
'วิลเลนดรอฟ' ขายตรงพันธุ์ไทย เร่งสร้างชื่อ ชูจุดขายความงาม
ม้ว่าจะเข้าสู่ปีที่ 2 ของการเริ่มต้นธุรกิจขายตรง แต่ วิลเลนดรอฟ ก็ประกาศว่าเร่งสร้างชื่อเพื่อเป็นขายตรงน้ำดี สร้างธุรกิจอย่างยั่งยืนให้กับสมาชิกที่บุกเบิกโดยคนไทย
แม้ว่าจะเข้าสู่ปีที่ 2 ของการเริ่มต้นธุรกิจขายตรง แต่ วิลเลนดรอฟ ก็ประกาศว่าเร่งสร้างชื่อเพื่อเป็นขายตรงน้ำดี สร้างธุรกิจอย่างยั่งยืนให้กับสมาชิกที่บุกเบิกโดยคนไทย
ธนากร บุญวิจิตร ประธานกรรมการ บริษัท วิลเลนดรอฟ กล่าวว่า หลังจากอยู่ในธุรกิจเครื่องสำอางมานาน 9 ปี เริ่มจากเป็นผู้คิดค้นสูตรให้กับสินค้าด้านความงามและสินค้าหลายๆ แบรนด์ ทั้งสินค้าในประเทศและต่างประเทศ จนเริ่มก่อตั้งโรงงานผลิตสินค้าของตนเองเมื่อ 4 ปีก่อน ในนิคมอุตสาหกรรมนวนคร จ.ปทุมธานี
“เราเริ่มจากเป็นผู้ผลิตเครื่องสำอาง จึงทราบว่าสูตรสินค้าความงามหลายๆ แหล่งผลิต ทั้งจากต่างประเทศและในประเทศที่มาว่าจ้างผลิต สินค้าความงามบางยี่ห้อที่ขายได้ดีนั้น บางแบรนด์ขึ้นอยู่กับการทำตลาดมากกว่า จึงคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องเข้ามาเปิดธุรกิจและสร้างแบรนด์สินค้าของตนเอง โดยใช้ช่องทางขายตรงในการขยายตลาดและฐานสมาชิก” ธนากร กล่าว
สำหรับ วิลเลนดรอฟ ได้ยื่นจดทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. เมื่อวันที่ 12 ก.ค. 2554 และได้รับการอนุมัติเมื่อวันที่ 26 ก.ค. 2554 โดยได้เริ่มก่อตั้งบริษัท ส.ค. 2554 ซึ่งบริษัทได้ใช้แผนการดำเนินธุรกิจแบบไบนารี่ ผู้ที่จะเข้าเป็นสมาชิกนั้นเริ่มจากใช้เงินสมัคร 300 บาท จะได้รับ 1.คู่มือการทำธุรกิจ 2.สินค้าทดลองใช้ขนาดเล็ก 1 ชุด 3.สิทธิประโยชน์สมาชิกในการซื้อสินค้า และ 4.ได้รับการมาสก์หน้า ที่ถือเป็นจุดขายของบริษัท
ทั้งนี้ ผู้ที่เข้าร่วมธุรกิจเครือข่ายนั้นจะได้ผลตอบแทนจากการดำเนินธุรกิจเฉลี่ย 15-35% จากการจำหน่ายสินค้า และต้องมีการต่ออายุสมาชิกปีละ 100 บาท เป็นต้น
“แผนการดำเนินธุรกิจขายตรงที่เหลืออยู่ปัจจุบัน มีเพียง 2 รูปแบบ คือ แบบสตาร์สเต็ปหรือเป็นขั้นบันได และแบบไบนารี่ ที่แบ่งเป็น 2 ขาธุรกิจ ซึ่งบริษัทใช้รูปแบบการจ่ายผลตอบแทนรูปแบบไบนารี่ เพราะให้ผลตอบแทนรวดเร็วและยังเน้นการขายสินค้าจริง” ธนากร ย้ำ
ขณะนี้ วิลเลนดรอฟ มีสมาชิก 4 หมื่นรหัสสมาชิก ปัจจุบันได้มีสมาชิกที่มีรายได้สูงถึงระดับแสนบาทต่อเดือนจำนวน 5 ราย และสมาชิกส่วนใหญ่จะมีรายได้ต่อเดือนเฉลี่ย 2 หมื่นบาท
สำหรับแผนในปีนี้ บริษัทจะเน้นการประชาสัมพันธ์สินค้าและตัวบริษัทให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นในวงการขายตรง เริ่มจากการเดินสายในต่างจังหวัดเพื่อไปแนะนำให้คนเข้ามาร่วมธุรกิจ บอกประวัติ และแผนธุรกิจเพื่อให้คนสนใจเข้ามาร่วมธุรกิจ พร้อมเปิดหลักสูตรฝึกอบรม เพื่อให้ผู้ที่สนใจเข้ามาเรียนฟรี เริ่มจากให้เรียนรู้ทางด้านแผนการตลาด ไปจนถึงการฝึกพูดเพื่อบรรยายถึงสรรพคุณของสินค้า รวมไปถึงการนำบริษัทเข้าไปเป็นสมาชิกในสมาคมที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจขายตรง ที่อยู่ระหว่างในขั้นตอนเริ่มดำเนินการ
ปัจจุบันสมาชิกหลักของบริษัท ส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิงที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป เนื่องจากคนในช่วงวัยนี้จะเริ่มมีปัญหาด้านสุขภาพผิวมาก โดยเฉพาะปัญหาริ้วรอย และ ฝ้ากระ วิธีการแก้ปัญหาคือต้องดูแลผิวพรรณ ซึ่งการมาร์คหน้าก็สามารถช่วยลดปัญหาดังกล่าวได้
ในแง่รายได้นั้น วิลเลนดรอฟ ปีนี้ตั้งเป้าว่าจะไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมามีรายได้ 120 ล้านบาท เนื่องจากต้องการให้สมาชิกระดับผู้นำที่มีรายได้ 1 แสนบาทต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 200 คนในปีนี้ และวางเป้าจะมีสมาชิกรวมในปีนี้สูงถึง 1 แสนรหัส ซึ่งจะทำให้ธุรกิจของบริษัทเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยไม่ได้เน้นไปถึงแม่ทีมจากบริษัทอื่นมาขยายสายธุรกิจ
พร้อมกันนี้ จะมีการขยายเพื่อศูนย์ธุรกิจรูปแบบศูนย์โมบาย จากปัจจุบันมีจำนวน 1,000 แห่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ ในปีนี้จะขยายอีกไม่ต่ำกว่า 50 แห่ง โดยจะเน้นเปิดในจังหวัดหัวเมืองรองอย่างเช่น จ.น่าน อุตรดิตถ์ แพร่ ราชบุรี เป็นต้น เพื่อให้สมาชิกสามารถซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น นอกจากสินค้าทางด้านความงามแล้ว บริษัทยังมีสินค้าประเภทผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสุขภาพ รวมถึงเตรียมจะเปิดตัวสินค้าใหม่ คือ กลุ่มเคมีภัณฑ์ทางการเกษตรด้วย คาดว่าจะเริ่มในต้นปีหน้า
นอกจากนี้ ยังวางแผนเพื่อเข้าไปเปิดตลาดในประเทศเพื่อนบ้าน อย่างเช่นประเทศ ลาว กัมพชา และเมียนมาร์ ขณะนี้เริ่มมีสมาชิกในต่างประเทศแล้ว แต่ทั้งนี้ต้องการรอความชัดเจนจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ก่อน เพราะปัจจุบันยังมีกฎหมายทางด้านการค้าที่กีดกันสินค้าบางประเภทในการเข้าไปทำตลาด
“ธุรกิจขายตรงนั้น ถ้าได้ผู้นำเก่งถือว่าจะเป็นแรงผลักดันที่ทำให้บริษัทเติบโตขึ้นได้มาก ซึ่งเราเองต้องการคนเก่งและคนที่ทำงานจริง แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีแม่ทีมที่เข้ามาจะขยายธุรกิจให้ แต่ถ้ามาหลอกเพื่อขายแผนธุรกิจเหมือนแชร์ลูกโซ่ เราจะไม่ทำ” ธนากร กล่าว
และนี่คือแผนการบุกตลาดของธุรกิจขายตรงสายพันธุ์ไทย อย่าง วิลเลนดรอฟ ที่หวังเติบโตอย่างมั่นคงโดยมุ่งขายสินค้าเป็นหลัก







