
กสิกรไทยหนุนเอสเอ็มอีรับมือค่าเงินบาท
กสิกรไทย ออกเครื่องมือช่วยป้องกันความเสี่ยงค่าเงินให้เอสเอ็มอีส่งออก พร้อมวงเงินหมุนเวียนสูงสุด 40 ล้านบาทต่อราย
กสิกรไทย ออกเครื่องมือช่วยป้องกันความเสี่ยงค่าเงินให้เอสเอ็มอีส่งออก พร้อมวงเงินหมุนเวียนสูงสุด 40 ล้านบาทต่อราย
นายพัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ส่งผลให้ลูกค้าเอสเอ็มอีที่ทำธุรกิจส่งออกเป็นหลัก ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 20% ได้รับผลกระทบในการแข่งขันกับคู่แข่งจากประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับข้าว อุตสาหกรรมการเกษตร อุตสาหกรรมสิ่งทอ อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์และไม้ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์
ดังนั้น ธนาคารกสิกรไทยจึงออกมาตรการ “K SME ช่วยเต็มที่ลูกค้าส่งออก” เพื่อช่วยลูกค้าเอสเอ็มอีในการป้องกันความเสี่ยงจากการผันผวนของค่าเงินบาทในหลายรูปแบบ โดยลูกค้าปัจจุบันที่มีวงเงินสินเชื่อการค้าระหว่างประเทศ (Trade Finance) ทุกราย จะได้รับวงเงิน Forward Contract กับธนาคารโดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกันเพิ่มเติม ซึ่งลูกค้าสามารถทราบอัตราแลกเปลี่ยนของเงินได้ล่วงหน้าตั้งแต่วันที่จอง จึงสามารถป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้ 100% โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการป้องกันความเสี่ยง
นอกจากนั้นยังสามารถป้องกันความเสี่ยงแบบ K-Right Zero ซึ่งเหมาะกับช่วงที่อัตราแลกเปลี่ยนมีความผันผวนสูง มีทิศทางไม่แน่นอน และสามารถป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้ 100% เช่นกัน โดยมีจุดเด่นที่เมื่อลูกค้าจองอัตราแลกเปลี่ยนไว้ล่วงหน้าแล้ว หากถึงกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนราคาตลาดดีกว่าลูกค้าก็สามารถเลือกอัตราแลกเปลี่ยนที่ให้ประโยชน์กับลูกค้ามากกว่าได้
นายพัชร กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับลูกค้าใหม่ธนาคารกสิกรไทย ยังได้เตรียมวงเงินสินเชื่อ K-Trade Premier เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อเสริมสภาพคล่องในการทำธุรกรรมต่างประเทศให้กับลูกค้าใหม่พร้อมให้วงเงิน Forward Contract เพื่อป้องกันความเสี่ยงของค่าเงิน โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันนานสูงสุด 3 ปี เพียงใช้บุคคลค้ำและให้วงเงินสินเชื่อสูงสุด 40 ล้านบาท โดยธนาคารฯ ตั้งวงเงินสินเชื่อไว้ประมาณ 3,900 ล้านบาท







