
กรุงศรีฯ ตะลุย "ลาว"ยึดหัวหาดสินเชื่อรถยนต์
โดย...เบญจมาศ เลิศไพบูลย์
โดย...เบญจมาศ เลิศไพบูลย์
วันที่ 1 ก.ค.นี้ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส หรือ กรุงศรี คอนซูมเมอร์ บริษัทในเครือธนาคารกรุงศรีอยุธยา ได้ฤกษ์ดำเนินธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ และสินเชื่อส่วนบุคคลหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้าในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยใช้ชื่อว่า บริษัท กรุงศรีไฟแนนซ์เชียล เซอร์วิส (ลาว) ผ่านการถือหุ้นใหญ่ 3 กลุ่ม ได้แก่ กรุงศรี คอนซูมเมอร์ 35% กรุงศรี ออโต้ 35% และกลุ่มธุรกิจในลาว 30%
ถือเป็นการสยายปีกสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และสินเชื่อส่วนบุคคลเข้าเทรนด์เตรียมเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 หลังจากกรุงศรี คอนซูมเมอร์ เป็นเจ้าตลาดเบอร์ 1 ของไทยในด้านสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลกว่า 6 ล้านบัญชี
ฐากร ปิยะพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กรุงศรี คอนซูมเมอร์ กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องการเข้าไปลงทุนในลาว นอกจากสาธารณูปโภคพื้นฐานเอื้ออำนวย พื้นฐานประเทศใกล้เคียงกับไทย อีกหลักใหญ่คือ ลูกค้าชาวลาวนิยมซื้อของเงินสดทั้งรถยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ฉะนั้นตลาดสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และสินเชื่อบุคคลในลาวยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก
“คนลาวมีทัศนคติไม่อยากเป็นหนี้ ส่วนใหญ่ใช้เงินสด แต่ตอนนี้เศรษฐกิจในประเทศลาวขยายตัวมาก คนมีเงินเก็บเยอะมาก ซื้ออะไรก็ใช้เงินสด เราจะค่อยๆ เข้าไปเปลี่ยนพฤติกรรมให้เขาหันมาใช้สินเชื่อบุคคลและใช้บริการเช่าซื้อมากขึ้น” ฐากร กล่าว
ปัจจุบันลาวจะใช้เงินซื้อขายสินค้า 3 สกุล ได้แก่ เงินกีบ เงินเหรียญสหรัฐ และเงินบาท แต่บริษัท กรุงศรีไฟแนนซ์เชียล เซอร์วิส (ลาว) จะให้บริการสินเชื่อใน 2 สกุล คือ เงินเหรียญสหรัฐ กรณีเป็นสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ และเงินกีบ หากใช้บริการสินเชื่อเงินสด
ฐากร กล่าวว่า ตลาดเช่าซื้อรถยนต์ในลาวมี 67 ราย มีบริษัทไทยเข้าไปดำเนินธุรกิจแล้ว 1 ราย และมีบริษัทร่วมทุนต่างประเทศ เช่น เกาหลี เข้าไปทำตลาดด้วย ที่เหลือเป็นสถาบันการเงินในลาว เพราะทุกคนมองเห็นโอกาสตลาดสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์จากเศรษฐกิจในลาวที่เติบโตต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ยังมีอุปสรรคใหญ่ของธุรกิจนี้ คือ ระบบการชำระเงิน เนื่องจากคนในลาวนิยมใช้เงินสด ไม่มีบิล เพย์เมนท์ ซื้อของหรือชำระเงินก็ต้องพกเงินสดจำนวนมากไปจ่าย จึงต้องมีการออกแบบระบบการชำระเงินให้พร้อมรองรับพฤติกรรมการใช้จ่ายของคนลาว ซึ่งเป็นสิ่งที่พันธมิตรของลาวจะเป็นฝ่ายดูแลเรื่องระบบ ส่วนการควบคุมระบบจะใช้ความเชี่ยวชาญของกรุงศรี คอนซูมเมอร์
ส่วนธุรกิจบัตรเครดิตในลาวนั้นยังมีอุปสรรคอีกมาก เนื่องจากเงื่อนไขทางกฎหมายที่อนุญาตให้ธนาคารท้องถิ่นในลาวทำธุรกิจนี้เท่านั้น จึงยังไม่มีโอกาสเข้าไปขยายตลาด
