posttoday
สแตนชาร์ตบุกวาณิชธนกิจ

สแตนชาร์ตบุกวาณิชธนกิจ

17 พฤษภาคม 2556

 

 

 ปรับโครงสร้างรับทุนไทยซื้อกิจการนอกตั้งเป้าชิงงานให้ได้ปีนี้10โครงการ


“สแตนชาร์ต” ปรับโครงสร้างทีมวาณิชธนกิจรับกระแสธุรกิจไทยขนเงินซื้อกิจการต่างประเทศ

นายพลากร หวั่งหลี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดลูกค้าบริษัทและสถาบัน ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) กล่าวว่า ในปีนี้ธนาคารได้ปรับโครงสร้างการทำงานของสายงานลูกค้าบริษัทใหม่ โดยแบ่งทีมดูแลลูกค้าตามประเภทอุตสาหกรรมออกเป็น 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มพลังงานสาธารณูปโภค กลุ่มธุรกิจเกษตร อาหารและเครื่องดื่ม กลุ่มเทคโนโลยีการสื่อสาร กลุ่มอุตสาหกรรมหนักและกลุ่มสถาบันการเงิน

การแบ่งกลุ่มใหม่นี้ทำเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจไทยออกสู่ต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าปีนี้จะมีมูลค่าการลงทุนโดยตรงรวมกันไม่ต่ำกว่า 1.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

“ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา บริษัทไทยเริ่มมีความพร้อมในการออกไปลงทุนหรือเข้าซื้อกิจการต่างประเทศมากขึ้น เห็นได้จากตัวเลขการออกไปลงทุนโดยตรงของไทยที่เพิ่มขึ้นจาก 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2551 เป็น 1.19 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในปีที่ผ่านมา อาทิ กลุ่มเซ็นทรัล ที่ออกไปซื้อห้างสรรพสินค้าในยุโรป ซึ่งเรามองว่าแนวโน้มจะเป็นเช่นนี้ต่อเนื่องไปได้อีก 23 ปี จากความต้องการการเข้าถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่” นายพลากร กล่าว

อย่างไรก็ดี ธนาคารพบว่าปัจจุบันการมองหารูปแบบเงินทุนของลูกค้าขณะนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม โดยลูกค้าทั้งธุรกิจขนาดใหญ่และธุรกิจขนาดกลางเริ่มมองหาการระดมทุนรูปแบบใหม่ เช่น ตราสารทุนและตราสารหนี้ทั้งในและต่างประเทศ ผสมผสานกับการใช้สินเชื่อ ทำให้ธนาคารต้องมีการปรับโครงสร้างการดูแลลูกค้าในแต่ละกลุ่มให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น

“การเข้าซื้อกิจการในช่วงแรกลูกค้าจะมองหาสินเชื่อระยะสั้นเพราะต้องการความเร็ว แต่ในระยะต่อไปอาจมีการปรับโครงสร้างเป็นตราสารที่มีต้นทุนที่ถูกกว่า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละอุตสาหกรรม ซึ่งการที่ธนาคารมีจุดแข็งด้านผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและเครือข่ายสาขาในต่างประเทศที่ครอบคลุมจะทำให้เรามีข้อได้เปรียบคู่แข่ง” นายพลากร กล่าว

นายพลากร กล่าวอีกว่า จากปลายปีที่ผ่านมา ธนาคารได้เข้าไปมีส่วนร่วมเป็นที่ปรึกษาทางการเงินให้กับธุรกิจไทยที่ออกไปลงทุนและระดมทุนต่างประเทศแล้ว 56 ดีล คิดเป็นมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท เช่น การปล่อยกู้ให้กลุ่มทีซีซีเข้าซื้อกิจการเอฟแอนด์เอ็น การระดมทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศของธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย บริษัท ไทยออยล์ และพีทีที โกลบอล เคมิคอล ขณะที่การปล่อยกู้กลุ่มซีพีเข้าซื้อสยามแม็คโคร ยังอยู่ระหว่างขออนุมัติจากผู้ถือหุ้น

นอกจากนี้ ธนาคารยังมีธุรกรรมที่อยู่ระหว่างการเจรจาอีกหลายดีล ในหมวดพลังงาน หมวดอาหาร และเครื่องดื่ม โดยคาดว่าภาพรวมปีนี้จะปิดการเจรจาได้ไม่ต่ำกว่า 10 ดีล และมีรายได้เติบโตขึ้นจากปีที่ผ่านมาราว 16%

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท