posttoday
รัฐผนึกกำลัง ปลุกโอท็อปไทยฟื้น

รัฐผนึกกำลัง ปลุกโอท็อปไทยฟื้น

17 พฤษภาคม 2556

รัฐบาล “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี ประกาศแผนผลักดันโอท็อปไทยให้กลับมาเฟื่องฟูและได้รับความนิยมอีกครั้ง คล้ายกับสมัยของ “พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร” ที่เป็นผู้ปลุกกระแสโอท็อปไทยในช่วง 10 ปีก่อนหน้านี้

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

รัฐบาล “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี ประกาศแผนผลักดันโอท็อปไทยให้กลับมาเฟื่องฟูและได้รับความนิยมอีกครั้ง คล้ายกับสมัยของ “พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร” ที่เป็นผู้ปลุกกระแสโอท็อปไทยในช่วง 10 ปีก่อนหน้านี้

ในช่วง 45 ปีที่ผ่านมา กระแสสินค้าโอท็อปไทยหายเงียบไปจากประเทศไทย และหลายคนก็หลงลืมสินค้าโอท็อปไป

ทั้งนี้ รัฐบาลได้มอบหมายให้ ขวัญชัย วงศ์นิติกร อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เดินหน้าผลักดันสินค้าโอท็อปไทยจำนวน 7.1 หมื่นผลิตภัณฑ์ให้เป็นสินค้าดาวเด่น มีคุณภาพ มีแบรนด์ ได้รับความนิยมจากคนไทยทั่วประเทศมากที่สุด ทำให้คนทั่วโลกรู้จักและซื้อสินค้าโอท็อปไทย

การทำให้สินค้าโอท็อปได้รับความนิยมมากขึ้น ต้องทำให้สินค้าซื้อได้ง่ายที่สุด และซื้อได้สะดวกในทุกช่องทาง จึงต้องปรับระบบโลจิสติกส์ใหม่ เพื่อให้สินค้ามีระบบขนส่งสะดวกรวดเร็ว โดยล่าสุดกรมการพัฒนาชุมชนได้จับมือร่วมกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย เพื่อให้สินค้าโอท็อปจำหน่ายสินค้าได้ทั่วประเทศ

สำหรับจุดเด่นของไปรษณีย์ไทย คือ 1.ลูกค้าที่เลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ สามารถใช้เครือข่ายของไปรษณีย์ส่งสินค้าได้ทั่วประเทศ หรือคนต่างชาติในทุกประเทศทั่วโลก 2.ให้สาขาไปรษณีย์ที่อยู่ในเขตเมืองจัดตั้งช็อปจำหน่ายสินค้าโอท็อป และมีแค็ตตาล็อกโอท็อป

3.มีศูนย์กระจายสินค้า (ดีซี) ทั่วประเทศ ซึ่งสามารถสต๊อกสินค้าและจัดส่งสินค้าได้ทันที

เธียรทิพย์ ไชยชิต รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดและพัฒนาธุรกิจ บริษัท ไปรษณีย์ไทย กล่าวว่า ไปรษณีย์มีความพร้อมที่จะจัดส่งสินค้าโอท็อปไปในทุกพื้นที่ เพราะที่ผ่านมาได้จัดทำแค็ตตาล็อกสินค้าโอท็อป จึงเข้าใจดีว่าในแต่ละพื้นที่ประชาชนชื่นชอบสินค้าใดเป็นพิเศษ

ส่วนการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 บริษัท ไปรษณีย์ไทย ได้จับมือกับประเทศสมาชิกในอาเซียน เพื่อร่วมผลักดันและแลกเปลี่ยนสินค้าท้องถิ่นของแต่ละประเทศ ถือเป็นโอกาสที่ดีของสินค้าโอท็อปไทยจะไปเปิดตลาดใหม่

รวมทั้งยกระดับให้โอท็อปที่มี 7.1 หมื่นสินค้า แบ่งเป็นประเภท เอ บี ซี ดี โดยสินค้าประเภทเอ คือ สินค้าดาวเด่น มีคุณภาพสูง ขายในต่างประเทศ สินค้าประเภทบี คือ สินค้าอนุรักษ์ มีภูมิปัญญาของคนในท้องถิ่น มีเอกลักษณ์ และผลิตได้จำนวนจำกัด

สินค้าประเภทซี คือ สินค้าที่มีคุณภาพ และผลิตได้จำนวนมาก สินค้าประเภทดี คือ สินค้ามีคุณภาพ และเป็นสินค้าขายในท้องถิ่นของตัวเอง

โดยมุ่งให้ประเภทซี และดี ปรับไปสู่ประเภทเอ และบี มากที่สุด จากปัจจุบันสินค้าประเภทซี และดี ที่มีจำนวน 5 หมื่นสินค้า ส่วนสินค้าประเภทเอ มีจำนวน 5,000 สินค้า ที่เหลือเป็นสินค้าประเภทบี

“ได้ปรับบทบาทหน่วยงานรัฐเป็นฝ่ายรุกเข้าหาโอท็อป ทำให้สินค้าโอท็อปขายได้ตลอดปี ประชาชนซื้อได้ทุกพื้นที่ หากทำได้จริงโอกาสที่สินค้าโอท็อปจะสร้างยอดขายได้ถึง 1 แสนล้านบาท อาจเกิดขึ้นในปี 2557 จากเดิมวางไว้ในปี 2558” ขวัญชัย กล่าว

เป็นนโยบายที่รัฐบาลวางแผนไว้ เพื่อผลักดันให้สินค้าโอท็อปไทยกลับมาได้รับความนิยม มีเป้าหมายให้ผู้ผลิตสินค้าโอท็อปจำนวน 3.6 หมื่นกลุ่มผู้ประกอบการ มีรายได้เพิ่มขึ้น มีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น

แต่จะทำได้จริงหรือไม่นั้น รัฐบาลต้องลงมืออย่างจริงจัง เพราะโอท็อปคือสินค้าฐานรากของประเทศ หากทำให้คนไทยใช้สินค้าไทย ท้ายที่สุดคนฐานรากของประเทศก็มีรายได้สูงขึ้น โดยที่ภาครัฐไม่ต้องหว่านเงินเป็นแสนล้านบาทเข้าไปช่วยเหลืออย่างไม่จบสิ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท