posttoday
แนะเอสเอ็มอีปรับสู้ส่งออก รับมือมาตรการที่มิใช่ด้านภาษี

แนะเอสเอ็มอีปรับสู้ส่งออก รับมือมาตรการที่มิใช่ด้านภาษี

13 เมษายน 2553

ปัจจุบันทุกประเทศทั่วโลกล้วนให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือด้านการค้า เพื่อพัฒนาและขยายโอกาสทางการตลาดและการค้าในระดับโลก ผ่านการทำสนธิสัญญาหรือข้อตกลงทางการค้าต่างๆ เช่น การทำข้อตกลงเขตการค้าเสรีของประเทศไทยจากการรวมกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งจะช่วยให้ลดอัตราภาษีระหว่างประเทศคู่ค้า ทำให้สินค้าทั้งในด้านการส่งออกและนำเข้ามีราคาลดต่ำลง เนื่องจากไม่มีต้นทุนด้านภาษี

แต่ทว่าก็ยังมีปัจจัยที่แฝงด้านต้นทุนสำหรับผู้ประกอบการส่งออกในปัจจุบัน คือ มาตรการที่มิใช่ด้านภาษี (NonTariff Measures–NTMs) ซึ่งมีอยู่หลายประการ โดยเฉพาะกฎข้อบังคับด้านเทคนิคและมาตรฐานต่างๆ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์

สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีแล้ว ต้นทุนจาก NTMs อาจถือได้ว่าสูงกว่าต้นทุนภาษีการค้าที่เคยมีอยู่เสียอีก และยังเป็นการยากที่จะระบุชัดเจนว่า NTMs ที่เกิดขึ้นมาจากการตอบสนองต่อความต้องการของตลาดหรือผู้บริโภคที่ต้องการทราบถึงข้อมูล หรือมาตรฐานต่างๆ ของผลิตภัณฑ์หรือสินค้ามากขึ้นกว่าในอดีตอย่างแท้จริง หรือมาจากการใช้เป็นเครื่องมือกีดกันทางการค้าจากประเทศคู่ค้า

อย่างไรก็ตาม NTMs ก็เป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดต้นทุนเพิ่มให้กับผู้ประกอบการ โดยส่วนแรกคือต้นทุนคงที่ที่เพิ่มขึ้นสำหรับการผลิตสินค้า เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดและสอดคล้องกับกฎระเบียบจากประเทศผู้นำเข้า และส่วนที่สองคือ ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการประเมินเพื่อแสดงให้เห็นว่าสินค้าที่ผลิตขึ้นของผู้ประกอบการผ่านมาตรฐานกฎระเบียบของผู้นำเข้า ซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการที่มีการส่งออกสินค้าทุกรายจะสามารถปฏิบัติได้ตาม NTMs ต่างๆ ของประเทศผู้นำเข้า โดยเฉพาะเอสเอ็มอีส่วนมากในประเทศไทย ซึ่งเรื่องดังกล่าวถือเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเข้าตลาด โดยเฉพาะตลาดที่มีการตั้งเกณฑ์ NTMs ไว้ในระดับสูง

ในปี 2552 มีการสำรวจผู้ประกอบการส่งออกของไทย 430 บริษัท เกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรคด้านการค้าอันมาจากมาตรการที่มิใช่ด้านภาษี โดย The Inter Trade Center (ITC) ร่วมกับ UNCTAD จากการสัมภาษณ์ด้านมาตรการด้านเทคนิคสำหรับการค้า เช่น ความต้องการเกี่ยวกับคุณลักษณณะของผลิตภัณฑ์ กระบวนการในการผลิต และการประเมินให้สองคล้องตามมาตรฐานหรือกฎระเบียบของผู้นำเข้า เป็นต้น การตรวจสอบก่อนการส่งออกและขั้นตอนด้านพิธีการศุลกากร การกำหนดโควต้าและมาตรการควบคุมปริมาณการส่งออก มาตรการด้านค่าธรรมเนียม ภาษีการค้าหรือคล้ายคลึงกับภาษีการค้า มาตรการด้านการเงินที่กำหนดเกี่ยวกับการไหลเข้าและต้นทุนอัตราแลกเปลี่ยนสำหรับนำเข้าสินค้าและเงื่อนไขการชำระเงิน

ซึ่งจากผลสำรวจพบว่า 93.5% ของผู้ประกอบการส่งออกของไทยที่ทำการสำรวจ ต่างเห็นว่ามาตรการด้านเทคนิคเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดต่ออุปสรรคด้านการค้า 2.3% เป็นปัญหาจากการตรวจสอบก่อนการส่งออก และขั้นตอนด้านพิธีการศุลกากร 2.2% เป็นปัญหาจากการกำหนดโควตาและมาตรการควบคุมปริมาณการส่งออก 0.2% เป็นปัญหาจากมาตรการด้านค่าธรรมเนียม ภาษีการค้าหรือคล้ายคลึงกับภาษีการค้า 0.1% เป็นปัญหาจากมาตรการด้านการเงิน และ 1.6% เป็นปัญหาจากปัญหาด้านอื่นๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ามาตรการด้านเทคนิคเป็นปัญหาหรืออุปสรรคสำคัญสำหรับผู้ส่งออกของไทย

จากการสำรวจต่อกรณีปัญหาที่เกิดขึ้น มาจากประเทศผู้นำเข้าสินค้าจากไทย 1,803 กรณี เป็นปัญหาจากมาตรการด้านเทคนิคถึง 1,032 กรณี โดยมาจากความต้องการด้านการรับรองสินค้า 305 กรณี (29.55%) ความต้องการด้านการตรวจสอบย้อนกลับ 253 กรณี (24.52%) ความต้องการด้านการจัดทำฉลาก เครื่องหมาย และบรรจุภัณฑ์ 169 กรณี (16.38%) ข้อจำกัดเกี่ยวกับสิ่งตกค้างหรือเป็นพิษ หรือข้อจำกัดการใช้วัตถุควบคุม 165 กรณี (15.99%) และความต้องการด้านการทดสอบสินค้า 140 กรณี (13.57%)

ข้อมูลข้างต้นแสดงให้เห็นถึงปัญหาของผู้ประกอบการส่งออกของไทยในการเข้าสู่ตลาดและการเกิดต้นทุนแฝงในสินค้าซึ่งส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย เนื่องจากผู้ประกอบการไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะเอสเอ็มอียังไม่มีความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรการด้านเทคนิคตามกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับจากประเทศผู้นำเข้า รวมถึงขาดความสามารถในการพัฒนากระบวนการผลิตสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ และมีความยืดหยุ่นเพียงพอต่อมาตรการด้านเทคนิคที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ หรือแตกต่างกันตามภูมิภาคที่นำเข้าสินค้าจากไทย

สาเหตุหลักของอุปสรรคที่เกิดขึ้นนี้มาจากการขาดสาธารณูปโภคพื้นฐานที่จำเป็นต่อกระบวนการในการผลิต และการขาดกระบวนการที่มีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการในการรองรับต่อมาตรการด้านเทคนิคของประเทศคู่ค้า ดังนั้นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยจึงจำเป็นต้องศึกษาและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับกฎระเบียบข้อบังคับด้านเทคนิคของประเทศคู่ค้าให้ชัดเจนถูกต้อง รวมถึงการพัฒนาขีดความสามารถด้านการผลิตให้ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพ โดยอาศัยความร่วมมือด้านเทคโนโลยีหรือความร่วมมือระหว่างเอสเอ็มอีด้วยกันที่มีความชำนาญเฉพาะด้าน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตสูงสุด และเป็นการช่วยลดต้นทุนซึ่งกันและกันระหว่างเอสเอ็มอี

จากปัญหาและอุปสรรคดังกล่าว สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จึงได้ดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อเพิ่มและยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้สามารถรับมือต่อมาตรการด้านเทคนิคนี้ เช่น โครงการฐานข้อมูลด้านกฎหมายเพื่อสนับสนุนเอสเอ็มอีด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจ การสร้างความเชื่อมโยงระหว่างเอสเอ็มอีด้วยกัน เพื่อให้สามารถผลิตสินค้าได้อย่างมีความยืดหยุ่น สอดรับกับมาตรการด้านเทคนิคของประเทศคู่ค้าที่แตกต่างกันออกไป หรือการสร้างฐานข้อมูลเอสเอ็มอีแห่งชาติ เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน