posttoday
รถคันแรกดันภาษีเกินเป้า

รถคันแรกดันภาษีเกินเป้า

18 พฤษภาคม 2556

7เดือนปีงบ’56สูงกว่าคาด1.04แสนล. สะท้อนภาพศก.ดีคลังตามบี้ดอกเบี้ย

7เดือนปีงบ’56สูงกว่าคาด1.04แสนล. สะท้อนภาพศก.ดีคลังตามบี้ดอกเบี้ย

รถคันแรกส่งผลให้การเก็บรายได้เดือน เม.ย. เกินเป้าหมื่นล้าน คาดทั้งปีได้ตามเป้า 2.1 ล้านล้าน

นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า รัฐบาลเก็บรายได้สุทธิของรัฐบาลในเดือน เม.ย. 2556 จำนวน 1.27 แสนล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 1.05 หมื่นล้านบาท หรือ 9% โดยภาษีที่จัดเก็บได้สูงกว่าประมาณการที่สำคัญ ได้แก่ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีรถยนต์ และภาษีเงินได้นิติบุคคล สะท้อนถึงรายได้ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจที่ขยายตัวได้ดี ประกอบกับผลจากโครงการรถยนต์คันแรกที่ยังคงส่งผลดีต่อการจัดเก็บรายได้

นอกจากนี้ รัฐวิสาหกิจนำส่งรายได้สูงกว่าประมาณการ 9,518 ล้านบาท หรือ 77.1% จากการนำส่งเงินปันผลของบริษัท ปตท.

นายสมชัย กล่าวว่า การเก็บรายได้ในช่วง 7 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2556 รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ 1.1 ล้านล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย 1.04 แสนล้านบาท หรือ 10.4% เนื่องจาก 3 กรมจัดเก็บภาษี ทั้งกรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร สูงกว่าเป้าหมาย 6.7 หมื่นล้านบาท หรือ 6.2% โดยมีสาเหตุสำคัญจากภาษีรถยนต์ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และภาษีมูลค่าเพิ่มจัดเก็บได้สูงกว่าเป้าหมาย

นอกจากนี้ การจัดเก็บรายได้ของหน่วยงานอื่นและการนำส่งรายได้รัฐวิสาหกิจสูงกว่าเป้าหมาย 4.18 หมื่นล้านบาท และ 1.52 หมื่นล้านบาท หรือ 71.4% และ 26.7% ตามลำดับ

นายสมชัย กล่าวว่า จากภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับมาตรการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของรัฐบาลส่งผลให้ในปีงบประมาณ 2556 รัฐบาลจะสามารถจัดเก็บรายได้ตามเป้าหมายที่ 2.1 ล้านล้านบาท แม้ว่าจะมีปัจจัยเสี่ยงจากค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลบ้างก็ตาม

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เปิดเผยว่า การที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระบุว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกปีนี้มีสัญญาณที่บ่งชี้ถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจ และกองทุนการเงินระหว่างประเทศลดเป้าการขยายตัวเศรษฐกิจโลกปีนี้เหลือ 3.3% จาก 3.5% สะท้อนให้เห็นว่าไม่จำเป็นต้องคงอัตราดอกเบี้ยสูง ธนาคารแห่งประเทศไทยควรเอาข้อมูลนี้ไปพิจารณาด้วยกรณีที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศลดเป้าการขยายตัวเศรษฐกิจโลกปีนี้เหลือ 3.3% จาก 3.5% ว่า เศรษฐกิจโลกที่โตน้อยกว่าที่คาดไว้นั้น ไม่ใช่เวลาที่เราจะมาสบายใจเรื่องส่งออก เพราะกำลังซื้อที่ไม่ได้ดีอย่างที่คาด ทำให้ทุกฝ่ายต้องทำงานหนัก และตนอยากเห็นอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ในระดับที่ผู้ส่งออกแข่งขันได้ มีเสถียรภาพ

นายกิตติรัตน์ ระบุว่า ในส่วนรัฐบาลพยายามเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณทั้งงบประจำปีและงบรัฐวิสาหกิจ ซึ่งทั้ง 2 ส่วนมีการเบิกจ่ายสูงกว่าเป้าหมาย แต่ก็ยังต้องติดตามอยู่ เช่น แต่รายที่ยังไม่ได้เบิกจ่ายนั้นขั้นตอนอยู่ตรงไหน ซึ่งก็พบว่ามีการเปิดประมูลจำนวนมากแล้ว บ้างก็รอความคืบหน้าของงานและเบิกจ่ายตามงวดงาน ก

“การเร่งรัดต่างๆยังคงดำเนินต่อไปมั่นใจว่าการใช้จ่ายภาครัฐจะเป็นส่วนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และจะไม่ใช่ส่วนที่ทำให้เกิดความล่าช้าหรือทำให้การขยายตัวของเศรษฐกิจน้อย ส่วนวิวาทะอัตราแลกเปลี่ยนเป็น 1 ใน 4 เรื่อง เพื่อทำให้การส่งออกไปได้ก็ต้องว่ากันไป”นายกิตติรัตน์กล่าว

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี