
รถคันแรกดันภาษีเกินเป้า
7เดือนปีงบ’56สูงกว่าคาด1.04แสนล. สะท้อนภาพศก.ดีคลังตามบี้ดอกเบี้ย
7เดือนปีงบ’56สูงกว่าคาด1.04แสนล. สะท้อนภาพศก.ดีคลังตามบี้ดอกเบี้ย
รถคันแรกส่งผลให้การเก็บรายได้เดือน เม.ย. เกินเป้าหมื่นล้าน คาดทั้งปีได้ตามเป้า 2.1 ล้านล้าน
นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า รัฐบาลเก็บรายได้สุทธิของรัฐบาลในเดือน เม.ย. 2556 จำนวน 1.27 แสนล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 1.05 หมื่นล้านบาท หรือ 9% โดยภาษีที่จัดเก็บได้สูงกว่าประมาณการที่สำคัญ ได้แก่ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีรถยนต์ และภาษีเงินได้นิติบุคคล สะท้อนถึงรายได้ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจที่ขยายตัวได้ดี ประกอบกับผลจากโครงการรถยนต์คันแรกที่ยังคงส่งผลดีต่อการจัดเก็บรายได้
นอกจากนี้ รัฐวิสาหกิจนำส่งรายได้สูงกว่าประมาณการ 9,518 ล้านบาท หรือ 77.1% จากการนำส่งเงินปันผลของบริษัท ปตท.
นายสมชัย กล่าวว่า การเก็บรายได้ในช่วง 7 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2556 รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ 1.1 ล้านล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย 1.04 แสนล้านบาท หรือ 10.4% เนื่องจาก 3 กรมจัดเก็บภาษี ทั้งกรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร สูงกว่าเป้าหมาย 6.7 หมื่นล้านบาท หรือ 6.2% โดยมีสาเหตุสำคัญจากภาษีรถยนต์ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และภาษีมูลค่าเพิ่มจัดเก็บได้สูงกว่าเป้าหมาย
นอกจากนี้ การจัดเก็บรายได้ของหน่วยงานอื่นและการนำส่งรายได้รัฐวิสาหกิจสูงกว่าเป้าหมาย 4.18 หมื่นล้านบาท และ 1.52 หมื่นล้านบาท หรือ 71.4% และ 26.7% ตามลำดับ
นายสมชัย กล่าวว่า จากภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับมาตรการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของรัฐบาลส่งผลให้ในปีงบประมาณ 2556 รัฐบาลจะสามารถจัดเก็บรายได้ตามเป้าหมายที่ 2.1 ล้านล้านบาท แม้ว่าจะมีปัจจัยเสี่ยงจากค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลบ้างก็ตาม
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เปิดเผยว่า การที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระบุว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกปีนี้มีสัญญาณที่บ่งชี้ถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจ และกองทุนการเงินระหว่างประเทศลดเป้าการขยายตัวเศรษฐกิจโลกปีนี้เหลือ 3.3% จาก 3.5% สะท้อนให้เห็นว่าไม่จำเป็นต้องคงอัตราดอกเบี้ยสูง ธนาคารแห่งประเทศไทยควรเอาข้อมูลนี้ไปพิจารณาด้วยกรณีที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศลดเป้าการขยายตัวเศรษฐกิจโลกปีนี้เหลือ 3.3% จาก 3.5% ว่า เศรษฐกิจโลกที่โตน้อยกว่าที่คาดไว้นั้น ไม่ใช่เวลาที่เราจะมาสบายใจเรื่องส่งออก เพราะกำลังซื้อที่ไม่ได้ดีอย่างที่คาด ทำให้ทุกฝ่ายต้องทำงานหนัก และตนอยากเห็นอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ในระดับที่ผู้ส่งออกแข่งขันได้ มีเสถียรภาพ
นายกิตติรัตน์ ระบุว่า ในส่วนรัฐบาลพยายามเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณทั้งงบประจำปีและงบรัฐวิสาหกิจ ซึ่งทั้ง 2 ส่วนมีการเบิกจ่ายสูงกว่าเป้าหมาย แต่ก็ยังต้องติดตามอยู่ เช่น แต่รายที่ยังไม่ได้เบิกจ่ายนั้นขั้นตอนอยู่ตรงไหน ซึ่งก็พบว่ามีการเปิดประมูลจำนวนมากแล้ว บ้างก็รอความคืบหน้าของงานและเบิกจ่ายตามงวดงาน ก
“การเร่งรัดต่างๆยังคงดำเนินต่อไปมั่นใจว่าการใช้จ่ายภาครัฐจะเป็นส่วนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และจะไม่ใช่ส่วนที่ทำให้เกิดความล่าช้าหรือทำให้การขยายตัวของเศรษฐกิจน้อย ส่วนวิวาทะอัตราแลกเปลี่ยนเป็น 1 ใน 4 เรื่อง เพื่อทำให้การส่งออกไปได้ก็ต้องว่ากันไป”นายกิตติรัตน์กล่าว







