posttoday
บีโอไอปรับแผนลดอุตสาหกรรมหนักเน้นโครงการอีโคแทน

บีโอไอปรับแผนลดอุตสาหกรรมหนักเน้นโครงการอีโคแทน

12 เมษายน 2553

บีโอไอ ปรับแผนปี 53 ลดแผนส่งเสริมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เบนเข้มหนุนโครงการอีโค อินดัสเตรียล พร้อมคาดโครงสร้างเศรษฐกิจไทยหันมาพึ่งภาคเกษตร-บริการมากขึ้น

บีโอไอ ปรับแผนปี 53 ลดแผนส่งเสริมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เบนเข้มหนุนโครงการอีโค อินดัสเตรียล พร้อมคาดโครงสร้างเศรษฐกิจไทยหันมาพึ่งภาคเกษตร-บริการมากขึ้น

นายณรงค์ อัครเศรณี ประธานกรรมการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย( เอ็มซิมแบงก์)ในฐานะคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือ บีโอไอ กล่าวว่า นโยบายของบีโอไอ ในช่วงปี 2553 คงไม่มีการประกาศส่งเสริมการลงทุนขนาดใหญ่เช่นการออกมาตรการเพื่อดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาลงทุนในโรงงาน

เหล็กเหมือนเดิม แต่จะให้การส่งเสริมและสนับสนุนเขตอุตสาหกรรม ที่อยู่ในโครงการส่งเสริมอุตสาหกรรมแบบยั่งยืน หรือ อีโค อินดัสเตรียล เอสเตท  โดยจะมีการจัดเป็นมาตรการเพื่อส่งเสริมธุรกิจนี้เป็นพิเศษ เช่น จะมีพ.ร.บ. บิสสิเนสลอว์ เข้ามาเกี่ยวข้อง และมาตรการที่สนับสนุนให้คนเข้ามาทำงานในเขตอุตสาหกรรมดังกล่าว ซึ่งจะเป็นมาตรการที่อยู่นอกเหนือจากมาตรดารทางด้านภาษี

ขณะเดียวกันจะปรับแผนการลงทุนในเขตอุตสาหกรรมในพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ ( เซาเทรินซีบอร์ด  ) ให้รองรับการลงทุนในรูปแบบของ ลอจิสติกส์ แทนการลงทุนในโครงการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ส่วนมาบตาพุด จะให้โครงการต่างๆ อยู่ได้ และจะเร่งหาข้อสรุปให้จบได้ทั้งหมดภายในปีนี้

" คงปรับแผนเซาเทรินซีบอร์ด ไม่เป็นศูนย์กลางใหม่เหมือนที่อีสเทรินซีบอร์ดแล้ว โดยอาจจะปรับมาทำโครงการพวกลอจิสติกส์ แทน" นายณรงค์ชัยกล่าว

นายณรง์ชัยยังกล่าวอีกว่า โครงสร้างเศรษฐกิจไทยกำลังงจะเปลี่ยนเป็นเศรษฐกิจที่พึ่งภาคเกษตรและบริการมากขึ้น ซึ่ง บีโอไอ จะให้การสนับสนุนโครงการที่เกี่ยวข้องกับ เมดิคอร์ เซอร์วิส , เอทจิ้งแคร์ และบิวตี้แคร์เป็นต้น

จากที่ก่อนหน้านี้ บีโอไอ ได้รายงานภาวะการส่งเสริมการลงทุนช่วง 2 เดือนแรกของปี 2553 พบว่า มียอดขอรับการส่งเสริมลงทุนมูลค่ากว่า  7.88  หมื่นล้านบาทลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2552 ประมาณ 25 %  ทั้งนี้พบว่าจำนวนโครงการที่ยื่นขอรับส่งเสริมลงทุนเพิ่มขึ้น 60  % จาก 125 โครงการเป็น 200 โครงการ โดยอุตสาหกรรมที่มีผู้สนใจขอรับส่งเสริมลงทุนมากเป็นอันดับ 1 คือ บริการและสาธารณูปโภค มีเงินลงทุนรวม 4,94  หมื่นล้านบาท อันดับที่ 2 คือ อุตสาหกรรมเกษตร

มีมูลค่าการลงทุนรวม 9,900 ล้านบาทและอันดับ 3 คือ อุตสาหกรรมโลหะ เครื่องจักร และอุปกรณ์ขนส่งมีมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 7,300 ล้านบาทซึ่งการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศในช่วง 2 เดือนแรก พบว่า ญี่ปุ่นยังคงเป็นประเทศที่มีการลงทุนในประเทศไทยสูงสุด ทั้งจำนวนโครงการและเงินลงทุน โดยมีจำนวน 43 โครงการ คิดเป็นสัดส่วน 52 % ของโครงการลงทุนจากต่างประเทศทั้งหมด และมีมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 1.26 หมื่นล้านบาท

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69