
กรุงเทพขายประกันเทเลฯ
จับมือแบงก์แม่ขยายช่องทางใหม่เพิ่มลุยปั้นที่ปรึกษาทางการเงินมืออาชีพ
จับมือแบงก์แม่ขยายช่องทางใหม่เพิ่มลุยปั้นที่ปรึกษาทางการเงินมืออาชีพ
กรุงเทพประกันชีวิตจับมือแบงก์แม่ขยายช่องทางใหม่ผ่านเทเลมาร์เก็ตติ้ง เจาะทุกกลุ่มลูกค้า
นายเรืองศักดิ์ ปัญญาบดีกุล ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายการตลาด บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต เปิดเผยว่า บริษัทได้ร่วมมือกับธนาคารกรุงเทพเพื่อพัฒนาช่องทางขายใหม่ผ่านทางโทรศัพท์หรือเทเลมาร์เก็ตติ้ง โดยจะเปิดตัวด้วยสินค้าใหม่ 2 แบบ ในช่วงไตรมาส 2 นี้ เพื่อขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มอื่นได้มากขึ้น
นอกจากนี้ ในส่วนของช่องทางอื่นบริษัทยังตั้งเป้าภายใน 3 ปีนี้ (2556-2558) จะเพิ่มตัวแทนที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินมืออาชีพที่มีใบอนุญาตขายสินค้าทางด้านการเงิน 3 ใบอนุญาต ทั้งใบอนุญาตสำหรับผู้ขายหลักทรัพย์ ขายประกันชีวิตและขายประกันวินาศภัยให้ได้ถึง 1,000 คน จากปัจจุบันมีอยู่ 375 คน และปีนี้คาดว่าจะทำได้ 500 คน โดยจะพัฒนาจากตัวแทนปกติที่ปัจจุบันมีอยู่ 8,000 คน
“เราพิสูจน์แล้วว่าที่ปรึกษาทางการเงินเหล่านี้มีศักยภาพสูงมาก สามารถขายเบี้ยได้มากกว่าตัวแทนปกติถึง 3 เท่า หรือเฉลี่ยได้ประมาณ 3 แสนบาทต่อเดือนต่อทีมที่มีอยู่ 23 คน ซึ่งหากยิ่งสร้างที่ปรึกษาทางการเงินได้มากขึ้นก็ยิ่งมุ่งสู่ผลลัพธ์สร้างความแข็งแกร่งด้านคุณภาพธุรกิจในระยะยาวและช่องทางตัวแทน เพื่อให้พร้อมขยับขึ้นสู่ Top 5 ในอีก 3 ปีข้างหน้าว่าเท่าไหร่ ยอดเบี้ยก็ยิ่งต้องเติบโตมากขึ้นเท่านั้น” นายเรืองศักดิ์ กล่าว
สำหรับความต้องการของลูกค้าเองก็มีแนวโน้มที่อยากใช้บริการที่ปรึกษาทางการเงินมืออาชีพมากขึ้น สอดคล้องกับทิศทางของตลาดที่เป็นเหมือนกัน เพราะสามารถตอบโจทย์ด้านสินค้าทางการเงินได้ครบ
ทั้งนี้ สินค้ากองทุนรวมของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) บัวหลวงที่บริษัทได้เริ่มเสนอขายไปเมื่อเดือน พ.ค. 2555 ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ไตรมาสแรกที่ผ่านมามียอดสินทรัพย์ลงทุนถึง 2,700 ล้านบาท ทำให้บริษัทต้องมีหลักสูตรหรือการฝึกอบรมให้ตัวแทนปกติสามารถยกระดับเป็นที่ปรึกษาทางการเงินมืออาชีพให้ได้มากที่สุด และภายในเดือน มิ.ย.นี้จะเปิดตัวบริษัทนายหน้าหรือโบรกเกอร์ขายประกันวินาศภัยอีกด้วย
นายวิชัย ชีวศรีรุ่งเรือง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานตัวแทน บริษัท ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้าขยายช่องทางตัวแทนด้านธุรกิจใหม่ให้ติด 1 ใน 5 ให้ได้ภายในปี 2559 จากปัจจุบันอยู่ที่อันดับ 10 โดยปีนี้มีเป้าหมายทำเบี้ยจากช่องทางตัวแทนให้ได้ประมาณ 1,500 ล้านบาท และขยับช่องทางตัวแทนขึ้นสู่อันดับ 7 ในธุรกิจ
“ภายใน 3 ปีนี้ เราจะมุ่งสู่ผลลัพธ์เพื่อสร้างความแข็งแกร่งด้านคุณภาพธุรกิจของช่องทางตัวแทนให้ได้ในระยะยาว ซึ่งจะต้องมีการปรับโครงสร้างภายในของช่องทางตัวแทนให้ครบวงจร ทั้งกลยุทธ์ในด้านการพัฒนาคุณภาพ การบริหารจัดการ โครงสร้างผลประโยชน์ตัวแทน” นายวิชัย กล่าว







