
ตลาดบ้านช็อก การเมืองวิกฤต กำลังซื้อหด เตรียมรื้อแผนตั้งรับ
8...วราพงษ์ ป่านแก้ว
ความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากการสลายการชุมนุมและเกิดการปะทะกันของกลุ่มคนเสื้อแดงกับทหารเมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมานั้น กลายเป็นระเบิดที่โยนใส่ภาคเศรษฐกิจดังตูม โดยภาคการท่องเที่ยวโดนแรงระเบิดก่อนใครเพื่อน และผลกระทบกำลังลุกลามไปถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุน ผู้บริโภค ซึ่งแน่นอนว่าภาคอสังหาริมทรัพย์ก็อยู่ในขบวนที่ได้รับผลกระทบจากแรงระเบิดนี้เช่นกัน
ชี้วิกฤตการเมืองไม่จบตลาดซึมยาว
นักวิชาการด้านอสังหาริมทรัพย์อย่าง มานพ พงศทัต อาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิประจำภาควิชาเคหการ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เห็นว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นจะส่งผลให้การซื้อขายบ้านนับจากนี้ชะลอตัวลงแน่นอน และอาจจะเป็นการชะลอตัวระยะยาวหากสถานการณ์ยังคงยืดเยื้อออกไปไม่รู้จะจบอย่างไร เพราะเชื่อว่าแม้จะมีการเลือกตั้งใหม่ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้ได้
ตลาดจะเหลือเฉพาะผู้ที่จำเป็นต้องซื้อ ส่วนกลุ่มที่รอได้ และกลุ่มที่ซื้อเพื่อลงทุนจะหยุดซื้อ เพราะยังไม่มั่นใจตลาดในอนาคต ซึ่งจะได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่จะชะลอตัวลงด้วย ขณะที่ธนาคารจะเพิ่มความระมัดระวังในการปล่อยกู้มากขึ้น ผู้ประกอบการจะต้องมีแผนสำรอง ต้องคุยกับแบงก์เจ้าหนี้หาทางออกร่วมกัน รวมถึงวิเคราะห์ตลาดใหม่อีกรอบ เพราะความต้องการซื้อเพื่อลงทุนจะหายไปส่วนหนึ่ง
เช่นเดียวกับ สัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ที่มองว่าความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการและผู้บริโภคจะลดลง กิจกรรมด้านอสังหาริมทรัพย์จะลดน้อยลง ตลาดใน 12 สัปดาห์ที่เหลือของเดือน เม.ย.จะชะลอตัว และหากสถานการณ์คลี่คลายลง ในเดือน พ.ค.จะกลับมาดีขึ้นด้วยแรงส่งจากมาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่จะหมดอายุในสิ้นเดือน พ.ค.
อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์การเมืองยังคงยืดเยื้อและไม่มีความชัดเจน ผู้ประกอบการอาจจะชะลอโครงการที่ยังสามารถรอได้ออกไปก่อน ส่วนการจัดกิจกรรมการตลาดในตอนนี้คงจะไม่คุ้ม
คาดไตรมาส 2 ซื้อบ้านหด 1015%
ทางด้านผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์แม้ว่าจะเห็นว่าปัญหาการเมืองที่พัฒนาไปสู่ความรุนแรงจะทำให้เกิดผลกระทบกับตลาดในช่วงสั้น แต่ก็ยังมีการซื้อขายในกลุ่มผู้บริโภคที่เป็นความต้องการซื้อจริง
อิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ให้ความเห็นว่า คาดว่ากลุ่มที่ยังมีความจำเป็น ในการซื้อบ้านก็คงจะซื้ออยู่ แต่สำหรับลูกค้าที่ยังรอได้จะชะลอการซื้อออกไปก่อน โดยคาดว่าในไตรมาส 2 ตลาดจะหดตัวลงไม่น้อยกว่า 1015% เพราะจากการสอบถามผู้ประกอบการทุกคน พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าขณะนี้ตลาดได้ชะลอตัวลงทั้งจำนวนคนเข้าโครงการและยอดขาย
“
ความรุนแรงที่สุดคงจะผ่านไปแล้ว แต่คงต้องรอดูว่าวิกฤตการณ์ครั้งนี้จะจบลงอย่างไร หากการชุมนุมยังยืดเยื้อโดยที่ผู้ชุมนุมยังคงใช้การดาวกระจายไปตามจุดต่างๆ ก็จะทำให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลง และคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อตลาดประมาณ 1 ไตรมาส” อิสระ กล่าวทางด้าน อธิป พีชานนท์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า ตลาดในเดือน เม.ย.มีหลายปัจจัยที่ทำให้ตลาดชะลอตัวลง ทั้งเป็นเดือนที่มีวันหยุดมาก และปัญหาจากการเมือง แต่หลังจากเดือน เม.ย.การชุมนุมยังไม่จบ ผลกระทบจะลากยาวออกไป เพราะนักลงทุนและผู้บริโภคจะไม่เชื่อมั่น และภาวะเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมืองจะเริ่มปรากฏ
“
ถ้าสถานการณ์ยังยืดเยื้อ ตลาดคงต้องดูกันเดือนต่อเดือน หากเดือนไหนรุนแรงยอดขายก็จะตกลง ถ้าเดือนไหนไม่มีเหตุรุนแรงยอดขายก็จะกลับมาเป็นปกติ โดยคาดว่ากลุ่มคนที่ต้องการซื้อจริงและกลุ่มที่ซื้อเพื่อลงทุนน่าจะยังมีการซื้อขายปกติ แต่โครงการที่รองรับต่างชาติทั้งคอนโดมิเนียมบ้านตากอากาศ เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ โรงแรม ออฟฟิศ นิคมอุตสาหกรรม จะได้รับผลกระทบไประยะหนึ่ง” อธิป กล่าวไม่ว่าสถานการณ์การเมืองจะกระทบสั้นหรือกระทบยาว ถึงตรงนี้คงต้องเตรียมรับมือกับความไม่แน่นอนที่จะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อจะปลอดภัยกว่า







