
หุ้นเช้าปิดบวก 9.45 จุด
ดัชนีช่วงเช้าเคลื่อนไหวอยู่ในแดนบวกและปิดที่ 1,632.93 จุด เพิ่มขึ้น 9.45 จุด หรือ 0.58% มูลค่าการซื้อขาย 27,015 ล้านบาท
ดัชนีช่วงเช้าเคลื่อนไหวอยู่ในแดนบวกและปิดที่ 1,632.93 จุด เพิ่มขึ้น 9.45 จุด หรือ 0.58% มูลค่าการซื้อขาย 27,015 ล้านบาท
บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ขณะนี้นักลงทุนให้ความสนใจการประกาศผลประกอบการไตรมาส 1 ที่จะมีรายงานกันออกมามากในช่วงสัปดาห์นี้ แต่มีปัจจัยที่ต้องจับตา คือ รายงานตัวเลขเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ รายงานจีดีพี ไตรมาส 1 ของไทย ในวันที่ 20 พ.ค., การประกาศ Quarterly Review ของ MSCI การปรับคาดการณ์กำไรบจ.หลังจบรายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ของนักวิเคราะห์
ส่วนประเด็นเรื่องประธานธนาคารกลางสหรัฐ สาขาฟิลาเดลเฟีย เรียกร้องให้ธนาคารกลางสหรัฐรีบยุติโครงการซื้อพันธบัตรภายในปีนี้ นั้น อาจกระทบเชิงจิตวิทยาต่อการลงทุนในระยะสั้น แต่ตลาดก็ยังไม่ได้ให้น้ำหนักมากเพราะเชื่อว่าเฟดจะคงเดินหน้าโครงการ QE ต่อไปอีกระยะในช่วงที่อัตราการว่างงานของสหรัฐอยู่ในระดับสูง ขณะที่ทางการญี่ปุ่นก็เร่งใช้โครงการ QE เช่นกัน ส่งผลให้สภาพคล่องในระบบการเงินโลกยังคงสูง ประกอบกับอัตราเงินเฟ้อก็ไม่ได้เป็นปัจจัยกดดันให้อัตราดอกเบี้ยต้องปรับขึ้นในเร็วๆ นี้ เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ความเสี่ยงในยูโรโซนลดน้อยลงเมื่อเทียบกับ 6-12 เดือนที่ผ่านมา
ดังนั้นคาดว่านักลงทุนจะยังให้ความสนใจลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงต่อ อย่างไรก็ดี สถานการณ์การเมืองในประเทศยังเป็นความท้าทายที่ต้องติดตามใกล้ชิด มองว่าจากหลายปัจจัยคาดดัชนีมีโอกาสทดสอบแนวต้านต่อไปที่ 1,630-1,640 จุดได้ แต่หากลงต่ำกว่า 1,605 จุดเริ่มดูไม่ดีและควรลดพอร์ตตาม
ด้าน บล.ทิสโก้ ระบุว่า เช้าวันนนี้ตลาดหุ้นเพื่อนบ้านขึ้นต่อเนื่อง ตามตลาดหุ้นสหรัฐขึ้นยกแผง เนื่องจากความเชื่อมั่นภาคธุรกิจขนาดเล็ก เม.ย. เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ประกอบกับการใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายของหลายธนาคารกลางสำคัญของโลกยังคงสนับสนุนบรรยากาศการลงทุนหุ้นต่อไป
สำหรับปัจจัยในประเทศยังเป็นเรื่องการประกาศงบไตรมาส 1 และกรณีที่นายกรัฐมนตรีสั่งให้กระทรวงคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และภาคเอกชนหารือเพื่อหาข้อสรุปการแก้เงินบาทแข็ง สิ่งนี้ทำให้ตลาดมีการคาดหวังมากขึ้นเกี่ยวกับโอกาสการลดดอกเบี้ยในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินวันที่ 29 พ.ค. นี้
ระยะนี้จึงมองแนวโน้มขยับขึ้นต่อตามหุ้นโลก และทดสอบแนวต้าน 1,635-1,640 โดยระหว่างวันอาจเผชิญแรงขายทำกำไรเป็นระยะ แต่กลยุทธ์ยังคงแนะนำทยอยขายช่วงหุ้นขึ้น
หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่
CPALL มูลค่าการซื้อขาย 1,103 ล้านบาท ปิดที่ 43 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
CPN มูลค่าการซื้อขาย 948 ล้านบาท ปิดที่ 51.75 บาท ลดลง 1.50 บาท (-2.82%)
SCB มูลค่าการซื้อขาย 832 ล้านบาท ปิดที่ 197.50 บาท เพิ่มขึ้น 4.50 บาท (+2.33%)
BLAND มูลค่าการซื้อขาย 813 ล้านบาท ปิดที 2.08 บาท ลดลง 0.02 บาท (-0.95%)
ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 726 ล้านบาท ปิดที่ 282.00 บาท เพิ่มขึ้น 5.00 บาท (+1.81%)







