
แนะธปท.เลื่อนขึ้นดอกเบี้ย
ม็อบลากเศรษฐกิจหมดแรง
‘ชาติศิริ’ประเมินไตรมาส3-4โพสต์ทูเดย์ — คาด ธปท. เลื่อนขึ้นดอกเบี้ยออกไป หลังเศรษฐกิจทรุดหนักจากม็อบ
น.ส.อุสรา วิไลพิชญ์ นักเศรษฐ ศาสตร์อาวุโส ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) เปิดเผยว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะต้องเลื่อนเวลาการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายออกไปอีกระยะหนึ่ง หลังจากเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง โดยการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 21 เม.ย.นี้ น่าจะมีมติคงดอกเบี้ยนโยบาย เพราะเศรษฐกิจได้รับผลกระทบโดยตรงจากการท่องเที่ยว ความเชื่อมั่น การลงทุน
สำหรับผลกระทบระยะสั้นแน่นอนว่าหุ้นคงร่วง และบาทจะอ่อนตามหุ้น อีกทั้งการจับจ่ายใช้เงินช่วงสงกรานต์จะชะลอลง
น.ส.อุสรา กล่าวว่า ในไตรมาสแรกจะเป็นไตรมาสที่อัตราเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) สูงที่สุดของปีนี้ แต่ไตรมาส 2 จีดีพีจะเริ่มแผ่ว เพราะการท่องเที่ยว และความเชื่อมั่นถูกกระทบจากการเมืองด้านการเบิกจ่ายภาครัฐในโครงการไทยเข้มแข็งเดินหน้าไปเพียง 2730% ของงบทั้งหมด แม้จะผ่านปีงบประมาณมาแล้วครึ่งทาง ถัดมาครึ่งหลังของปี แรงหนุนจากปัจจัยต่างประเทศจะหายไป
“
เดือน ม.ค. ธนาคารคาดการณ์จีดีพีไว้ 2.8% ตอนนี้ก็ยังคงไว้ตามนั้น เพราะได้ระมัดระวังปัจจัยทางการเมืองและความเสี่ยงของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกไว้แล้ว” น.ส.อุสรา กล่าวสำหรับค่าเงินบาทวันที่ 12 เม.ย.นี้ ปิดตลาดที่ระดับ 32.3032.35 บาท/เหรียญสหรัฐ อ่อนค่าเล็กน้อยจากช่วงเช้าที่เปิดตลาด 32.2532.28 บาท/เหรียญสหรัฐ โดยหลังจากเปิดตลาดเงินบาทผันผวน
น.ส.อุสรา กล่าวว่า ปัญหาการเมือง ดัชนีตลาดหุ้นที่ลดลง มีผลให้ค่าเงินบาทไม่สามารถแข็งค่าได้ตามค่าเงินภูมิภาค
นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรม การผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า คาดว่าดอกเบี้ยของระบบธนาคารพาณิชย์จะปรับขึ้นช่วงไตรมาส 3 หรือ 4 ปีนี้ ขึ้นอยู่กับสภาพคล่อง และการส่งสัญญาณของ ธปท. แต่การเมืองจะทำให้ดอกเบี้ยขึ้นช้าหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ ธปท.
นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ปัญหาการเมืองได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ได้กระทบกับโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจไทย การส่งออกยังไปได้ การลงทุนภาคเอกชนหลายอุตสาหกรรมยังมีศักยภาพ ไม่ว่าจะเป็นพลังงาน ยานยนต์ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
ธนาคารยังคงคาดการณ์จีดีพีปี 2553 ไว้ที่ 34% แต่ถ้าไม่มีปัญหาการเมืองเข้ามา จีดีพีอาจขยายตัวได้มากกว่า 34%
“
ขณะนี้ธนาคารก็ติดตามสถานการณ์อยู่ เราก็รู้สึกห่วงเหมือนกับทุกคน แต่เศรษฐกิจไทยยังไปได้ ตอนนี้ยังไม่ได้ปรับเป้าหมายสินเชื่อ ยังอยู่ที่ 56%” นายโฆสิต กล่าวสำหรับเรื่องการขายหุ้นธนาคารสินเอเซียนั้น ในอีก 1 สัปดาห์จะได้ข้อสรุปเรื่องการขายหุ้นกว่า 9% ให้แก่ธนาคารไอซีบีซี โดยจะได้รับชำระเงินค่าหุ้นวันที่ 21 เม.ย.นี้
รายงานข่าวจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี เปิดเผยว่า ผู้ถือหุ้นได้ซักถามคณะกรรมการถึงความเสียหายที่สาขาถูกปาระเบิด รวมทั้งสาเหตุที่ถูกป่วน ซึ่งนายโฆสิต ได้ชี้แจงทุกประเด็น ว่า ความเสียหายจากระเบิดนั้นไม่มาก อีกทั้งได้ซ่อมแซมสาขาก่อนเปิดทำการ ส่วนสาเหตุที่เป็นธนาคารกรุงเทพนั้น
“ธนาคารไม่ทราบสาเหตุ” นายโฆสิต กล่าวค่าบาทไม่ร่วงตามหุ้น
การเมืองไม่ใช่ปัจจัยเดียว
เนื่องจากเป็นวันแรกของสัปดาห์ ประกอบกับเงินยูโร ได้รับปัจจัยบวกจากมาตรการช่วยเหลือทางการเงินแก่รัฐบาลกรีซ พอมาช่วงบ่ายจึงอ่อนค่าตามตลาดหุ้น สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท หากไม่มีปัจจัยการเมืองเข้ามาอีก เงินบาทจะยังคงอยู่ในทิศทางแข็งค่า
“การเมืองไม่ได้เป็นปัจจัยเดียวที่มีผลต่ออัตราแลกเปลี่ยน แต่ยังขึ้นกับปัจจัยต่างๆ ทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าไม่มาก เมื่อเทียบกับการปรับตัวลดลงของตลาดหุ้น ส่วนแนวโน้มค่าบาทบอกยาก ต้องรอดูอีก 34 วัน” น.ส.อุสรา กล่าว






