
กำลังซื้อรุ่งหนุนทีวีจอยักษ์คึกผู้ประกอบการโหมแข่งบิ๊กไซส์
โดย...จะเรียม สำรวจ
โดย...จะเรียม สำรวจ
จากแนวโน้มของราคาทีวีที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องตามการแข่งขันของตลาดที่รุนแรง ประกอบกับผู้บริโภคกลุ่มที่ใช้ทีวีจอแก้ว เริ่มทยอยหันมาเปลี่ยนทีวีใหม่ ซึ่งรูปแบบของทีวีที่ผู้บริโภคให้ความสนใจขณะนี้คือ แอลอีดีทีวี เพราะนอกจากภาพจะมีความคมชัดมากกว่าจอทีวีจอแก้วและแอลซีดีทีวีแล้ว ราคายังได้ปรับราคาลดลงอย่างต่อเนื่อง
ด้วยเหตุนี้ ผู้ประกอบการเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละรายจึงพากันออกมาเปิดตัวทีวีรุ่นใหม่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น จนขณะนี้จอทีวีแอลอีดีที่จำหน่ายในประเทศไทยมีขนาดใหญ่ถึง 85 นิ้ว ส่วนขนาดเล็กสุดจะอยู่ที่ 29 นิ้ว ซึ่งจากขนาดทีวีที่ใหญ่ขึ้นและราคาก็ถูกลง ทำให้ผู้บริโภคลดความลังเลที่จะเปลี่ยนทีวีใหม่ขนาดใหญ่ขึ้น
แม้ว่าในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา ภาพรวมตลาดทีวีที่มียอดขายลดลงสูงถึง 20% เนื่องจากผู้บริโภคยังกังวลว่าทีวีที่ซื้อไปจะไม่สามารถรองรับระบบสัญญาณดิจิตอล หลังจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ประกาศว่าจะมีการเปลี่ยนระบบสัญญาณการออกอากาศจากอะนาล็อกสู่ระบบดิจิตอล
แต่หลังจากมีความชัดเจนว่าทีวีธรรมดาก็สามารถรับสัญญาณดิจิตอลได้ โดยการติดกล่องรับสัญญาณ (Set Top Box) เพื่อเชื่อมต่อช่องสัญญาณเข้ากับทีวี ส่งผลให้ผู้บริโภคกลับมาซื้อทีวีมากขึ้นในไตรมาส 2 ขณะที่ผู้ประกอบการแต่ละค่ายก็เริ่มออกมาเปิดตัวสินค้าใหม่เข้ามาทำตลาด เพื่อทดแทนสินค้าเก่าที่มีอยู่ ซึ่งแต่ละรุ่นที่ออกมาจะเน้นฟังก์ชั่นการใช้งานที่โดดเด่นและจอขนาดใหญ่ขึ้น
อลงกรณ์ ชูจิตร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ กล่าวว่า การที่ผู้บริโภคหันมาซื้อทีวีจอขนาดใหญ่มากขึ้นมีหลายสาเหตุ ส่วนหนึ่งเกิดจากผู้บริโภคต้องการเปลี่ยนทีวีจากจอแก้วเป็นจอแบน ซึ่งมีให้เลือกทั้งแอลซีดีและแอลอีดี แต่แอลอีดีจะมีสัดส่วนมากขึ้น เพราะผู้ประกอบการส่วนใหญ่ลดปริมาณการผลิตแอลซีดีทีวี เพื่อยกเลิกการผลิตในที่สุด
นอกจากนี้ การที่ผู้บริโภคมีกำลังซื้อที่ดีขึ้นส่งผลให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีการขยายตัวเป็นอย่างมาก เมื่อผู้บริโภคมีบ้านที่ใหญ่ขึ้น ก็ต้องการทีวีที่มีขนาดใหญ่ขึ้นตาม จากเดิมใช้ 29 นิ้ว ก็เปลี่ยนมาเป็น 42 นิ้ว หรือ 47 นิ้ว เพราะปัจจุบันราคาทีวี 42 นิ้ว มีราคาอยู่ที่ประมาณ 1.4 1.5 หมื่นบาทเท่านั้น
สำหรับทีวีใหม่ที่แอลจีจะนำเข้ามาทำตลาดในปีนี้มีทั้งหมด 35 รุ่น มีขนาดตั้งแต่ 3284 นิ้ว ราคาเริ่มต้นประมาณ 11,990 บาท สำหรับรุ่น 32 นิ้ว และราคาแพงที่สุดจะเป็นแอลจี 84 อัลตราเอชดี ซินีมา ทรีดี ทีวี รุ่น 84LM9600 ขนาด 84 นิ้ว คมชัดกว่าฟูลเอชดี 4 เท่า นำเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยครั้งแรกเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ด้วยราคา 5.99แสนบาท
ณัฐพงษ์ อารีกุล รองประธาน บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ กล่าวว่า การที่ผู้บริโภคหันมาซื้อทีวีขนาดใหญ่มากขึ้น เป็นเพราะราคาทีวีในปัจจุบันไม่แพง และผู้บริโภคก็ยังมีความต้องการทีวี ซึ่งบริษัทจะนำแอลอีดีทีวีรุ่นใหม่จำนวน 20 รุ่น ตั้งแต่ขนาด 2355 นิ้ว ราคาขายตั้งแต่ 7,940 บาทถึง 3.99 แสนบาท
เมื่อถามถึงทีวีจอใหญ่ ณัฐพงษ์ กล่าวว่า โตชิบามีแผนจะนำเข้าทีวีจอยักษ์เข้ามาทำตลาดเช่นกัน แต่ขอศึกษาความต้องการของผู้บริโภคในตลาดก่อน ซึ่งปีนี้อาจได้เห็น โดยหากนำเข้ามาทำตลาดจะเป็นขนาด 84 นิ้ว เหมือนคู่แข่งที่ทำตลาดในปัจจุบัน แต่ราคาขายอาจอยู่ที่ 78 แสนบาท เพราะฟังก์ชั่นการใช้งานจะมีคุณภาพมากกว่าทีวีทั่วไปหลายเท่าตัว
เมื่อจับตามองถึงค่ายโซนี่ โทรุ ชิมิซึ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โซนี่ ไทย กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทจะเปิดตัวทีวีใหม่ที่มีระบบรองรับระบบการออกอากาศทีวีดิจิตอลเข้าทำตลาดจำนวน 18 รุ่น มีขนาดให้เลือกตั้งแต่ 3265 นิ้ว โดยราคาขายจะเริ่มต้นที่ 1.699 หมื่นบาท ถือเป็นราคาที่ใกล้เคียงกับทีวีรุ่นปกติ ขณะที่ทีวีขนาด 65 นิ้ว ยังไม่ได้ตั้งราคาขายที่แน่ชัด
โทชิฮิโร มาจิมะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พานาโซนิค ซิว เซลส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปีนี้บริษัทจะเปิดตัวทีวีจอขนาดใหญ่เข้าทำตลาดอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นแอลอีดีทีวีหรือพลาสมาทีวี รวมแล้วมากกว่า 20 รุ่น โดยในส่วนของพลาสมาทีวีจะมีตั้งแต่ขนาดจอ 5065 นิ้ว จำนวน 4 ซีรีส์ 6 รุ่น ขณะที่แอลอีดีทีวีจะมีทั้งหมด 9 ซีรีส์ 17 รุ่น ขนาด 22-55 นิ้ว
แต่ที่จะสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งไม่ว่าจะเป็นในด้านของขนาดจอหรือราคา คงหนีไม่พ้นการออกมาเปิดตัวแอลอีดีทีวีของชาร์ป ในรุ่น Sharp AQUOS 90 นิ้ว ที่มีขนาดจอใหญ่เป็น 3 เท่า เมื่อเทียบกับทีวี 55 นิ้ว และถึงแม้ว่าทีวีรุ่นนี้จะมีขนาดใหญ่ แต่ชูเทคโนโลยีที่พัฒนาใช้หลอดภาพ 2 หลอดที่กินไฟน้อยกว่า 75 วัตต์ วางราคาขาย 3.4 แสนบาท
สำหรับคุณสมบัติเด่นๆ ของทีวีรุ่นนี้คือ การนำเทคโนโลยี AquoMotion 240 มาใช้เพื่อให้การชมกีฬาและภาพเคลื่อนไหวลื่นขึ้นและไม่เบลอ นอกจากนี้ยังสามารถชมภาพยนตร์ 3 มิติ และเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย wifi ได้ จากคุณสมบัติดังกล่าว ชาร์ป วางราคาขายสินค้าตัวนี้ไว้ที่ประมาณ 3.4 แสนบาท
ด้านเจ้าตลาดทีวีอย่างซัมซุงปีนี้ขอเปิดตัวทีวีรุ่นใหม่เข้าทำตลาดทั้งหมด 80 รุ่น เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า ซึ่งในจำนวนดังกล่าวเป็นทีวีขนาดใหญ่ภายใต้ชื่อ ซัมซุง สมาร์ททีวี รุ่น F8000 และ ซัมซุง อัลตร้า ไฮ เดฟิเนชั่น ทีวี ยูเอชดีทีวี ขนาดหน้าจอ 85 นิ้ว ราคามากกว่า 1 ล้านบาท
รัชตะ สุทธาพัฒน์ธานนท์ ผู้อำนวยการธุรกิจภาพและเสียง บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจภาพและเสียงในปีนี้ผู้บริโภคมีแนวโน้มเปลี่ยนทีวีธรรมดาเป็นสมาร์ททีวีมากขึ้น เพราะตรงกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค เนื่องจากสามารถแบ่งปันข้อมูลระหว่างอุปกรณ์หลากหลายประเภทได้อย่างรวดเร็วจากการเชื่อมต่อโลกออนไลน์จากหน้าจอทีวี
ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าสัดส่วนทีวีขนาดใหญ่ปีนี้จะปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 30% จากปัจจุบันยังน้อยมาก ขณะที่สัดส่วนตลาดสมาร์ททีวีจะเพิ่มจาก 30% เป็น 50% ในปีนี้







