
มันนี่ทูเดย์
สรรพสามิตโล่งใจชดเชยภาษีรถคันแรกน้อย
สรรพสามิตโล่งใจชดเชยภาษีรถคันแรกน้อย
นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า หากมีการทิ้งใบจองรถคันแรกกันมากขึ้น อาจจะส่งผลให้กรมสรรพสามิตสามารถปรับลดวงเงินงบประมาณที่จะต้องตั้งมาจ่ายคืนแก่ผู้มีสิทธิลงได้ จากเดิมที่ในปีงบประมาณ 2556 คาดว่าจะต้องใช้งบประมาณ 4.5 หมื่นล้านบาท และปีงบประมาณ 2557 ใช้งบประมาณอีกราว 4 หมื่นล้านบาท โดยของปี 2556 ที่ตั้งงบไว้เพียง 7,250 ล้านบาทนั้น ไม่เพียงพอจึงต้องใช้เงินคงคลังบางส่วน ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอนุมัติให้ใช้เงินคงคลังจ่ายคืนรถคันแรกไว้ทั้งสิ้น 3.1 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ดี ขณะนี้มีผู้ที่จองซื้อรถยนต์ในโครงการรถคันแรกสละสิทธิ์ขอคืนเงินภาษีจากโครงการรถยนต์คันแรก มีจำนวน 3,000 รายเท่านั้น มาจากหลายสาเหตุ รวมทั้งทิ้งใบจองและไม่ผ่านการขอกู้จากบริษัทลีสซิ่งด้วย ซึ่งยังเป็นตัวเลขที่ไม่ได้สูงจนน่าเป็นห่วงเมื่อเทียบกับยอดรวมที่ยื่นขอใช้สิทธิในการคืนภาษีโครงการรถคันแรกที่มีจำนวนกว่า 1.25 ล้านคัน ขณะที่ยอดการคืนเงินแก่ผู้ใช้สิทธิโครงการรถคันแรกไปแล้ว ล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 1.9 แสนราย วงเงิน 1.3 หมื่นล้านบาท โดยงวดล่าสุดคือเมื่อวันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา จำนวน 3.93 หมื่นราย วงเงิน 2,649 ล้านบาท
รัฐวิสาหกิจส่งเงินเข้าคลังปี’55 เพิ่มขึ้น 15.27%
อย่างไรก็ตาม การทิ้งใบจองรถยนต์ดังกล่าวไม่ได้มีผลกระทบต่อการดำเนินงานของกรมสรรพสามิตแต่อย่างใด เพราะส่วนใหญ่เป็นการทิ้งใบจองก่อนที่จะมายื่นใช้สิทธิ์ขอคืนภาษี ซึ่งมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) กำหนดไว้ว่าต้องยื่นเอกสารขอใช้สิทธิ์ภายใน 90 วัน หลังได้รับส่งมอบรถยนต์แล้ว ดังนั้น หากมีการทิ้งใบจองก็ยังไม่มีผลในการได้รับคืนเงินภาษีที่กรมต้องไปติดตามทวงคืนภายหลัง
"หากจะมีการทิ้งใบจองไปบ้างก็ไม่ยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง รวมถึงการผ่อนต่อไปไม่ไหวจนทำให้ถือครองรถไม่ครบตามสัญญา 1 ปี และถูกยึดรถคืน ก็น่าจะมีบ้าง แต่ยังมีตัวเลขค่อนข้างน้อยเพราะทางลิสซิ่งเองก็ค่อนข้างระมัดระวังอยู่แล้ว หากจะกลายเป็นหนี้เสีย 23% ของยอดเข้าโครงการล้านกว่าคัน หรือประมาณ 3 หมื่นคัน ทางบริษัทลิสซิ่งก็ยังรับไหว" นายสมชายกล่าวและว่า กรณีที่ผู้จองซื้อรถยนต์เสียชีวิตก็ไม่มีปัญหาเช่นกัน เพราะทางลิสซิ่งจะให้ทำประกันอยู่แล้ว หากเจ้าของรถเสียชีวิตก็สามารถโอนลอยเพื่อให้บริษัทนำรถไปขายต่อได้
ทั้งนี้ หากมีการทิ้งใบจองกันมากขึ้นอาจจะส่งผลให้กรมสรรพสามิตสามารถปรับลดวงเงินงบประมาณที่จะต้องตั้งมาจ่ายคืนแก่ผู้มีสิทธิ์ลงได้ จากเดิมที่ในปีงบประมาณ 2556 คาดว่าจะต้องใช้งบประมาณ 4.5 หมื่นล้านบาท และปีงบประมาณ 2557 ใช้งบประมาณอีกราว 4 หมื่นล้านบาท โดยของปี 2556 ที่ตั้งงบไว้เพียง 7,250 ล้านบาทนั้น ไม่เพียงพอจึงต้องใช้เงินคงคลังบางส่วน ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอนุมัติให้ใช้เงินคงคลังจ่ายคืนรถคันแรกไว้ทั้งสิ้น 3.1 หมื่นล้านบาท
สคญสำนักงานคณะกรรมการกำกับนโยบายด้านรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจประจำปี 2555 มีผลการดำเนินงานดีขึ้น โดยรัฐวิสาหกิจ 56 แห่ง ใน 9 สาขา มีทรัพย์สินรวม 10.9 ล้านล้านบาท มีรายได้รวมเท่ากับ 4.95 ล้านล้านบาท และมีกำไรสุทธิเท่ากับ 289,167 ล้านบาท นอกจากนี้ในปี 2555 รัฐวิสาหกิจยังสามารถนำส่งรายได้แผ่นดินสูงถึง 122,749 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าประมาณการรายได้นำส่ง ถึง 18,749 ล้านบาท หรือคิดเป็น 15.27% อีกทั้งยังสามารถเบิกจ่ายงบลงทุนได้ถึง 80% ของงบลงทุนที่ได้อนุมัติจำนวน 378,494 ล้านบาทและสำหรับในปี 2556 รัฐวิสาหกิจสามารถเบิกจ่ายงบลงทุนสะสม ณ เดือนมีนาคม 2556 ไปแล้วจำนวน 60,966 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 70.5 ของงบลงทุนสะสมตั้งแต่ต้นปี







