
เชื่อมั่นรายย่อยมะกันฟื้น
แกร่งสุดรอบ6เดือนแผนช่วยได้ผลดันตลาดหุ้นเอเชียขยับตัวขานรับ
แกร่งสุดรอบ6เดือนแผนช่วยได้ผลดันตลาดหุ้นเอเชียขยับตัวขานรับ
เชื่อมั่นรายย่อยมะกันเดือน เม.ย.ฟื้นแกร่งสุดรอบ 6 เดือน เหตุได้รับอานิสงส์จากแผนช่วยเหลือของรัฐและเฟด
สมาพันธ์ธุรกิจอิสระแห่งชาติสหรัฐ (เอ็นเอฟไอบี) เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นของกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ของเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา พบว่ามีการขยายตัวสูงที่สุดในรอบ 6 เดือน โดยเพิ่มขึ้น 2.6 จุด ขึ้นไปอยู่ที่ 92.1 จุด ตัวเลขดังกล่าวเป็นการสะท้อนว่าภาคธุรกิจรายย่อยของเมืองลุงแซมยังคงแข็งแกร่งอยู่ แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากภาวะการตัดลดงบประมาณอัตโนมัติที่เริ่มมีผลบังคับใช้ในต้นเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา และการขึ้นภาษีเงินได้ในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาก็ตาม
การเพิ่มขึ้นของระดับคะแนนความเชื่อมั่นดังกล่าวเกือบครึ่งหนึ่งเกิดจากปัจจัยความคาดหวังว่าสภาวะการดำเนินธุรกิจในอีก 6 เดือนข้างหน้าในสหรัฐจะดีขึ้น ขณะเดียวกันอีกหลายบริษัทก็มีมุมมองที่ดีต่อการเพิ่มการจ้างงานและยอดขายที่จะเพิ่มขึ้นอีกด้วย
“การที่กลุ่มธุรกิจขนาดเล็กยังคงมีความเชื่อมั่นสูงอยู่ ก็เพราะว่าปัจจุบันรัฐบาลสหรัฐและสภาครองเกรสได้ผลักดันมาตรการรองรับผลกระทบจากการตัดลดงบประมาณออกมา ขณะเดียวกันผลจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังคงใช้อัตราดอกเบี้ยต่ำ และราคาน้ำมันที่ลดลงในปัจจุบันก็ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของภาคครัวเรือนลง” รายงานเอ็นเอฟไอบี ระบุ
จากตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นเอสเอ็มอีสหรัฐที่ออกมาดีเกินคาดในเดือน เม.ย.ดังกล่าว ก็ยังได้ส่งผลทำให้ดัชนีตลาดหุ้นสำคัญในเอเชียเมื่อวานนี้ปรับตัวขึ้นขานรับไปในทิศทางดังกล่าวไปด้วย โดยตลาดหุ้นนิกเกอิ 225 ของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 1.9% อยู่ที่ 15,041.95 จุด ฮั่งเส็งของฮ่องกง เพิ่มขึ้น 0.7% อยู่ที่ 23,079.31 จุด ขณะที่ตลาดหุ้นอื่นๆ ในเอเชีย เช่น สิงคโปร์ ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ต่างปรับตัวขึ้นขานรับด้วยเช่นเดียวกัน
นอกจากนี้ ก็ยังมีส่วนสำคัญที่ทำให้ดัชนีอุตสาหกรรมหุ้นดาวโจนส์ในสหรัฐในวันอังคารที่ 14 พ.ค. ปิดตลาดด้วยราคาที่สูงที่สุดในรอบหลายเดือนอีกด้วย โดยเพิ่มขึ้น 0.8% ไปอยู่ที่ 15,215.25 จุด ขณะที่ดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 1% อยู่ที่ 1,650.34 จุด
ทั้งนี้ ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการรายย่อยในสหรัฐของเอ็นเอฟไอบี เป็นการสำรวจกลุ่มผู้ประกอบการขนาดเล็กที่เป็นสมาชิกของเอ็นเอฟไอบีกว่า 1,873 แห่งทั่วสหรัฐ ซึ่งนับตั้งแต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2008 ระดับคะแนนดังกล่าวเฉลี่ยอยู่ที่ 90.7 จุด







