posttoday
ต้องลดดอกเบี้ยกระตุ้นเศรษฐกิจ

ต้องลดดอกเบี้ยกระตุ้นเศรษฐกิจ

17 พฤษภาคม 2556

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน และอดีต รมช.คลัง กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าภาวะนี้เงินทุนไหลเข้ามาไทยเพิ่มมากขึ้น ถ้าดูจากยอดเงินทุนไหลเข้าที่สภาพัฒน์แจ้งมา จากปี 2554 มีเงินไหลเข้า 5,190 ล้านเหรียญสหรัฐ ปี 2555 ไหลเข้า 11,540 ล้านเหรียญสหรัฐ และเพียงไตรมาสแรกปีนี้เงินไหลเข้ามาแล้ว 4,770 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเท่ากับที่เข้ามาในปี 2554 ทั้งปี และมีโอกาสเข้ามาเรื่อยๆ ทำให้ค่าเงินมีโอกาสแข็งค่าขึ้นและกระทบต่อภาคธุรกิจส่งออกและทำให้การขายข้าวมีปัญหาด้วย

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน และอดีต รมช.คลัง กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าภาวะนี้เงินทุนไหลเข้ามาไทยเพิ่มมากขึ้น ถ้าดูจากยอดเงินทุนไหลเข้าที่สภาพัฒน์แจ้งมา จากปี 2554 มีเงินไหลเข้า 5,190 ล้านเหรียญสหรัฐ ปี 2555 ไหลเข้า 11,540 ล้านเหรียญสหรัฐ และเพียงไตรมาสแรกปีนี้เงินไหลเข้ามาแล้ว 4,770 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเท่ากับที่เข้ามาในปี 2554 ทั้งปี และมีโอกาสเข้ามาเรื่อยๆ ทำให้ค่าเงินมีโอกาสแข็งค่าขึ้นและกระทบต่อภาคธุรกิจส่งออกและทำให้การขายข้าวมีปัญหาด้วย

นอกจากนี้ หากดูจากข้อมูลภาวะเศรษฐกิจไตรมาสแรกของปีนี้ เศรษฐกิจโลกชะลอลงรวมทั้งภาครัฐมีโครงการที่จะลงทุนบริหารจัดการน้ำ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท ดังนั้นผมจึงสนับสนุนให้ลดอัตราดอกเบี้ยลง เพื่อกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอลงตามภาวะเศรษฐกิจโลก ช่วยลดต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลต่ำลงด้วย รวมทั้งชะลอเงินทุนไหลเข้าที่จะมาหาผลตอบแทนดอกเบี้ยได้ด้วย รวมถึงลดต้นทุนของภาคเอกชน

“ถึงการลดดอกเบี้ยจะไม่ใช่คำตอบเดียวของการดูแลเงินทุนไหลเข้า ชะลอการแข็งค่าของเงินบาทได้ เพราะการดูแลเงินทุนเคลื่อนย้ายต้องมีมาตรการอื่นๆ ทำควบคู่กันไปด้วย เช่น การสนับสนุนให้เงินทุนไทยไปลงทุนต่างประเทศ และหากเป็นห่วงปัญหาฟองสบู่ในภาคอสังหาริมทรัพย์ก็ควรออกมาตรการมาสกัดเฉพาะ เช่น การเพิ่มวงเงินดาวน์บ้าน

นายพิชัย กล่าวว่า การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้าน ควรทำ เพราะผลตอบแทนกับประเทศชาติมีมากกว่า ไม่คิดว่าจะเป็นภาระหนี้สาธารณะจนเกิน 60% ของการเติบโต หรือจีดีพี เพราะเมื่อเศรษฐกิจดีขึ้น การเก็บภาษีก็ได้มากขึ้น มีการลงทุนมากขึ้น สัดส่วนหนี้จะลดลงได้

“การลดดอกเบี้ยลงช่วยเรื่องต้นทุนการกู้ยืมภาครัฐได้ และอาจจะดูแลเงินบาทแข็งค่าได้ด้วย เพราะการปล่อยให้เงินทุนไหลเข้ามาเรื่อยๆ จนบาทแข็งไประดับ 26-27 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ธุรกิจไทยคงไม่ไหว ธุรกิจคงเจ๊งอีกมาก” นายพิชัย กล่าว

นายพิชัย กล่าวว่า ปัญหาการทำงานระหว่างคลังกับ ธปท. น่าจะสามารถจับเข่าคุยกันได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องปลดผู้ว่าการ ธปท.ก็ได้ น่าจะหาทางออกร่วมกันได้ เพราะผมเองก็เป็นรุ่นน้องที่อัสสัมชัญ ก็เห็นการทำงานและนับถือท่าน

นอกจากนี้ ก็อยากเสนอให้มีการนำเงินสำรองของประเทศมาจัดตั้งกองทุนดูแลพลังงานของประเทศ เพราะปัจจุบันปริมาณน้ำมันสำรองของไทยเหลือต่ำเพียง 36 วัน ทั้งที่มาตรการการสำรองของโลกอยู่ที่ 90-100 วัน ซึ่งน่าห่วง เพราะถ้าเกิดวิกฤตอะไรขึ้น รถยนต์จำนวนมากคงหยุดวิ่งกันหมดทำอะไรไม่ได้ จึงคิดว่าน่าจะแบ่งเงินทุนสำรองระหว่างประเทศมาทำในส่วนนี้ได้

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเห็นต่างจากนายธีระชัย ที่บอกว่า การขาดทุนของ ธปท. ไม่กระทบเพราะเป็นการขาดทุนหลอก เนื่องจากที่ผ่านมาการขาดทุนก็มีการให้รัฐบาลรับภาระอยู่ไม่น้อย เห็นจากที่ผ่านมา ธปท.ขาดทุน 1.4 ล้านล้านบาท ก่อนหน้านี้ก็หลอกให้คลังชำระดอกเบี้ยอยู่ตั้งหลายปี ต้องตั้งงบประมาณปีละ 6-7 หมื่นล้านบาทมาจ่ายดอกเบี้ย โดยที่ ธปท.ไม่ยอมชำระเงินต้นเลย ทั้งที่เงินจำนวน 6-7 หมื่นล้านบาทเอาไปพัฒนาประเทศได้อีกมาก จึงไม่อยากให้ ธปท.เกิดการขาดทุนจนสร้างผลกระทบกับประเทศ และต้องให้รัฐบาลเข้ามาช่วยแบกรับภาระอีก

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน