posttoday
ดรีมไฟน์เดอร์ส โฮม ภารกิจสร้างบ้านในฝัน

ดรีมไฟน์เดอร์ส โฮม ภารกิจสร้างบ้านในฝัน

14 พฤษภาคม 2556

โดย...ณัฏฐญา เมฆสมณะศักดิ์

โดย...ณัฏฐญา เมฆสมณะศักดิ์

เพราะว่า “บ้าน” เป็นสถานที่ศูนย์รวมของความเป็นครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นทั้งทางกายและทางใจ จึงไม่น่าแปลกใจที่ใครหลายคนจะใฝ่ฝันอยากมีบ้านของตัวเอง และยอมเก็บเงินทั้งชีวิตเพื่อซื้อบ้านสักหลัง

“ดรีมไฟน์เดอร์ส โฮม” (Dreamfinders Home) บริษัทรับสร้างบ้านในแจ็คสันวิลล์ รัฐฟลอริดา ของสหรัฐ รู้ดีว่าการลงทุนซื้อบ้านเป็นการลงทุนครั้งที่ใหญ่ที่สุดของชีวิตใครสักคน และบ้านมีความหมายมากกว่าเป็นเพียงที่อยู่อาศัย จึงต้องการที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้า ด้วยการสร้างบ้านที่มี “คุณภาพที่ดีที่สุด” ใน “ราคาที่คุ้มค่ามากที่สุด”

โทบี และมาร์ค แมคกวีแกน คู่สามีภรรยา ก้าวเข้าสู่วงการก่อสร้างบ้านในปี 2547 ภายใต้ชื่อ ดรีมไฟน์เดอร์ส คอนสตรัคชั่น ซึ่งในปีนั้นเป็นปีที่มีการแข่งขันในตลาดที่อยู่อาศัยสูงมาก แต่ทั้งคู่ได้ยึดหลัก การสร้างบ้านในปริมาณไม่มาก โดยสร้างเพียง 10-15 หลังต่อปีเท่านั้น และเน้นที่คุณภาพเป็นหลัก

แต่หลังจากนั้นไม่นาน ในช่วงปี 2550-2551 ตลาดที่อยู่อาศัยก็เริ่มชะลอตัวลง ส่งผลให้ทั้งคู่ก็ต้องชะลอการผลิตลงตามไปด้วย

ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่สู้ดีนัก โชคดีที่ครอบครัวแมคกวีแกนได้พบกับ แพททริก ซาลุปสกี ซึ่งเป็นเพื่อนของมาร์ค โดยเจ้าตัวได้นำความคิดที่จะสร้างบ้านในพื้นที่ไพน์ ริดจ์ แพลนเทชั่น ซึ่งเป็นพื้นที่ชุมชนในมิดเดิลเบิร์กของฟลอริดา มาเสนอให้กับทั้งสองคน

ทั้งนี้ แพททริกเล็งเห็นว่า พื้นที่ดังกล่าวคือโอกาสสำคัญที่เจ้าตัวสามารถขายบ้านในราคาที่ลูกค้าสามารถจ่ายได้ และเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ ซึ่งครั้งนั้นก็เป็นบทพิสูจน์ที่ทำให้แพททริกได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง “ดรีมไฟน์เดอร์ส โฮม แอลแอลซี” กับสองสามีภรรยาแมคกวีแกน

เมื่อทั้งสามคนได้มารวมตัวกัน แต่ละคนก็มีความถนัดและความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกันออกไป โดยมาร์คซึ่งเป็นนักก่อสร้างมาทั้งชีวิต ก็อาศัยประสบการณ์ด้านการก่อสร้างที่ผ่านมา มาประยุกต์ใช้ในธุรกิจ

ส่วนโทบีเป็นผู้รับเหมาที่ได้รับการอนุญาตจากทางการ จึงมีหน้าที่ดูแลทุกอย่างในธุรกิจ ตั้งแต่การขออนุญาตการสร้างบ้าน ไปจนถึงเรื่องงบการเงิน

ในขณะที่แพททริกเป็นคนที่มีพื้นฐานเกี่ยวกับการเงิน เพราะเคยเป็นนักตรวจสอบบัญชีมาก่อน จึงรับหน้าที่ดูแลเกี่ยวกับเรื่องยอดขาย ติดต่อจัดหาที่ดิน การโฆษณา การตลาด และการเงินของบริษัท

ด้วยประสบการณ์และความสามารถเฉพาะตัวของทั้งสามคน ทำให้ธุรกิจเริ่มต้นอย่างเข้มแข็งได้อีกครั้ง ซึ่งสัญญาณบวกของธุรกิจก็เห็นได้จากยอดขายที่ค่อยๆ ขยับตัวขึ้น พร้อมทั้งในปี 2553 และปี 2554 ดรีมไฟน์เดอร์ส โฮม เป็นธุรกิจที่ได้เป็นอันดับ 1 ของธุรกิจที่เติบโตเร็วที่สุดในแจ็คสันวิลล์ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของรัฐฟลอริดา

รายได้บริษัทในปี 2554 อยู่ที่ 24.8 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 744 ล้านบาท) ซึ่งเพิ่มขึ้นจากรายได้ในปี 2551 อยู่ที่ 668,399 เหรียญสหรัฐ (ราว 2.05 ล้านบาท) ซึ่งถือว่าขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 3,615% ในระยะเวลาเพียง 3 ปี และมีจำนวนลูกจ้าง 30 คน จากแรกเริ่มที่มีเพียง 2 คนเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม แม้ธุรกิจจะขยับตัวและเติบโตขึ้น แต่สิ่งที่เป็นเป้าหมายของบริษัทก็ยังคงอยู่ คือ การสร้างบ้านแต่ละหลังต้องมีคุณค่า ทั้งราคา และคุณภาพของตัวบ้านที่ยึดถือมาตั้งแต่แรกเริ่ม

“การทำเป้าหมายให้สำเร็จของพวกเรา คือ เราต้องทำให้ลูกค้ามีความพึงพอใจและเราต้องมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับลูกค้า” โทบี กล่าวถึงปณิธานทางธุรกิจที่ทั้งสามคนมีร่วมกัน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจเข้มแข็ง

“กฎเหล็กของเราสามคน คือต้องตั้งใจทำงาน ควบคุมราคา และต้องมีคุณค่า และที่สำคัญที่สุดเราต้องไม่หยุดพัฒนาตัวเอง” แพททริก กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท