
เกาะกระแสหุ้นไทยช่วงรอนโยบายการเงิน
บริษัทมีมุมมองเชิงบวกต่อภาพรวมตลาดหุ้นไทย เนื่องจากผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาสแรก ปี 2556 ที่ออกมาส่วนใหญ่ดีกว่าคาดการณ์และมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปีนี้ รวมถึงนักลงทุนเริ่มคลายความกังวลเรื่องมาตรการควบคุมค่าเงินบาทของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดย 4 มาตรการที่ ธปท.จะเสนอเพื่อแก้ไขการแข็งค่าของเงินบาททำให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น เริ่มจากการกำหนดห้ามไม่ให้ต่างชาติซื้อพันธบัตรของ ธปท. กำหนดการถือครองพันธบัตรกระทรวงการคลัง และรัฐวิสาหกิจ 36 เดือน การเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมสำหรับต่างชาติที่มาลงทุนในตลาดตราสารหนี้เมื่อได้รับผลตอบแทน และนักลงทุนต่างประเทศนำเงินเข้ามาต้องทำประกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน และต้องกันเงินจำนวนหนึ่งเพื่อตั้งสำรองไว้ที่ ธปท.
บริษัทมีมุมมองเชิงบวกต่อภาพรวมตลาดหุ้นไทย เนื่องจากผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาสแรก ปี 2556 ที่ออกมาส่วนใหญ่ดีกว่าคาดการณ์และมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปีนี้ รวมถึงนักลงทุนเริ่มคลายความกังวลเรื่องมาตรการควบคุมค่าเงินบาทของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดย 4 มาตรการที่ ธปท.จะเสนอเพื่อแก้ไขการแข็งค่าของเงินบาททำให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น เริ่มจากการกำหนดห้ามไม่ให้ต่างชาติซื้อพันธบัตรของ ธปท. กำหนดการถือครองพันธบัตรกระทรวงการคลัง และรัฐวิสาหกิจ 36 เดือน การเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมสำหรับต่างชาติที่มาลงทุนในตลาดตราสารหนี้เมื่อได้รับผลตอบแทน และนักลงทุนต่างประเทศนำเงินเข้ามาต้องทำประกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน และต้องกันเงินจำนวนหนึ่งเพื่อตั้งสำรองไว้ที่ ธปท.
ส่วนท่าทีของ ธปท.จะตัดสินใจลดดอกเบี้ยที่ปัจจุบันอยู่ที่ 2.75% หรือไม่นั้น ทางคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กำลังรอดูข้อมูลตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาสแรกที่จะประกาศในวันที่ 20 พ.ค.นี้ เพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจในการประชุม กนง.ปลายเดือน พ.ค.นี้ ซึ่งหากเศรษฐกิจไม่ร้อนแรงและเข้าสู่ภาวะปกติก็อาจจะมีการผ่อนคลายอัตราดอกเบี้ยลงได้ อีกทั้งตลาดหุ้นไทยยังมีปัจจัยบวกสนับสนุนจากต่างประเทศ ซึ่งมีนัยสำคัญคือมาตรการผ่อนคลายทางการเงินทั่วโลกที่ยังดำรงอยู่ อาทิ การยังคงนโยบายผ่อนคลายทางการเงินและมาตรการการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ต่อไปหลังจากตัวเลขเศรษฐกิจเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว ไม่ว่าจะเป็นเงินเฟ้อที่ปรับลงต่อเนื่องของประเทศสหรัฐ
นอกจากนี้ ผู้ลงทุนเริ่มมีความคาดหวังเกี่ยวกับทิศทางในการลดอัตราดอกเบี้ยของประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งจะมีการประชุม กนง. ในวันที่ 29 พ.ค.นี้ เนื่องจากธนาคารกลางของประเทศในภูมิภาคเอเชียที่ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง เช่น ประเทศออสเตรเลีย เกาหลีใต้ และอินเดีย รวมทั้งธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่ยังดำเนินนโยบายลดอัตราดอกเบี้ยเช่นกัน
ทั้งนี้ บรรยากาศการลงทุนของตลาดหุ้นไทยท่ามกลางการคาดหวังเกี่ยวกับความชัดเจนของทิศทางอัตราดอกเบี้ยในประเทศและมาตรการจากภาครัฐเพื่อสกัดเงินทุนไหลเข้า โดยระยะสั้นบริษัทประเมิน SET Index จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,6001,640 จุด อย่างไรก็ตาม ยังคงแนะนำให้ติดตามปัจจัยเกี่ยวกับทิศทางกระแสเงินทุนของนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง สำหรับกลุ่มธุรกิจที่มีความน่าสนใจลงทุน ได้แก่ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ กลุ่มสื่อสารและเทคโนโลยี รวมถึงกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม เนื่องจากบริษัทมองว่ากลุ่มอุตสาหกรรมดังกล่าวข้างต้นจะได้รับประโยชน์จากการเติบโตของการบริโภคภายในประเทศ รวมถึงมาตรการของภาครัฐ







