
บีโอไออนุมัติ11โครงการวงเงิน5.4หมื่นล้าน
บอร์ดบีโอไอ เห็นชอบจัดทำยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนให้แล้วเสร็จปีนี้ พร้อมอนุมัติ 11 โครงการ เงินลงทุนกว่า 5.4 หมื่นล้าน
บอร์ดบีโอไอ เห็นชอบจัดทำยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนให้แล้วเสร็จปีนี้ พร้อมอนุมัติ 11 โครงการ เงินลงทุนกว่า 5.4 หมื่นล้าน
นายประเสริฐ บุญชัยสุข รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ที่มีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เป็นประธาน ว่า ได้มีการพิจารณายุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนใหม่ โดยเน้นให้มีความชัดเจน โปร่งใส และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการมีเวลาปรับตัว โดยเห็นชอบให้กำหนดระยะเวลาจัดทำยุทธศาสตร์ให้แล้วเสร็จเสนอต่อบอร์ดพิจารณาภายในเดือนธันวาคมนี้ และให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2558
สำหรับร่างเบื้องต้นของยุทธศาสตร์ใหม่ บีโอไอมีแนวทางที่จะปรับเปลี่ยนจากเดิมที่ให้ส่งเสริมเกือบทุกกิจการ มาเป็นเน้นส่งเสริม 10 กลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ ได้แก่ กลุ่มโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ กลุ่มอุตสาหกรรมพื้นฐาน กลุ่มอุตสาหกรรมการแพทย์และเครื่องมือวิทยาศาสตร์ กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนและบริการด้านสิ่งแวดล้อม กลุ่มธุรกิจบริการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรม กลุ่มเทคโนโลยีพื้นฐานขั้นสูง อุตสาหกรรมอาหารและแปรรูปสินค้าเกษตร กลุ่มอุตสาหกรรม Hospitality & Wellness กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และอุปกรณ์ขนส่งอื่นๆ และกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า
นอกจากนี้ยังปรับเปลี่ยนการส่งเสริมการลงทุนจากเดิมที่แบ่งตามเขตพื้นที่ เป็นส่งเสริมให้เกิดคลัสเตอร์อุตสาหกรรมใหม่ในภูมิภาค สำหรับการให้สิทธิประโยชน์แก่โครงการที่ได้รับส่งเสริมภายใต้ยุทธศาสตร์ใหม่จะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ สิทธิประโยชน์พื้นฐาน และสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมตามคุณค่าของโครงการ เพื่อเน้นส่งเสริมโครงการลงทุนที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ
รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า ที่ประชุมอนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุนจำนวน 11 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 54,873 ล้านบาท ประกอบด้วย บริษัท คอนทิเนนทัล มิลลิ่ง จำกัด ผลิตแป้งสาลี เงินลงทุน 2,227 ล้านบาท, บริษัท เอเชียแปซิฟิกกลาส จำกัด ผลิตขวดแก้ว เงินลงทุน 1,728 บาท, บริษัท ไทย มาลายา กลาส จำกัด ผลิตขวดแก้ว เงินลงทุน 2,215 ล้านบาท, นายฮิโรชิ โมริโน ซึ่งจะจัดตั้งบริษัทขึ้นภายหลังจากนี้ได้รับส่งเสริมกิจการผลิตชิ้นส่วน ระบบเกียร์อัตโนมัติ เงินลงทุน 950 ล้านบาท, บริษัท บางจาก โซลาร์เอ็นเนอร์ยี (นครราชสีมา) ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ เงินลงทุน 900 ล้านบาท, บริษัท อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ 4 ผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ เงินลงทุน5,600 ล้านบาท, บริษัท ผลิตไฟฟ้าขนอม ผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ เงินลงทุน 19,150 ล้านบาท, บริษัท สายการบินนกแอร์ เงินลงทุน 13,710 ล้านบาท
นาย ฮาเซกาว่า นารูมิ ได้รับส่งเสริมกิจการสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค เพื่อจัดตั้ง Technical Center และกำกับดูแลกิจการสาขาหรือบริษัทในเครือ บริดจสโตน ทั้งในประเทศไทยและในภูมิภาค เงินลงทุน 1,543 ล้านบาท, บริษัทสยาม ควอลิตี้ สตาร์ช ผลิตแป้งมันสำปะหลังและแป้งแปรรูป เงินลงทุน 1,250 ล้านบาท, และบริษัท อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ 5 จำกัด ได้รับส่งเสริมกิจการผลิตไฟฟ้าจากก๊าชธรรมชาติ ขนาด 142 เมกะวัตต์ และไอน้ำ 30 ตันต่อชั่วโมง เงินลงทุนทั้งสิ้น 5,600 ล้านบาท







