
แนะธุรกิจจับลูกค้าชัดเจาะตลาดฮ่องกง
ทูตพาณิชย์ฮ่องกง เปิดสูตรสำเร็จเอสเอ็มอีไทยเจาะตลาด มุ่งกลุ่มเป้าหมายชัดเจน
ทูตพาณิชย์ฮ่องกง เปิดสูตรสำเร็จเอสเอ็มอีไทยเจาะตลาด มุ่งกลุ่มเป้าหมายชัดเจน
นางลลิดา จิวะนันทประวัติ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ เมืองฮ่องกง เปิดเผยถึงการประกอบธุรกิจต่างประเทศของเอสเอ็มอีไทยในตลาดฮ่องกงให้ประสบความสำเร็จว่า ธุรกิจเอสเอ็มอีในฮ่องกงถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจของฮ่องกง ด้วยมีสัดส่วนถึง 98% (ประมาณ 2.8 แสนราย) โดยรัฐบาลฮ่องกงได้จัดสรรงบประมาณ 1,000 ล้านเหรียญฮ่องกง (แบบมีเงื่อนไข) สำหรับส่งเสริมเอสเอ็มอี เพื่อพัฒนาด้านต่างๆ ทั้งการสร้างแบรนด์สินค้า เทคโนโลยี การผลิต การส่งเสริมการขายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
สำหรับสินค้าและบริการที่มีศักยภาพในตลาดฮ่องกง ได้แก่ อาหารทั้งที่เป็นวัตถุดิบและร้านอาหาร อัญมณีและเครื่องประดับตกแต่งบ้าน ของชำร่วย เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม บริการซ่อมรถ บริการเปลี่ยนยาง ธุรกิจเสริมสวย และธุรกิจออกแบบตกแต่งสวนบนอาคาร เป็นต้น
“การซื้อสินค้าบริการ จะมาจากการศึกษาพฤติกรรมการบริโภค โดยชาวฮ่องกงนิยมอาศัยในห้องชุด ใช้บริการขนส่งสาธารณะในการเดินทาง การซื้อสินค้าประจำวันใกล้ที่พักที่ทำงานตามความสะดวก ซื้อบ่อยครั้ง ครั้งละไม่มาก” นางลลิดา กล่าว
นอกจากนี้ ภาครัฐฮ่องกงยังมีการส่งเสริมอย่างเป็นระบบ อาทิ มีตลาดสดกระจายทุกแหล่งชุมชน คิดค่าเช่าราคาไม่แพง การจัดสรรงบประมาณให้เอสเอ็มอีอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการจัดกิจกรรมไปขยายโอกาสทางการค้ากับประเทศใหม่ๆ ต้องมีแผนและเป้าหมายการตลาดชัดเจนและต่อเนื่อง ซึ่งพฤติกรรมเอสเอ็มอีฮ่องกงมีการปรับตัวและพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก มีการรวมกลุ่มเป็นสมาคมเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและเสนอข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์เพื่อผลักดันให้เป็นนโยบายของรัฐต่อไป
ขณะที่รูปแบบการประกอบธุรกิจเอสเอ็มอีไทย คือ การส่งออกที่เป็นรูปแบบดั้งเดิม มีความเสี่ยงน้อย แต่มีความยากอยู่ เพราะต้องการแสวงหาลูกค้า ซึ่งต้องดำเนินการเชิงรุก เช่น เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ เข้าร่วมงานแสดงสินค้า นัดหมายพบปะลูกค้า ฯลฯ การประชาสัมพันธ์ผ่านเว็บไซต์ เพื่อสร้างความแตกต่าง สร้างจุดขาย ที่อาจจะมีโอกาสสำเร็จน้อย เพราะต้องแข่งขันด้านราคา สินค้าบริการใหม่ๆ เนื่องจากผู้ค้าปลีกทั้งรายเล็กและใหญ่นิยมซื้อผ่านตัวแทนนำเข้า(เทรดดิง)ที่ติดต่อกันมานาน มากกว่านำเข้าเองหรือการดำเนินการประกอบธุรกิจโดยการสร้างแบรนด์ของตนเอง วิธีนี้จะให้ผลที่ยั่งยืน โดยปัจจัยที่จะทำให้สำเร็จ ได้แก่ ความพร้อมของสินค้าบริการ มีแบรนด์เป็นที่รู้จักในประเทศไทยอยู่แล้ว เพราะคนฮ่องกงนิยมมาเที่ยวไทยปีละ 40 ล้านคน จึงรู้จักประเทศไทยดีการมีเงินลงทุนอาจจำเป็นมาก หากได้หุ้นส่วนฮ่องกงที่มีความพร้อมด้านการเงิน แต่ไม่มีสินค้า การมีคู่ค้าหุ้นส่วนที่ดีและอยู่ในธุรกิจที่เกี่ยวข้อง มีสถานที่ในการดำเนินการ ราคาเช่าที่เหมาะสม เป็นต้น การมีแรงงานในการทำงานที่ควรวางแผนด้านการใช้แรงงานท้องถิ่นก่อน เพราะนำเข้าแรงงานจากไทยเป็นเรื่องยาก การปฏิบัติตามกฎหมายข้อกำหนดของรัฐบาลและติดตามมาตรการต่างๆ เพื่อนำมาปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพราะหากมีปัญหาจะเสียเวลาและค่าใช้จ่ายสูงมาก
“การเตรียมตัวเข้าลุยตลาดฮ่องกง นอกจากต้องศึกษาหาข้อมูลด้วยตนเองให้รอบด้านทั้งเรื่องพฤติกรรมผู้บริโภค กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องและคู่แข่งขันแล้ว ควรเดินทางมาดูลู่ทางการค้าด้วยตนเอง เนื่องจากฮ่องกงไม่ไกลจากไทยและค่าใช้จ่ายไม่มาก เพื่อได้เห็นตลาดและกำหนดกลุ่มเป้าหมายชัดเจน อีกทั้งฮ่องกงเป็นเมืองเทรดดิ้ง สินค้านำเข้าส่วนใหญ่ส่งต่อไปยังประเทศอื่นๆ ใช้บริโภคภายในไม่มาก การเข้าร่วมกิจกรรมกับทางการไทย ซึ่งกรมฯมีมากกว่า 10 งาน เพื่อขายสินค้าแล้ว ยังได้ศึกษาตลาดอีกด้วย นอกจากนี้ควรหาโอกาสพบปะกับผู้นำเข้า นักธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล สร้างเครื่อข่ายอันอาจนำไปสู่การขยายโอกาสทางการค้าต่อไป”นางลลิดา กล่าว
สำหรับการส่งออกสินค้าไทยไปฮ่องกงในไตรมาสแรก (ม.ค.-มี.ค.) ปีนี้ มีมูลค่า 3,373 ล้านเหรียญสหรัฐ (100,622 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 11.2% ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 669 ล้านเหรียญสหรัฐ (20,280 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 66% สินค้าสำคัญ ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์พร้อมส่วนประกอบ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์เหล็ก อัญมณีและเครื่องประดับ แผงวงจรไฟฟ้า เม็ดพลาสติก เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ ข้าว เป็นต้นติดตามความเคลื่อนไหวข่าวสารและข้อมูลการค้าระหว่างประเทศได้ที่ www.ditp.go.th ซึ่งมีให้เลือกติดตามหลายหัวเรื่อง อาทิ รายงานข่าวเด่น ติดตามความเคลื่อนไหวในตลาดต่างประเทศ , รอบรู้เศรษฐกิจ ติดตามตลาดโลก, ติดตามสถานการณ์โลก เป็นต้น พร้อมหัวข้อหลักตลาด สินค้า/บริการ กฎระเบียบ อมรมสัมมนา กิจกรรม/โครงการ เป็นต้น เปิดให้บริการแล้ว 24 ชม.







