posttoday
ชูไทยนำแก้จนภูมิภาค

ชูไทยนำแก้จนภูมิภาค

13 พฤษภาคม 2556

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

“ความยากจน” เป็นปัญหาสังคมที่สำคัญและเกิดขึ้นมายาวนาน โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศ อาเซียนจึงได้กำหนดให้ “การขจัดความยากจน” เป็นเป้าหมายหนึ่งในแผนงานการจัดตั้งประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน เพื่อแก้ปัญหาใหญ่นี้ร่วมกัน

อาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉายภาพความยากจนของอาเซียนให้ฟังว่า ปัจจุบันในระดับสากลมีเส้นความยากจนอยู่ที่ประมาณ 1.25 เหรียญสหรัฐต่อวัน หรือประมาณ 1,200 บาทต่อเดือน ในอาเซียน หากไม่นับสิงคโปร์ จะมีประเทศที่ประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาความยากจนเพียง 2 ประเทศ คือ ไทยและมาเลเซีย

ทั้ง 2 ประเทศใช้นโยบายเศรษฐกิจคล้ายกัน ทั้งนโยบายภาคบริการ เกษตรกรรม อุตสาหกรรมสมัยใหม่ อีกทั้งยังมีธุรกิจเกษตรกรรมและธุรกิจท่องเที่ยวเป็นตัวช่วยกระจายรายได้สู่คนทุกระดับ จึงช่วยให้แก้ไขปัญหาความยากจนได้ดีกว่าประเทศอื่น

ขณะที่อาเซียนได้กำหนดกรอบความร่วมมือว่าด้วยการพัฒนาชนบทและการแก้ไขปัญหาความยากจน พ.ศ. 25542558 มีกลยุทธ์การทำงาน 6 เรื่อง ได้แก่ 1.การพัฒนาชนบท 2.การสร้างความมั่นคงทางอาหาร 3.การสร้างเครือข่ายความคุ้มครองทางสังคมด้านการศึกษา สาธารณสุข และสวัสดิการสังคม 4.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 5.การพัฒนาพื้นที่เฉพาะเพื่อการสร้างงานสร้างรายได้ และ 6.การกำกับดูแลและการประเมินความยากจนในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง

ย้อนกลับมาที่ไทย ข้อมูลสถานการณ์ความยากจนของคนไทยล่าสุด ณ ปี 2554 เส้นความยากจนอยู่ที่ 2,400 บาท มีผู้มีรายได้ต่ำกว่าเส้นดังกล่าว 8.8 ล้านคน หรือคิดเป็น 13.15% ของประชากรทั้งประเทศ และมีแนวโน้มคนจนลดลงอย่างต่อเนื่อง

เหตุหนึ่งที่ไทยแก้ได้เร็ว เพราะทั้ง 6 ข้อที่อาเซียนกำหนดเป็นกรอบความร่วมมือไว้นั้น ไทยได้ทำเกือบหมดแล้ว เรื่องการพัฒนาชนบท ก็มีแผนการจัดสรรที่ดิน จัดรูปที่ดิน จัดหาแหล่งน้ำชลประทาน การส่งเสริมอาชีพ เรื่องการสร้างความมั่นคงทางอาหาร ไม่ได้เพียงทำให้มีอาหารเพียงพอสำหรับการกิน แต่ทำให้มีอาหารเพียงพอเพื่อส่งออก และต่อยอดราคาพืชผลให้สูงขึ้น

เรื่องการสร้างเครือข่ายความคุ้มครองทางสังคมด้านการศึกษา ก็กำลังผลักดันให้กลุ่มแรงงานนอกระบบ เช่น กลุ่มคนจน วินมอเตอร์ไซค์ มีสิทธิเข้าสู่ระบบประกันสังคม

ด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ได้ใช้การเชื่อมโยงระบบถนนเป็นเครื่องมือกระจายรายได้ และสร้างความเจริญให้แก่คนในสังคม มีน้ำใช้ มีไฟฟ้า มีเส้นทางสามารถนำผลผลิตกระจายออกสู่ตลาดได้ สำหรับการพัฒนาพื้นที่เฉพาะ ก็มีกฎหมายส่งเสริมการลงทุนเข้ามาเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้สร้างโรงงานในพื้นที่ชนบทมากกว่าบริเวณอื่น

อย่างไรก็ตาม อาคม ย้ำว่า 8.8 ล้านคนก็ยังถูกตีตราได้ว่าแก้ปัญหาไม่สำเร็จ เพราะยังมีจำนวนผู้อยู่ใต้เส้นความยากจนมาก สิ่งที่ต้องการทำต่อจากนี้ คือการทำ “Poverty Mapping” กำหนดพิกัดผู้ที่มีความยากจนว่าอาศัยอยู่บริเวณใดมีวุฒิการศึกษาอะไร อยู่ในอาชีพใด เพื่อให้สามารถกระจายความช่วยเหลือ และเข้าไปแก้ปัญหาได้ตรงจุด

“เราอาจต้องฟื้นการลงทะเบียนคนจน โดยใช้กลไกของกระทรวงมหาดไทยร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ใช้เครือข่ายในพื้นที่ดึงคนกลุ่มดังกล่าวมาลงทะเบียน เพื่อให้แก้ปัญหาได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย”

วิธีการแก้ขั้นต่อไปหลังทราบพื้นที่ที่มีความยากจน คือ การเติมเรื่องการศึกษา ส่งเสริมอาชีพนอกการศึกษาที่ใช้ทักษะฝีมือนอกห้องเรียนให้แก่คนพื้นที่ดังกล่าว เช่น ทำสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (โอท็อป)

ขณะที่ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม ยังคงเป็นปัญหาสำคัญเมื่อมีการเติบโตของภาคเศรษฐกิจ จึงควรสนับสนุนกลุ่มเอสเอ็มอีและภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ใช้แรงงานมาก และสร้างรายได้ลงไปถึงพื้นที่ทันที รองรับการเติบโตสู่ประชาคมอาเซียน

อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากชุมชนไม่มีวินัยและความเข้มแข็งในการร่วมแก้ปัญหาด้วย

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