“ตอนนี้เราอยู่ระหว่างทำวิจัยตลาดสินเชื่อบุคคลและเช่าซื้อรถยนต์ในเมียนมาร์และกัมพูชา ส่วนเวียดนามคงไม่เข้าไป เพราะพื้นที่เต็ม ตลาดอิ่มตัวแล้ว” ฐากร กล่าว
ในด้านแผนธุรกิจกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ปีนี้จะยังคงครองความเป็นที่ 1 ทั้งจำนวนลูกค้า ยอดสินเชื่อ และยอดใช้จ่ายรวม โดยตั้งเป้าหมายมีจำนวนบัญชีลูกค้า 6.22 ล้านบัญชี เป็นบัญชีลูกค้าใหม่ 8 แสนบัญชี คิดเป็นยอดใช้จ่ายรวม 2.87 แสนล้านบาท หรือเติบโต 16% และมียอดสินเชื่อคงค้าง 1.1 แสนล้านบาท หรือเติบโต 9%
สำหรับไตรมาสแรกมีลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 1.91 แสนบัญชี หรือเพิ่มขึ้น 16% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยมียอดใช้จ่ายผ่านบัตร 4.74 หมื่นล้านบาท เติบโต 23% และมียอดสินเชื่อใหม่ 1.65 ล้านบาท เติบโต 187% เป็นผลจากการขยายตัวต่อเนื่องของเศรษฐกิจ การเติบโตของธุรกิจค้าปลีก และการเติบโตก้าวกระโดดของธุรกิจออนไลน์
เมื่อจัด10 อันดับแรกที่มีการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตสูงสุด ได้แก่ 1. ใช้จ่ายผ่านซูปเปอร์สโตร์ 2. ซื้อสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต 3. ซื้อสินค้าในห้างสรรพสินค้า 4. ใช้จ่ายร้านอาหาร 5. ท่องเที่ยวและโรงแรม 6. โรงพยาบาล 7. ตกแต่งและซ่อมแซมบ้าน 8. ปั๊มน้ำมัน 9. ประกันภัย และ10. ใช้จ่ายในต่างประเทศ
ส่วนปัจจัยที่เป็นข้อกังวลขณะนี้ก็มีไม่น้อย ฐากร ยอมรับว่า เป็นห่วงค่าครองชีพที่สูงขึ้นอาจส่งผลต่อเงินในกระเป๋าลูกค้า และยังมีความเสี่ยงจากการลดหรือเลิกจ้างแรงงานในบางพื้นที่ ทำให้คุณภาพสินเชื่อของลูกค้าขณะนี้เริ่มมีสัญญาณการชำระเงินล่าช้าเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมาประมาณ 0.1% แต่ยังไม่ถึงขั้นเป็นหนี้เสีย(เอ็นพีแอล) ที่นับการชำระล่าช้าเกิน 90 วัน
“ไตรมาสที่ 4 ปีที่ผ่านมาสถานการณ์ลูกค้าดีมาก แต่ช่วง 12 เดือนนี้ มีทั้งหยุดสงกรานต์ และเปิดเทอมพอดี ไม่รู้ลูกค้าลืมจ่ายหรือเปล่า ก็เลยมีบ้างที่จ่ายล่าช้า แต่ก็มีลูกค้าที่บอกตรง ๆ ว่าเงินตึงมือ เพราะภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น ต้องดูสถานการณ์ไตรมาสที่ 2 จึงจะเห็นภาพชัดเจนกว่านี้” ฐากร กล่าว
ฐากร กล่าวว่า การซื้อรถยนต์คันแรกก็มีส่วนทำให้ผู้บริโภคเริ่มคำนึงถึงการจับจ่ายใช้สอย เพราะมีภาระหนี้เพิ่ม แต่โดยรวมเอ็นพีแอลก็ยังควบคุมได้ เมื่อฐานสินเชื่อใหญ่ขึ้นถัวเฉลี่ยค่าความเสี่ยงก็น้อยลง ปัจจุบันหนี้เสียบัตรเครดิตอยู่ที่ 1% กว่า และหนี้เสียสินเชื่อบุคคลอยู่ที่ประมาณ 2%
ส่วนครึ่งปีหลังกรุงศรี คอนซูมเมอร์ จะมุ่งเน้นการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมคนในยุคปัจจุบัน หลังจากได้ออกอุปกรณ์ กรุงศรี ควิก เพย์ ลูกค้าสามารถชำระค่าใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตโดยเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต เป็นการเพิ่มช่องทางชำระค่าสินค้าผ่านบัตรเครดิตให้กับร้านค้าขนาดเล็ก โดยไม่ต้องติดตั้งเครื่องรูดบัตรเครดิตทำให้มีต้นทุนมากขึ้น







