
สมาร์ทการ์ดหายไปไหน
มั่นใจว่าขณะนี้คนไทยหลายร้อยคนกำลังประสบปัญหาในการทำบัตรประชาชนใหม่ ไม่ว่าจะเป็นบัตรหายหรือต่ออายุบัตรเดิม ซึ่งไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์บังคับแค่ไหน ก็ต้องเจอกับประโยคเดิมๆ จากเจ้าหน้าที่เขตต่างๆ ว่า บัตรหมด หรือได้บัตรมาจำกัดสูงสุดเพียง 100 ใบต่อวันต่อเขต
มั่นใจว่าขณะนี้คนไทยหลายร้อยคนกำลังประสบปัญหาในการทำบัตรประชาชนใหม่ ไม่ว่าจะเป็นบัตรหายหรือต่ออายุบัตรเดิม ซึ่งไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์บังคับแค่ไหน ก็ต้องเจอกับประโยคเดิมๆ จากเจ้าหน้าที่เขตต่างๆ ว่า บัตรหมด หรือได้บัตรมาจำกัดสูงสุดเพียง 100 ใบต่อวันต่อเขต
นับแต่รัฐบาลเปลี่ยนบัตรประชาชนจากเดิมที่เป็นแถบแม่เหล็กธรรมดา ไม่มีข้อมูลใดๆ นอกจากข้อมูลบ่งบอกว่าเจ้าของบัตรเป็นใคร อยู่ที่ไหน มาเป็นบัตรประชาชนอเนกประสงค์ หรือที่เรียกกันเก๋ๆ ว่า สมาร์ทการ์ด โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเก็บข้อมูลบุคคลที่จะต้องเชื่อมต่อกับหน่วยงานรัฐต่างๆ เช่น สาธารณสุข สวัสดิการสังคม เกษตร ฯลฯ
เพื่อที่ว่าประชาชนจะได้ถือบัตรใบเดียวและไปติดต่อหน่วยงานรัฐที่ไหนก็ได้ เช่น ต้องการขอข้อมูลด้านสวัสดิการ ก็สามารถเปิดดูจากที่โรงพยาบาลได้ ภายใต้คอนเซปต์ One Stop Service ด้วยเหตุนี้ สมาร์ทการ์ดจึงต้องพิเศษกว่าปกติ ด้วยการเป็นบัตรประชาชนฝังชิปให้มีพื้นที่ความจุสำหรับเก็บข้อมูล และมีการประมูลจัดซื้ออย่างใหญ่โตทุกครั้ง งบการประมูลไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาททุกที
ทว่า เมื่อได้บัตรสมาร์ทการ์ดมาจริงๆ ก็ไม่ได้ต่างอะไรกับบัตรแถบแม่เหล็กเดิม เพราะข้อมูลสวยหรูที่จะถูกบรรจุอยู่ในสมาร์ทการ์ดนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจริงในทางปฏิบัติ และไม่รู้ว่ากรมการปกครองเกิดอะไรขึ้นมา เพราะวันดีคืนดี บัตรสมาร์ทการ์ดที่ว่าก็ขาดตลาดขึ้นมาซะเฉยๆ ทั้งที่จัดซื้อไปแล้ว แต่กลับแจ้งว่าบัตรผลิตไม่ทัน
สุดท้าย ประชาชนที่รัฐบาลเอาเงินภาษีจากพวกเขาไปจัดซื้อบัตรนี่แหละ ก็ต้องเป็นผู้แบกรับปัญหา เพราะเมื่อบัตรหมดก็เป็นหน้าที่ของประชาชนเองที่ต้องกระเสือกกระสนโทรไปถามเขตทุกวัน โดยเจ้าหน้าที่ก็บอกสั้นๆ ซ้ำๆ ว่า ต้องสอบถามมาเป็นระยะๆ ด้วยว่าบัตรหมดหรือไม่ โดยไม่สนใจว่าประชาชนจะเดือดร้อนแค่ไหน
เฮ้อ!!! ถ้ายกระดับเป็นสมาร์ทการ์ดแล้วจะแย่ขนาดนี้ ขอกลับไปเป็นบัตรแถบแม่เหล็กแต่มีบัตรเพียงพอต่อความต้องการเหมือนเดิมจะดีกว่า







