
ทุนเอเชียแห่ช็อปคอนโดหรูรับเออีซี
นักลงทุนเอเชียตบเท้าซื้อคอนโดหรูในไทยรับเออีซี ไฮด์ สุขุมวิท ล่อใจเปิดขายห้องราคา 38-140 ล้าน
นักลงทุนเอเชียตบเท้าซื้อคอนโดหรูในไทยรับเออีซี ไฮด์ สุขุมวิท ล่อใจเปิดขายห้องราคา 38-140 ล้าน
นายพีรพล นนทสูติ รองประธานบริหารฝ่ายขาย การตลาด และพัฒนาธุรกิจ บริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ ผู้บริหารโครงการคอนโดมิเนียม ไฮด์ สุขุมวิท เปิดเผยว่า ปัจจุบันกลุ่มนักธุรกิจและนักลงทุนต่างชาติในเอเชียให้ความสนใจเข้ามาลงทุน เพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโดมิเนียมในไทยมากขึ้น
ทั้งนี้ เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติมองว่า ประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียนหลังการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558 จึงต้องการซื้อไว้ทั้งเพื่ออยู่อาศัยและเก็งกำไร
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยบวกจากราคาคอนโดมิเนียมของไทยในปัจจุบันยังต่ำกว่าประเทศสิงคโปร์และฮ่องกงถึง 4-5 เท่าตัว ขณะที่กรุงเทพฯ มีความพร้อมทางด้านสาธารณูปโภคมากกว่าประเทศอื่นในอาเซียน จึงทำให้เป็นที่สนใจอย่างมาก
“โครงการไฮด์ สุขุมวิท ที่อยู่ระหว่างการพัฒนามีกลุ่มนักลงทุนจากต่างชาติสูงเกือบ 40% เข้ามาซื้อเพื่ออยู่อาศัยและลงทุน เนื่องจากมองเห็นโอกาสของการเข้ามาลงทุนมากขึ้น โดยเฉพาะหลังจากการเปิดเออีซี ซึ่งกลุ่มนักลงทุนที่เข้ามามากส่วนใหญ่จะเป็นแถบเอเชีย จากก่อนหน้านี้ 5 ปี จะมาจากยุโรปและสหรัฐอเมริกา” นายพีรพล กล่าว
สำหรับโครงการไฮด์ สุขุมวิท เป็นโครงการในรูปแบบมิกซ์ยูส ประกอบด้วย โรงแรม 5 ดาว ธุรกิจค้าปลีก และคอนโดมิเนียมจำนวน 454 ยูนิต ขนาด 13 ห้องนอน จนถึงรูปแบบดูเพล็กซ์และเพนต์เฮาส์ จำนวน 454 ยูนิต ราคาขายปัจจุบันอยู่ที่ 1.5 แสนบาทต่อ ตร.ม. มูลค่าโครงการ 5,000 ล้านบาท ขณะนี้มียอดขายแล้ว 90% คาดว่าจะสามารถปิดการขายได้ในปลายปีนี้
“จำนวนยูนิตที่เหลือขายอีก 10% จะมีทั้งห้องดูเพล็กซ์ ราคา 38-64 ล้านบาท และเพนต์เฮาส์ ราคาสูงสุดกว่า 140 ล้านบาท และเพื่อเป็นการเร่งปิดการขายจึงได้จัดโปรโมชั่นเจาะกลุ่มเศรษฐีสำหรับห้องเพนต์เฮาส์จะมอบรถนิวเลกซัส แอลเอส มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท พร้อมทัวร์อิตาลี 6 วัน และหากซื้อห้องดูเพล็กซ์ แจกบีเอ็ม ดับเบิ้ลยู ซีรีส์ 3 มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท” นายพีรพล กล่าว
ขณะเดียวกัน บริษัทยังอยู่ระหว่างการเจรจาซื้อที่ดินในบริเวณสุขุมวิท ห่างจากโครงการปัจจุบันในรัศมี 5 กม. เบื้องต้นอาจจะพัฒนาโครงการรูปแบบมิกซ์ยูส เพื่อจับตลาดระดับกลางบน เนื่องจากตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเมืองยังมีความต้องการสูง โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าระดับบนที่ส่วนใหญ่จะใช้เงินสดในการซื้อ







