
‘ทรีนีตี้’กำไรก้าวกระโดดยืนยันไม่เพิ่มทุน
ทรีนีตี้ แย้มกำไรปีนี้โตก้าวกระโดด เพียงไตรมาสเดียวโกย 80% ของทั้งปี 2555 ฐานทุนยังเพียงพอ
ทรีนีตี้ แย้มกำไรปีนี้โตก้าวกระโดด เพียงไตรมาสเดียวโกย 80% ของทั้งปี 2555 ฐานทุนยังเพียงพอ
นายวิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทรีนีตี้ วัฒนา (TNITY) เปิดเผยว่า ผลประกอบการในปีนี้ประเมินว่าจะโตก้าวกระโดด โดยดูได้จากเพียงกำไรของไตรมาสแรกปีนี้ สามารถทำได้ 95 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 81% ของกำไรสุทธิของทั้งปี 2555 ที่มีจำนวน 117 ล้านบาท และเชื่อว่าภาพการโตแบบก้าวกระโดดจะเกิดขึ้นกับทุกบริษัทหลักทรัพย์
สาเหตุหลักเป็นผลมาจากปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นที่ปรับเพิ่มสูง คาดว่าเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 5 หมื่นล้านบาทต่อวัน และกำไรจากเงินลงทุน ปัจจุบันบริษัทมีค่าคอมมิชชั่นเฉลี่ยอยู่ที่ 0.2% ซึ่งภายใต้สมมติฐานตลาดซื้อขายเฉลี่ย 3 หมื่นล้านบาท บริษัทมีส่วนแบ่งการตลาด (มาร์เก็ตแชร์) เพียง 1% ก็ถึงระดับคุ้มทุน แต่ในปัจจุบันซื้อขายเฉลี่ยสูงถึง 5 หมื่นล้านบาท และมาร์เก็ตแชร์ของบริษัทอยู่ที่ 1.33% ถือว่าสูงกว่าระดับคุ้มทุน โดยเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 1.1% และตั้งเป้าปีนี้ 1.3-1.5%
สำหรับธุรกิจรับบริหารกองทุนส่วนบุคคล เดิมประเมินไว้ 2,000 ล้านบาทในปีนี้ แต่ปัจจุบันทำได้ 1,978 ล้านบาท และขยับเพิ่มขึ้นเป็น 2,200 ล้านบาท เพราะให้ผลตอบแทนชนะตลาดที่ให้ผลตอบแทน15%
นอกจากนี้ บริษัทยังปล่อยสินเชื่อเพื่อซื้อหุ้น (มาร์จิ้นโลน) อยู่ที่ระดับ 1,565 ล้านบาท และจะพยายามรักษาให้อยู่ในระหว่าง 1,300-1,500 ล้านบาท เพราะสภาพคล่องเริ่มตึงตัว แต่ไม่ได้เป็นปัญหา
“ฐานทุนของบริษัทขณะนี้มีเพียงพอในการทำธุรกิจให้ได้ตามเป้าหมาย เพราะจะอาศัยวงเงินกู้ระยะสั้นจากธนาคารมาใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนส่วนหนึ่ง และอีกส่วนจะมาจากผลกำไร ปัจจุบันบริษัทมีอัตราสินทรัพย์ต่อสภาพคล่องสุทธิ (เอ็นซีอาร์) ระดับ 52% ซึ่งสูงกว่าระดับขั้นต่ำ 7% ตาม” นายวิศิษฐ์ กล่าว
ด้านธุรกิจวาณิชธนกิจมีงานเสนอขายหุ้นใหม่ (ไอพีโอ) และหุ้นแบบเฉพาะเจาะจง (PP) 5-6 ดีล รวมถึงงานควบรวมกิจการอีก 1-2 ดีล และงานรับเป็นที่ปรึกษาทางการเงินอีกด้วย







