
‘รัก’อาเซียน
“ความรักไร้พรมแดน” เป็นวลีที่เราได้ยินกันคุ้นหูมานาน ยิ่งสมัยนี้เกิดบ่อยและมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกับความรักของหนุ่มสาวชาวอาเซียน “คลาวเดีย จักรพันธุ์” ดาราสาวชาวไทยกับหนุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ชาวเมียนมาร์ “ออง ทีฮา” ที่ได้ร่วมลงทุนกับเพื่อนชาวไทยสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แห่งแรกของเมียนมาร์
“ความรักไร้พรมแดน” เป็นวลีที่เราได้ยินกันคุ้นหูมานาน ยิ่งสมัยนี้เกิดบ่อยและมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกับความรักของหนุ่มสาวชาวอาเซียน “คลาวเดีย จักรพันธุ์” ดาราสาวชาวไทยกับหนุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ชาวเมียนมาร์ “ออง ทีฮา” ที่ได้ร่วมลงทุนกับเพื่อนชาวไทยสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แห่งแรกของเมียนมาร์
พูดถึงความรัก “คลาวเดีย” เล่าว่า คบกับอองมาได้ 4 ปีแล้ว ตั้งแต่ที่ฝ่ายชายทำงานอยู่ที่อเมริกา และแม้จะเป็นชาวต่างชาติ แต่อองก็มีความผูกพันกับเมืองไทยมานาน เพราะเกิดเมืองไทย เรียนนานาชาติที่กรุงเทพฯ และไปเรียนต่อปริญญาตรีที่สหรัฐ จบโทที่อังกฤษและสหรัฐ และทำงานด้านการเงินและอสังหาริมทรัพย์ที่สหรัฐอยู่ช่วงหนึ่ง
“เราเจอกันครั้งแรกที่ร้านของเพื่อนที่กรุงเทพฯ อองตะโกนจีบ พูดไม่ชัดแล้วยังจีบเสียงดัง แรกๆ เราก็เล่นตัว ไม่ยอมให้เบอร์ แต่สุดท้ายก็ให้ไป หลังจากนั้นก็คุยกันทางโทรศัพท์ และคะเดียก็ไปหาอองบ้างตอนที่เขาอยู่อเมริกา”
แต่ประมาณ 1 ปีที่ผ่านมานี้ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ไม่ได้มีระยะทางเป็นอุปสรรคอีกต่อไป
“คลาวเดีย” เล่าถึงแฟนหนุ่มว่า “ออง” กลับมาเริ่มทำธุรกิจในเมียนมาร์ตั้งแต่ เม.ย. ปีที่แล้ว คือตั้งแต่เมียนมาร์เริ่มเปิดประเทศก็กลับประเทศทันที เลยทำให้ตั้งแต่นั้นมาคลาวเดียเดินทางไปย่างกุ้งบ่อยมาก คือไปทุกเดือน
“เรารู้สึกชอบคุณแม่ออง คุณแม่เป็นคนน่ารักมาก เราชอบทุกอย่างที่เป็นพม่า ยิ่งมีแฟนเป็นพม่าก็ยิ่งอยากทำทุกอย่างที่จะสนับสนุนประเทศนี้ ส่วนใหญ่เวลาอยู่ย่างกุ้งก็จะเรียนรู้ประเพณีและวัฒนธรรมพม่า ซึ่งมีหลายอย่างที่น่ารัก เช่น เวลาที่ลูกจะออกไปทำงานที่ไหนถ้าเป็นคนไทยเราก็จะไหว้พ่อแม่ แต่ถ้าเป็นที่นี่เขาจะนั่งลงและกราบกับพื้น 3 ครั้ง เหมือนกราบพระเลย และจากนั้นพ่อแม่ก็จะให้พรขอให้ลูกโชคดี ทำการงานอะไรก็สำเร็จ”
ช่วงที่อยู่ย่างกุ้งหากเป็นวันธรรมดาที่แฟนหนุ่มทำงาน คลาวเดีย บอกว่า จะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับคุณแม่ของออง มีออกไปซื้อของบ้าง แต่ที่ทำบ่อยและทุกครั้งที่ไปเมียนมาร์ คือไปไหว้พระและนั่งวิปัสสนาที่มหาเจดีย์ชเวดากอง
ด้านหนุ่มอองไม่ได้พูดถึงเรื่องความรักมากนัก แต่ได้แสดงความคิดเห็นต่อการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน ออง มองว่า ประเทศของเขาไม่ได้เสียเปรียบประเทศอื่นที่ระดับการพัฒนาสูงกว่า เพราะในโลกธุรกิจปัจจุบัน นักลงทุนย่อมมองหาสิ่งที่ดีที่สุด ซึ่งเมียนมาร์มีศักยภาพนั้นอยู่ เพียงแต่ที่ต้องเร่งพัฒนาให้เร็วที่สุดคือโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบไฟฟ้า ถนน รวมถึงฝีมือแรงงาน
“การพัฒนากำลังมา แต่การพัฒนาและความเจริญนั้นต้องการไฟฟ้า แรงงานฝีมือ ถนนหนทางที่ดีขึ้น พร้อมรับกับการรวมตัวของเออีซี ตอนนี้เมียนมาร์กำลังเปิดก็จริง แต่คนยังไม่มาลงทุน ที่มาส่วนใหญ่ยังเป็นแค่การมาดูลู่ทางและโอกาสการลงทุนแล้วก็กลับไป แต่คนอย่างพวกผมจะเป็นกลุ่มนักลงทุนที่มาสร้างพื้นฐานต่างๆ ให้ประเทศพร้อมที่จะรับกับความเจริญที่จะเข้ามา”
เมื่อถามว่า คลาวเดียได้ช่วยงานในส่วนไหนบ้างหรือเปล่า อองที่รักษาท่าทีที่จะพูดเรื่องความรักแต่น้อยก็ยอมเล่าว่า คลาวเดียช่วยรับแขกผู้ใหญ่ เพราะงานที่ทำต้องพบปะกับผู้ใหญ่ค่อนข้างบ่อย
ส่วนเรื่องข่าวดีจะมีเมื่อไหร่นั้น อองตอบว่า “อยากให้โรงไฟฟ้าที่กำลังทำอยู่อยู่ตัวก่อน ซึ่งคงประมาณปีครึ่งครับ”
และนี่ก็คือความสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างคนอาเซียนที่พรมแดนไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการฟูมฟักความรัก และกระชับความสัมพันธ์ด้านอื่นๆ และเชื่อว่าครอบครัว “จักรพันธุ์” คงได้รับขวัญเขยเป็นหนุ่มเท่ชาวเมียนมาร์อินเทรนด์รับกระแสเออีซีในอีกไม่ช้า







