posttoday
สตาร์ทอัพ

สตาร์ทอัพ

13 พฤษภาคม 2556

เมื่อเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เข้ามามีบทบาทต่อการทำธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันการใช้ไอซีทียังได้ขยายวงกว้างไปยังกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี ตามไปด้วย

เมื่อเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เข้ามามีบทบาทต่อการทำธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันการใช้ไอซีทียังได้ขยายวงกว้างไปยังกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี ตามไปด้วย

ผลการศึกษาของไมโครซอฟท์ ในปี พ.ศ. 2555 พบว่าบริษัทธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMB ทั่วโลก ซึ่งส่วนใหญ่มีพนักงานไม่ถึง 50 คน ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายด้านไอทีสูงถึง 9.7 แสนล้านเหรียญสหรัฐ

และคาดว่าจะมีมูลค่าเติบโตเป็น 1.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในปี พ.ศ. 2560 ซึ่งเกินกว่าที่บริษัทเล็กๆ จะแบกรับไหว

ดังนั้น SMB รวมถึงนักพัฒนาซอฟต์แวร์รายใหม่ๆ (สตาร์ทอัพ) จึงได้หันมาใช้บริการคลาวด์คอมพิวติ้งมากขึ้น ซึ่งภายในปีนี้คาดว่าจะมี SMB กว่า 6 ล้านรายทั่วโลกที่จะหันมาใช้บริการคลาวด์แทน

จากการสำรวจ SMB 4 ใน 10 ราย เชื่อว่าการย้ายแอพพลิเคชั่นมาทำงานบนคลาวด์เป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้บริษัทเหล่านี้ประสบความสำเร็จ

เพราะช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายด้านไอที โดยช่วยให้บริษัทมีเวลามากขึ้นในการพัฒนาธุรกิจของตนเอง

ข้อมูลการศึกษาดังกล่าว สอดรับกับจำนวนสตาร์ทอัพในเมืองไทยที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 4 หมื่นรายในปัจจุบัน

นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ยังคาดว่าตลาด คลาวด์คอมพิวติ้งจะมีมูลค่ารวมถึง 2,300 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่มีมูลค่ารวม 1,900 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตถึง 22%

ภฤศดา โกมุทบุตร ผู้จัดการด้านกลยุทธ์แพล็ตฟอร์ม (Platform Strategy Manager) บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ไมโครซอฟท์มีวิสัยทัศน์ในการสนับสนุนงานและแนวความคิดด้านคลาวด์คอมพิวติ้ง และนักพัฒนาในเมืองไทยมาโดยตลอด

ล่าสุดได้ประกาศความร่วมมือกับ AIS The StartUp ที่มีวิสัยทัศน์สอดคล้องกับไมโครซอฟท์ในการสนับสนุนนักพัฒนาซอฟต์แวร์ในเมืองไทย และได้จัดการแข่งขัน Wowzapp และ Wowzappver เพื่อเฟ้นหานักพัฒนาแอพพลิเคชั่นหน้าใหม่สำหรับ Windows 8 และ Windows Phone 8

พร้อมจัดการฝึกอบรมเพื่อติดอาวุธความรู้และทักษะด้านคลาวด์ให้กับสตาร์ทอัพไทยผ่านการจัดงาน Start IT Up, Power IT Up อย่างต่อเนื่องร่วมกับเว็บไซต์ Thumbsup และจัดวินโดวส์ อาชัวร์ แคมป์ (Windows Azure Camp) ไปแล้วถึง 6 ครั้งในไตรมาสแรกของปีนี้ โดยมีนักพัฒนาไทยที่ได้รับการฝึกอบรมในแคมป์นี้ไปแล้วกว่า 340 คน ซึ่งคาดว่าจะสามารถช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้หลังบ้านของสตาร์ทอัพไทยสามารถแข่งขันบนเวทีโลกได้

ปัจจุบันสตาร์ทอัพในเมืองไทยได้ให้ความสนใจและหันมาใช้บริการคลาวด์มากขึ้น เห็นได้จากสถิติของสตาร์ทอัพที่ทดลองใช้บริการคลาวด์ วินโดวส์ อาชัวร์ (Windows Azure) ของไมโครซอฟท์ ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนมีจำนวนกว่า 600 คน ซึ่งเมื่อเทียบในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกแล้ว สตาร์ทอัพเมืองไทยให้ความสนใจมากติดเป็นอันดับ 2 รองจากประเทศออสเตรเลีย นอกจากนี้ยังมีโครงการใหม่ๆ เกี่ยวกับวินโดวส์ อาชัวร์ เกิดขึ้นกว่า 100 โครงการ นับตั้งแต่มีการเปิดตัวในประเทศไทยในเดือน มิ.ย. 2554

โดยที่ผ่านมามีสตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จจากการเข้าร่วมโครงการพัฒนาสตาร์ทอัพของไมโครซอฟท์ อย่าง บริษัท ไอทีเวิร์คส์ ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มธุรกิจสิ่งพิมพ์ดิจิตอลบนโปรแกรมที่ชื่อ อุ๊คบี (Ookbee) บนระบบคลาวด์ วินโดวส์ อาชัวร์ (Windows Azure) จนเติบโตเป็นร้าน Ebookstore ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในขณะนี้

จากแนวโน้มหรือเทรนด์ดังกล่าว จึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับสตาร์ทอัพไทยที่มีความคิดสร้างสรรค์และความกล้าที่จะเริ่มต้นลองสิ่งใหม่ๆ ในการสร้างโอกาสในการทำตลาดผ่านการใช้บริการด้านไอทีผ่านระบบคลาวด์เพื่อให้บริษัทเติบโตได้อย่างมั่นคง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท