posttoday
ปิดจุดอ่อน "เอสเอ็มอี" จากเล็กสู้ใหญ่ สู้เวทีสากล

ปิดจุดอ่อน "เอสเอ็มอี" จากเล็กสู้ใหญ่ สู้เวทีสากล

13 พฤษภาคม 2556

โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล

โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล

อุปสรรคสำคัญของเอสเอ็มอีไทย นอกเหนือจากการหาตลาดและการวางระบบธุรกิจอย่างมืออาชีพแล้ว พบว่ายังมีอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ในปัจจุบัน คือ ความพร้อมของ “บุคลากร” เพื่อเตรียมยกระดับกิจการจากขนาดเล็กไปสู่ขนาดกลาง และพัฒนาไปสู่องค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ได้ในที่สุด เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีการค้าระดับสากล

สมศักดิ์ วาทินชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดีไซน์ ออลเทอร์เนทีฟ ผู้ดำเนินธุรกิจผู้วางระบบเฟอร์นิเจอร์ห้องปฏิบัติการ (แล็บ) ครบวงจร (เทิร์นคีย์ โซลูชั่น) ภายใต้แบรนด์ โปรแล็บ (Prolab) ล่าสุดได้รับรางวัลสุดยอดเอสเอ็มอี ครั้งที่ 5 ประจำปี 2555 จากกลุ่มธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ และผลิตภัณฑ์จากไม้ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 พร้อมวางเป้าหมายสู่รางวัลสุดยอดเอสเอ็มอีติดต่อกัน 5 ปีซ้อน นับจากนี้ด้วย

“เคล็ดลับ” หรือปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัท ดีไซน์ฯ ได้รับรางวัลดังกล่าว ส่วนหนึ่งมาจากการที่บริษัทให้ความสำคัญกับ “ทุนมนุษย์” เป็นหลัก โดยเฉพาะผู้นำองค์กร ที่จะต้องลงไปสร้างตลาด พร้อมกับสร้างเครือข่ายพันธมิตร หรือพาร์ทเนอร์ชิป อย่างรอบด้าน บริษัทซึ่งดำเนินธุรกิจจับกลุ่มเป้าหมายหรือตลาดเฉพาะ ก็ใช้วิธีการโฟกัสกรุ๊ป หรือเจาะตลาดกลุ่มเป้าหมายหลัก โดยเข้าไปให้ความรู้และความเข้าใจในรูปแบบธุรกิจ การออกแบบตกแต่งและวางระบบห้องแล็บแบบครบวงจร ตั้งแต่ระดับสถาบันการศึกษา

จากในช่วงที่ผ่านมา เอสเอ็มอีไทย ส่วนใหญ่ มักมีปัญหาด้าน ทรัพยากรมนุษย์ ที่จะเข้ามาทำงานในกิจการ ด้วยคนเก่งๆ หรือ บัณฑิตที่จบการศึกษาในระดับเกียรตินิยม ก็มักถูกองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ๆดึงตัวไปร่วมงานทันทีเมื่อเรียนจบ ทำให้มีคนเก่งอีกระดับเข้ามาร่วมงานกับเอสเอ็มอี เป็นลำดับขั้นต่อๆไป ดังนั้นผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีไทย จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าไปพัฒนาทุกอย่าง การสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้กิจการเติบโตและยั่งยืนในอนาคต

“จุดอ่อนของเอสเอ็มอีไทย ส่วนใหญ่คือมาจากกิจการขนาดเล็ก ที่ไม่สามารถขยายไปสู่ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ หรือก้าวสู่การเป็นองค์กรได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะขาดแคลนบุคลากรเก่งๆ ที่ถือเป็นทุนมนุษย์ที่สำคัญของกิจการ” สมศักดิ์ กล่าว

ส่วนแผนธุรกิจบริษัท นอกเหนือจากการทำตลาดในประเทศ ที่มีกลุ่มลูกค้าห้องปฏิบัติการต่างๆ แล้ว บริษัทยังเตรียมขยายตลาดส่งออกเฟอร์นิเจอร์สำหรับห้องปฏิบัติการแบรนด์โปรแล็บไปยังตลาดใหม่ๆ อย่างปาปัวนิวกินี และกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง (มิดเดิลอีสต์)

ทั้งนี้ บริษัททำตลาดในประเทศต่างๆ มาตั้งแต่ปี 2544 อาทิ กลุ่มโรงงานยา ประเทศบังกลาเทศ ห้องปฏิบัติการเครื่องดื่มเบียร์ในลาว อินเดีย เวียดนาม อินโดนีเซีย เมียนมาร์ มาเลเซีย และสิงคโปร์ เป็นต้น

ปัจจุบันบริษัทมีโรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ภายใต้แบรนด์โปรแล็บ ตั้งอยู่ที่ จ.สมุทรปราการ รับงานตามคำสั่งจากลูกค้า ที่เริ่มตั้งแต่การวางแนวคิด (คอนเซปต์) การออกแบบห้องปฏิบัติการ การวางผังระบบระบายอากาศ ซึ่งต้องใช้ความสามารถเฉพาะด้านของบุคลากร

ทั้งนี้ การออกแบบและติดตั้งเฟอร์นิเจอร์สำหรับห้องปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ หรือแม้แต่สารเคมีต่างๆ เป็นต้น ต้องมีความชำนาญโดยเฉพาะ เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับความปลอดภัย ที่สำคัญต้องอิงกับประโยชน์ใช้สอย และการออกแบบด้านสถาปัตยกรรมที่สวยงามด้วย

ทั้งนี้ จากแผนธุรกิจดังกล่าว รวมทั้งการขยายตลาดไปยังต่างประเทศเพิ่มขึ้นนั้น ในเบื้องต้นบริษัทยังไม่จำเป็นต้องลงทุนเพิ่มในส่วนของการขยายกำลังการผลิตเฟอร์นิเจอร์ ด้วยมีการวางแผนการผลิตล่วงหน้า ตามคำสั่งซื้อ แต่จะมุ่งให้ความสำคัญในการทำตลาดมากมากขึ้นทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะการออกงานผ่านการจัดนิทรรศการ เพื่อโปรโมทแบรนด์สินค้าและการให้บริการ

สำหรับปีนี้บริษัทวางเป้าหมายรายได้ในประเทศที่มาจากกลุ่มสินค้าเฟอร์นิเจอร์ห้องแล็บอยู่ที่ 350 ล้านบาท และรายได้จากงานวางระบบราว 150 ล้านบาท หรือมีเป้ารายได้รวม 500 ล้านบาท และมีรายได้จากต่างประเทศ 45 ล้านบาท และปีนี้หลังจากเข้าไปยัง 2 ประเทศใหม่ คาดมีรายได้เพิ่มขึ้นอีก 30 ล้านบาท

สมศักดิ์ กล่าวปิดท้ายว่า บริษัทได้วางเป้าหมายระยะกลางภายในปี 2558-2559 นับจากนี้ จะนำกิจการบริษัทเข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อสร้างความยั่งยืนธุรกิจในอนาคต เพื่อพิสูจน์ความสามารถและศักยภาพธุรกิจที่เติบโตจากเอสเอ็มอี ไปสู่คอร์ปอเรทได้ในที่สุด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท