posttoday
2กูรูเห็นต่างลด-ไม่ลดดอกเบี้ยดูแลบาทแข็ง

2กูรูเห็นต่างลด-ไม่ลดดอกเบี้ยดูแลบาทแข็ง

16 พฤษภาคม 2556

"ธีระชัย"หนุน 4 มาตรการคุมเงินทุนเคลื่อนย้ายบรรเทาบาทแข็ง ด้าน"พิชัย"เชื่อลดดอกเบี้ยได้ประโยชน์กับเศรษฐกิจมากกว่า

"ธีระชัย"หนุน 4 มาตรการคุมเงินทุนเคลื่อนย้ายบรรเทาบาทแข็ง ด้าน"พิชัย"เชื่อลดดอกเบี้ยได้ประโยชน์กับเศรษฐกิจมากกว่า

นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.คลัง กล่าวในงานราชดำเนินเสวนาเรื่อง "บาทแข็ง!!! นโยบายการเงิน การคลัง ที่ควรเป็น" ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในวันนี้ว่า การดำเนินนโยบายอัดฉีดสภาพคล่องของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ทั้งสหรัฐ ยุโรป ญี่ปุ่น เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ถือเป็นแรงกดดันที่ทำให้ปริมาณเงินทุนไหลเข้าสู่ประเทศกำลังพัฒนารวมทั้งไทยมากขึ้น โดยปริมาณเงินที่เพิ่มขึ้นกดดันภาวะเงินเฟ้อและภาวะฟองสบู่

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเห็นด้วยกับมาตรการดูแลเงินทุนเคลื่อนย้ายที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เสนอกับกระทรวงการคลังทั้ง 4 ข้อ เพราะมาตรการทั้ง 4 ข้อ ถึงจะมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน แต่มุ่งเน้นไปที่การดูแลเงินทุนไหลเข้าในตลาดบอนด์เป็นหลัก เนื่องจากข้อมูลเงินทุนไหลเข้ามาในตลาดพันธบัตรของไทย ณ เดือนเมษายนปีนี้ มีมากถึง 8.4 แสนล้านบาท คิดเป็น 1 ใน 5 ของปริมาณเงินในระบบ จากปกติเงินทุนไหลเข้าจะกระจายไปในตลาดหุ้น ตลาดบอนด์ และตลาดอื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นตลาดอสังหาริมทรัพย์ หรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์

"จากมาตรการ 4 ข้อ ที่แบงก์ชาติเสนอคลัง คิดว่า น่าจะช่วยดูแลเงินทุนเคลื่อนย้ายได้ แต่ผมไม่เห็นด้วยกับการลดดอกเบี้ย เพราะลดดอกเบี้ยมันเป็นเสมือนเอามีดอีโต้ไปผ่าตัด แต่การใช้มาตรการมันเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะจุด ซึ่งน่าจะได้ผลดีกว่า ขณะเดียวกันก็มีผลกระทบที่น้อยกว่า แต่มาตรการทีว่าทั้ง 4 ข้อ ก็ไม่จำเป็นต้องทำทีเดียวและทำพร้อมกัน แต่ควรทยอยทำตามความเหมาะสม" นายธีระชัย กล่าว

นายธีระชัย กล่าวว่า  แนวทางการดูแลค่าเงินบาทแข็งตามหลักก็สามารถทำได้ 3 อย่าง คือ 1.การแทรกแซง ซึ่งวิธีนี้มีข้อดีที่ทำได้เงียบๆ ทั้งทางวาจาและการเข้าซื้อเงินเหรียญสหรัฐ แต่มีข้อเสียอาจจะทำให้ธปท.ขาดทุนเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การขาดทุนของ ธปท. แม้จะเกินเลยไปเป็น 1 ล้านล้านบาท ตามที่มีบางฝ่ายกังวล แต่เชื่อว่า ธปท.ยังทำงานได้ตราบใดที่นักลงทุนยังมีความเชื่อถือ 2.การใช้ดอกเบี้ย ซึ่งในส่วนนี้อาจจะไม่ได้ผลทั้งหมด เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นเพียงแค่ 1 อัตราในจำนวนอัตราดอกเบี้ยทั้งหมด และที่สำคัญ มันควบคุมได้เฉพาะดอกเบี้ยระยะสั้น แต่ไม่สามารถควบคุมดอกเบี้ยระยะยาวได้ และ 3.การควบคุมเงินทุนเคลื่อนย้ายอย่างที่ ธปท. เสนอไปที่กระทรวงการคลัง 4 ข้อ ซึ่งเชื่อว่า มาตรการดูแลเงินทุนเคลื่อนย้ายน่าจะดูแลได้ดีและสร้างผลกระทบน้อยกว่าที่เคยออกเมื่อปี 2549 เนื่องจากมุ่งดูแลเฉพาะตลาดพันธบัตร ไม่ได้ควบคุมเงินทุนไหลเข้าทั้งในตลาดหุ้นและตลาดบอนด์อย่างในอดีต

ทั้งนี้ มาตรการ 4 ข้อที่ ธปท. เสนอต่อกระทรวงการคลัง ประกอบด้วย 1. การห้ามนักลงทุนต่างชาติเข้าซื้อพันธบัตร ธปท.  2.การอนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติซื้อได้เฉพาะพันธบัตรกระทรวงการคลัง รัฐวิสาหกิจ และกำหนดระยะเวลาการถือครองระยะนึง 3.การเก็บค่าธรรมเนียมและภาษีผลตอบแทนจากการลงทุนในพันธบัตร และ 4. เงินลงทุนต่างชาติที่ไหลเข้ามาในไทยต้องมีการซื้อป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน

ด้านนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน และอดีต รมช.คลัง กล่าวว่า ในสถานการณ์ปัจจุบันที่ปริมาณสภาพคล่องมีมาก ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจโลกโดยรวมไตรมาสแรกยังชะลอลง จึงเห็นด้วยกับแนวทางให้ ธปท. และคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) พิจารณาลดดอกเบี้ยเพื่อดูแลภาวะเศรษฐกิจ เพราะแม้ว่าการลดดอกเบี้ยจะดูแลเงินทุนเคลื่อนย้ายได้ไม่เต็มที่จนต้องมีมาตรการอื่นๆ มาเสริมก็ตาม แต่การลดดอกเบี้ยก็มีผลทำให้ต้นทุนการกู้ยืม เงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ รวมถึงต้นทุนการกู้ยืมทางการเงินของภาคธุรกิจต่ำลง  เป็นผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศในระยะต่อไปได้ดีกว่า อย่างไรก็ตามตาม เชื่อว่า การดำเนินนโยบายการเงินและการคลัง น่าจะมีการหารือทำความเข้าใจกันได้ โดยไม่จำเป็นว่าต้องมีการปลดผู้ว่าการธปท.

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท