
จวกรัฐใช้งบสร้างรถไฟรางคู่แพงกว่ารฟม.
ปชป.ติงรัฐใช้งบสูงกว่ารฟม.ก่อสร้างระบบรถไฟรางคู่ แถมไร้ความร่วมมือให้ข้อมูลต่อชั้นกมธ. “สามารถ”แนะตัดค่าที่ปรึกษาช่วยลดค่าใช้จ่าย2.7%
ปชป.ติงรัฐใช้งบสูงกว่ารฟม.ก่อสร้างระบบรถไฟรางคู่ แถมไร้ความร่วมมือให้ข้อมูลต่อชั้นกมธ. “สามารถ”แนะตัดค่าที่ปรึกษาช่วยลดค่าใช้จ่าย2.7%
นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ นายวิฑูรย์ นามบุตร สส.บัชญีรายชื่อ และนายอนุชาย บูรพชัยศรี สส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญร่างพ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจำนวน 2 ล้านล้านบาท ร่วมกันแถลงข่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาโครงการรถไฟรางคู่ ว่า กมธ.เสียงข้างน้อยได้ทวงถามข้อมูล และรายงานจากรัฐบาลทุกครั้ง แต่ก็จะได้รับข้อมูลแบบกระปริกระปรอย จึงขอเรียกพฤติกรรมนี้ว่า “คนเป็นหนี้ไม่มีสิทธิรู้”
นายสามารถ กล่าวว่า โครงการก่อสร้างรถไฟรางคู่ทั้ง 11 โครงการ มีถึง 6 โครงการที่ยังไม่ได้ทำการศึกษา และออกแบบรายละเอียด ในส่วนอีก 5 โครงการที่เหลือมีรายละเอียดบ้าง แต่รัฐบาลกลับนำเอกสารมาแจกในที่ประชุม ซึ่งทำให้ตรวจสอบไม่ทัน ที่สำคัญเป็นที่น่าตกใจเมื่อพิจารณาถึงค่าก่อสร้างในโครงการดังกล่าว ราคาสูงกว่าที่รถไฟฟ้ามหานคร (รฟม.) เคยก่อสร้างไว้ โดยค่าเฉลี่ยของ 5 โครงการดังกล่าว อยู่ที่ 125 ล้านบาทต่อกิโลเมตร
ขณะเดียวกัน ค่าก่อสร้างรถไฟรางคู่สายฉะเชิงเทรา-ศรีราชา-แหลมฉบัง ซึ่งรฟม.ได้เปิดใช้บริการไปแล้ว มีค่าก่อสร้างเฉลี่ยเพียง 69 ล้านบาทต่อกิโลเมตร ซึ่งหมายความว่า รถไฟรางคู่ในพ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท แพงกว่าโครงการ รฟม.ถึง 81% และที่สุดที่ประชุมกกมธ.ก็มีมติให้รฟม.นำกลับไปหารือกับสำนักงบประมาณและสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ เพื่อพิจารณาปรับราคาแล้วนำกลับมาเสนอให้กมธ.พิจารณาใหม่อีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม เรื่องค่าที่ปรึกษาโครงการก็ยังเป็นที่ถกเถียงกัน เพราะทางรฟม.จ้างที่ปรึกษา 2 ส่วน คือ ด้านบริหารงานโครงการ หรือ พีเอ็มซี และด้านควบคุมงาน หรือ ซีเอสซี ซึ่งกมธ.เสียงข้างน้อย ยืนยันว่ามีแค่เพียงที่ปรึกษาด้านควบคุมงานก็เพียงพอแล้ว เพราะผู้ควบคุมงานมีความจำเป็นต่อโครงการ หากตัดค่าที่ปรึกษาบริหารงานโครงการออกจะช่วยลดค่าใช้จ่ายถึง 2.7% ของการก่อสร้าง ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลจะถอยไม่จ้างที่ปรึกษาด้านบริหารงานโครงการ
ด้านนายวิฑูรย์ กล่าวว่า โครงการทั้ง 57 โครงการในงบประมาณเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ทั้งหมดมีความพร้อมไม่ถึง 80% อีกทั้ง โครงการรถไฟรางคู่มีราคาก่อสร้างที่แพงกว่าปกติ เมื่อเทียบกับราคาของกรมทางหลวง เช่น การถมดิน 311 บาทต่อคิว แต่กรมทางหลวงตกอยู่ที่ 100 กว่าบาท การถมลูกรัง 932 บาทต่อคิว แต่กรมทางหลวงไม่เกิน 300 บาท เป็นต้น
ขณะที่นายอนุชา กล่าวว่า มีการตั้งวงเงินที่สูงเกินจริงและมีความซ้ำซ้อน เช่น แผนงานปรับปรุงอาณัติสัญญาณไฟของการรถไฟฯ มีการตั้งวงเงินซ้ำซ้อนกันถึง 2.3 พ้นล้านบาท ซึ่งวงเงินนี้ก็ไปปรากฎอยู่ในโครงการรถไฟรางคู่อีกเช่นกัน
นายวิฑูรย์ ได้กล่าวเสริมว่า ให้ติดตามการพิจารณาของกมธ.ในสัปดาห์หน้า ที่จะมีการพิจารณารถไฟฟ้าสายสีแดง รถไฟลอยฟ้า และรถไฟใต้ดินด้วย เนื่องจากเรื่องดังกล่าวมีความสำคัญที่จะเชื่อมโยงไปเรื่องการก่อสร้างรถไฟสายหลัก







