
คลังถกรับมือรายได้ภาษีหด
คลังเต้นรายได้หด เรียก 3 กรมภาษีถกรับมือโครงสร้างภาษีใหม่ รวมทั้งผลจากบาทแข็ง
คลังเต้นรายได้หด เรียก 3 กรมภาษีถกรับมือโครงสร้างภาษีใหม่ รวมทั้งผลจากบาทแข็ง
นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง เปิดเผยว่า จะเรียก 3 กรมจัดเก็บรายได้ คือ กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร มาหารือในสัปดาห์นี้ เรื่องผลกระทบค่าเงินบาทแข็งค่าที่ทำให้รายรับภาษีลดลง เพื่อเตรียมแนวทางรองรับ เช่น กรมศุลกากร รายได้จากอากรนำเข้าหายไปกว่า 1 หมื่นล้านบาท หลังเงินบาทแข็งค่า
“ที่ผ่านมาถือว่ากินบุญเก่า เช่น โครงการรถคันแรก แต่ปีนี้ยังไม่มีนโยบายอะไรพิเศษเพื่อมากระตุ้นเพิ่ม ส่วนการประชุมระหว่างภาคเอกชน คลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย ก็ยังไม่มีมาตรการอะไรชัดเจน จึงต้องเตรียมหาแผนรองรับ” นายทนุศักดิ์ กล่าว
ทั้งนี้ ช่วง 7 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2556 รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ 1.1 ล้านล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย 1.04 แสนล้านบาท หรือ 10.4% โดยกรมศุลกากร จัดเก็บรายได้รวม 6.76 หมื่นล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย 0.7% แต่ต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน 0.9% โดยเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา กรมศุลกากรจัดเก็บรายได้รวม 4.54 หมื่นล้านบาท ลดลงจาก 3.74% เนื่องจากภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บจากฐานการนำเข้าลดลง
รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ได้สั่งการให้นายทนุศักดิ์ เรียก 3 กรมภาษีมาหารือ เนื่องจากรัฐบาลจะมีนโยบายปรับลดภาษีอีกหลายตัว ทั้งภาษีเงินได้นิติบุคคล ที่ลดเหลือ 20% และเตรียมจะปรับลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ที่จะปรับปรุงการจัดเก็บแบบขั้นบันได โดยลดภาษีอัตราสูงสุดจาก 37% เหลือ 35% พร้อมปรับเพิ่มขั้นอัตราในการคำนวณเงินได้สุทธิจาก 5 ขั้น เป็น 7 ขั้น
ทั้งนี้ ในส่วนของกรมสรรพากร มีแนวคิดว่าต้องการขยายฐานการเสียภาษีทั้งกรณีของบุคคลธรรมดา ที่ปัจจุบันมีฐานภาษีประมาณ 10 ล้านราย และภาษีนิติบุคคลจากปัจจุบันที่มีผู้ประกอบการยื่นแบบ 3 แสนราย ให้เพิ่มมากขึ้น หลังรัฐบาลได้ลดภาษีลงเพื่อดึงให้ประชาชนและผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบภาษีมากขึ้น ประกอบกับผลจากการปรับค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ 300 บาท และเงินเดือนระดับปริญญาตรีขั้นต่ำ 1.5 หมื่นบาท ส่งผลให้อัตราการว่างงานลดลง น่าจะส่งผลต่อการขยายฐานภาษีที่เพิ่มขึ้นด้วย







