลงทุนระบบราง ทั้งรถไฟรางคู่ และรถไฟความเร็วสูง โดยระหว่างรอโครงการผ่าน บริษัทได้เข้าร่วมประมูลโครงการลงทุนของการรถไฟแห่งประเทศไทย เช่น รถไฟกู้รถไฟ 600 ล้านบาท และโครงการรถตู้นอน 115 ตู้ มูลค่า 4,000 ล้านบาท รวมถึงในอนาคตมีโครงการหัวรถจักรรถไฟ 50 หัว มูลค่า 1,500 ล้านบาท ซึ่งประเด็นสำคัญ ช.ทวีฯ ได้มีความร่วมมือทางเทคโนโลยีกับผู้ผลิตชั้นนำในยุโรป จึงมีความพร้อมในการผลิต และต้องการแสดงให้เห็นว่าคนไทยก็สามารถผลิตรถไฟเองได้เช่นกัน ซึ่งต้นทุนจะต่ำกว่าการซื้อจากต่างประเทศแน่นอน หากประมูลได้โครงการระบบราง จะมีโอกาสต่อยอดไปถึงการประมูลไฮสปีดเทรนในอนาคต

สำหรับที่ผ่านมา ช.ทวีฯ ยังดำเนินธุรกิจอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ ซึ่งเป็นธุรกิจที่น่าสนใจ และต้องการผลักดันให้ประเทศไทยมีการผลิตในประเทศมากขึ้น โดยก่อนหน้านี้ ช.ทวีฯ ได้ต่อเรือรบ เรือหลวงกระบี่ มูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท ใช้เวลา 3 ปีเสร็จ เป็นเรือรบขนาดใหญ่ลำแรกที่ต่อสำเร็จในประเทศไทย แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยสามารถต่อเรือได้ และทำให้ประเทศเพื่อนบ้านสนใจใช้บริการ เช่น ฟิลิปปินส์ จะให้ต่อเรือรบ 6 ลำ และประเทศอื่นๆ ซึ่งในไทยสามารถอาศัยพันธมิตรในสมาคมอู่ต่อเรือ ที่มีกำลังผลิตเพียงพอรับงานจำนวนมากได้ อีกทั้งยังมีรถลำเลียงพลของกองทัพ เช่น โครงการรถลำเลียงพล เอ็ม113 และโครงการรถลำเลียงพล 8x8 ซึ่ง ช.ทวีฯ เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตในการผลิตประกอบ ซ่อมบำรุง และขายอะไหล่ ได้ครบวงจร จากบริษัท บีเออี ซิสเต็มส์ ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นเจ้าของเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ จึงมีความรู้และเทคโนโลยีพร้อมรับงาน เชื่อว่าอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศจะไปได้ดีขึ้นเรื่อยๆ และเป็นประโยชน์กับประเทศในการส่งเสริมความแข็งแกร่งและประหยัดงบประมาณ

“บริษัทเข้าตลาดหุ้นไปเมื่อ 13 พ.ค. ซึ่งบริษัทมีความพร้อมด้านธุรกิจ ทั้งส่วนธุรกิจขนส่งโลจิสติกส์ และธุรกิจรถใช้งานในสนามบิน ซึ่งปกติจะโตกว่า 10% หากเราได้โครงการของรัฐ หรือโครงการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ซึ่งบริษัทมีพันธมิตรเป็นเจ้าของเทคโนโลยีอีก ผลดังกล่าวคงทำให้เราโตอย่างมาก” นายสุรเดช กล่าว

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี