
แข่งท่องเที่ยว
ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับประเทศเพื่อนบ้านใกล้ชิดของเรา “สปป.ลาว” ที่ได้รับเลือกเป็น จุดหมายปลายทางที่ดีที่สุดในโลกสำหรับนักท่องเที่ยวประจำปี 2013 จากสภาสหภาพยุโรปเพื่อการท่องเที่ยวและการค้า ซึ่งเพิ่งมีการมอบรางวัลไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับประเทศเพื่อนบ้านใกล้ชิดของเรา “สปป.ลาว” ที่ได้รับเลือกเป็น จุดหมายปลายทางที่ดีที่สุดในโลกสำหรับนักท่องเที่ยวประจำปี 2013 จากสภาสหภาพยุโรปเพื่อการท่องเที่ยวและการค้า ซึ่งเพิ่งมีการมอบรางวัลไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
นอกจากมามอบรางวัลให้ลาวแล้ว ตัวแทนจากสภาสหภาพยุโรป ยังได้ถือโอกาสเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวในกรุงเวียงจันทน์ ก่อนจะเดินทางต่อไปยัง หลวงพระบาง ซึ่งเป็นมรดกโลก เพื่อดูให้เห็นกับตาว่า เมืองเล็กๆ แห่งนี้ร่ำรวยด้วยวัฒนธรรมอย่างไรบ้าง
เหตุผลที่ทำให้ลาวได้รับเลือกในปีนี้มีหลายอย่างด้วยกัน โดยจุดเด่นก็คือ การพัฒนาการท่องเที่ยวโดยใช้ชุมชนเป็นศูนย์กลาง สร้างรายได้ให้แก่คนในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน้อย ทั้งยังดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวดี มีสิ่งอำนวยความสะดวก นักท่องเที่ยวมีโอกาสได้เที่ยวชมทั้งสถานที่ทางประวัติศาสตร์ ดื่มด่ำกับวัฒนธรรม และเพลิดเพลินกับธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์
หากมองในแง่สถิติ พบว่า เมื่อปีที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวไปเยือนลาวประมาณ 3.3 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้น 22% จากปี 2554 ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่เยอะมากสำหรับประเทศที่มีประชากรประมาณ 67 ล้านคนเท่านั้น
นอกจากลาวแล้ว อินโดนีเซีย เป็นอีกประเทศหนึ่งที่กำลังรุกหนักด้านการท่องเที่ยว ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด ในกรุงจาการ์ตา ชี้ว่า การท่องเที่ยวเป็นหนทางที่ง่ายที่สุดที่ช่วยเพิ่มรายได้ที่เป็นเงินตราต่างประเทศของอินโดนีเซีย ในช่วงเวลาที่รายได้จากการส่งออกลดลง เพราะสินค้าโภคภัณฑ์ร่วง
ตามสถิติการท่องเที่ยวถือเป็นแหล่งปั๊มเงินรายได้สกุลเงินต่างประเทศอันดับ 5 ของอินโดนีเซีย เลยทีเดียว
โดยข้อมูลขององค์การการท่องเที่ยวโลก ระบุว่า ปีที่ผ่านมา อินโดนีเซียมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 8 ล้านคน และทำรายได้จากการท่องเที่ยวได้มากถึง 9.12 พันล้านเหรียญสหรัฐ
ส่วนแนวคิดส่งเสริมการท่องเที่ยวของแดนอิเหนานั้น ทางการบอกว่า คือการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน ทั้งในแง่สิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม และต้องการให้แหล่งท่องเที่ยวยังคงสามารถรักษาวัฒนธรรมท้องถิ่น ภูมิปัญญาชาวบ้าน ไว้ได้ พร้อมๆ กับทำให้แขกบ้านแขกเมืองมาเที่ยวแล้วมีความสนุก เข้าใจท้องถิ่นด้วย
และก็ไม่ได้มีแต่ลาว และอินโดนีเซีย เท่านั้น ที่จริงจังกับการท่องเที่ยวมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะที่ผ่านประเทศในกลุ่มอาเซียนต่างใช้ “การท่องเที่ยว” เป็นพลังสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
ไม่ว่าจะเป็นมาเลเซียที่ชูจุดขายว่าเป็น Truly Asia อินโดนีเซียที่มีสโลแกนว่า Wonderful Indonesia ฟิลิปปินส์ที่บอกว่า It’s More Fun in The Philippines สิงคโปร์กับจุดขาย Your Singapore เวียดนามกับมนต์เสน่ห์ไม่รู้จบ Timeless Charm ส่วนลาวที่เพิ่งได้รางวัลมาหมาดๆ บอกกับนักท่องเที่ยวว่า ตัวเองเป็นประเทศที่ Simply Beautiful
จากสโลแกนคงเห็นแล้วว่า แต่ละประเทศพยายามชูจุดเด่นของตัวเอง ที่บ้างก็เน้นความสวยงาม ความตื่นตาตื่นใจ ความเป็นกันเอง และความใกล้ชิด เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งนั้น
ส่วนของเมืองไทยเรา ก็ใช้ Amazing Thailand:Always Amazes You ตอกย้ำและนำเสนอว่ามีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย น่าตื่นตาตื่นใจครบครัน ต่อไป
ขณะที่ท้องถิ่นแต่ละแห่งก็แข่งกันหาจุดเด่น จุดขาย บ้างก็มีอยู่แล้วตามธรรมชาติ บ้างก็แข่งกันสร้างใหม่ หรือบ้างก็ยอมทุ่มเงินล้านเช่าของชาวบ้านมาโชว์
สำหรับกรณีที่ต้องสร้างแลนด์ มาร์ก ใหม่เพื่อดึงนักท่องเที่ยว ก็ขอให้คิดถึงผลกระทบที่จะมีต่อวิถีชีวิตของชุมชนท้องถิ่น และสิ่งแวดล้อมให้มากๆ เพราะเมื่อสิ่งเหล่านี้เมื่อถูกทำลายไปแล้ว ต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะฟื้นคืนมาได้ หรืออาจไม่มีวันกลับมาเหมือนเดิมก็ได้
ที่สำคัญ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่น่าจะสนใจความเป็นตัวตนของท้องถิ่นมากกว่า สิ่งปรุงแต่งอื่นๆ







