
“ซูเปอร์ฮับ”ยายยนต์เอกชนมีโอกาสเป็นได้
แผนแม่บทอุตสาหกรรมยานยนต์ปี 2555-2559 ที่ยกร่างขึ้นโดยสถาบันยานยนต์มีเป้าหมายให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและการส่งออก (ฮับ) เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 แต่เมื่อการแข่งขันแย่งชิงความเป็นฮับในภูมิภาครุนแรงขึ้น แผนแม่บทของไทยจึงต้องตั้งเป้าหมายใหม่สู่การเป็น “ซูเปอร์ฮับ” โดยการยกระดับให้ไทยเป็นฐานการผลิตของโลกมิใช่แค่ในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งจะต้องประกอบไปด้วย ระบบซัพพลายเชนที่ครบวงจรและการสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อนำไปสู่ความยั่งยืนในอุตสาหกรรม
แผนแม่บทอุตสาหกรรมยานยนต์ปี 2555-2559 ที่ยกร่างขึ้นโดยสถาบันยานยนต์มีเป้าหมายให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและการส่งออก (ฮับ) เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 แต่เมื่อการแข่งขันแย่งชิงความเป็นฮับในภูมิภาครุนแรงขึ้น แผนแม่บทของไทยจึงต้องตั้งเป้าหมายใหม่สู่การเป็น “ซูเปอร์ฮับ” โดยการยกระดับให้ไทยเป็นฐานการผลิตของโลกมิใช่แค่ในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งจะต้องประกอบไปด้วย ระบบซัพพลายเชนที่ครบวงจรและการสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อนำไปสู่ความยั่งยืนในอุตสาหกรรม
หากพิจารณาศักยภาพของไทยในปัจจุบัน ไทยเป็นประเทศผู้ผลิตรถยนต์ที่มีการผลิตสูงติดอันดับ “ท็อปเทน” โดยปัจจุบันไทยอยู่ในอันดับที่ 10 ของโลกด้วยกำลังการผลิตในปี 2555 ที่ผ่านมาที่การผลิตจำนวน 2.2 ล้านคัน และกำลังจะก้าวขึ้นสู่อันดับที่ 9 ภายในปีนี้ด้วยกำลังการผลิต 2.52.6 ล้านคัน และคาดการณ์ว่าไทยจะมีกำลังการผลิตจำนวน 3 ล้านคันในปี 2560 และเพิ่มขึ้นเป็น 5 ล้านคันในปี 2565
เป้าหมายดังกล่าวหากมองในมุมของภาคเอกชนฐานะผู้ผลิตก็มีความเป็นไปได้อยู่ไม่น้อยเช่นกัน เพียงแต่ภาครัฐต้องปรับจูน พร้อมทั้งสนับสนุนปิดจุดอ่อน เสริมจุดแข็งกันอย่างจริงจัง
สุรีทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ถ้ามองจากพื้นฐานของอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยกับแนวความคิดดังกล่าวมีความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ไทยจะก้าวข้ามเป้าหมายเดิมจากการเป็นฮับในภูมิภาคอาเซียนไปสู่การเป็นผู้ผลิตรถในระดับโลก หรือ “ซูเปอร์ฮับ” ได้ เพราะปัจจุบันไทยถือได้ว่าเป็นดาวรุ่ง หรือ Shining Star ของอาเซียนอยู่แล้ว
เมื่อมองจากปัจจัยต่างๆ ตั้งแต่นโยบายการส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ความสามารถของบุคลากร และแรงงานในประเทศ จำนวนบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ที่มีอยู่ในประเทศซึ่งมีเกือบครบทุกบริษัทในโลก รวมถึงความแข็งแรงของเศรษฐกิจในประเทศ ล้วนสามารถผลักดันให้ไทยเดินไปสู่เป้าหมายตามแผนที่วางไว้ได้ ซึ่งในความเห็นของสุรีทิพย์มองว่า ปัจจัยที่จะก้าวขึ้นไปสู่ระดับ “ซูเปอร์ฮับ” ส่วนหนึ่งจะต้องประกอบไปด้วย
1.นโยบายส่งเสริมการลงทุนที่ดึงดูดนักลงทุน โดยรัฐบาลจะต้องศึกษาว่าประเทศคู่แข่งอื่นๆ มีการให้สิทธิประโยชน์อย่างไรบ้าง จากนั้นจึงมาปรับเพื่อจูงใจนักลงทุนขึ้นไปอีก
2.ระบบโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะการขนส่งที่ต้องได้เปรียบ ซึ่งขณะนี้ไทยมีท่าเรือน้ำลึกอยู่เพียงแห่งเดียวเท่านั้น
3.บุคลากรผู้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ในอุตสาหกรรมยานยนต์จะต้องมีคุณภาพไม่ด้อยกว่าประเทศอื่น
4.ผู้นำด้านการกำหนดมาตรฐานต่างๆ ซึ่งประเทศไทยจะต้องเป็นผู้กำหนดให้ประเทศอื่นใช้เกณฑ์มาตรฐานที่เรากำหนดขึ้นในฐานะผู้ผลิตรายใหญ่ของโลก
อีกปัจจัยหนึ่งที่มีความเป็นห่วงคือ วินัยของประเทศและความรู้ทางด้านภาษา ที่ไทยอาจมีไม่เท่าประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะด้านแรงงาน ที่ต้องมีนโยบายสนับสนุนในการพัฒนาในส่วนดังกล่าวด้วย
ด้าน ชัยณรงค์ ลิมป์กิตติสิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท รี้ด เทรดเด็กซ์ ผู้จัดงานมหกรรมแสดงเครื่องจักรและเทคโนโลยีเพื่อการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ “แมนูแฟกเจอริ่ง เอ็กซ์โป” กล่าวว่า ประเทศไทยถือได้ว่ามีความพร้อมในการเป็นฮับ และ “ซูเปอร์ฮับ” ของอุตสาหกรรมยานยนต์กว่าประเทศอื่นๆ
โดยเฉพาะความครบวงจรของผู้ผลิตชิ้นส่วนซึ่งถือได้ว่าเป็นปัจจัยสำคัญในอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์ เมื่อเทียบการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศต่อการผลิตรถยนต์ 1 คัน ประเทศไทยมีสัดส่วนการใช้อยู่ในระดับ 53% ขณะที่ประเทศอื่นๆ อาทิ อินโดนีเซียมีสัดส่วน 48% เวียดนาม 28% จีน 61% จุดนี้น่าจะเป็นจุดดึงดูดหนึ่งที่น่าสนใจของนักลงทุน และในอนาคตคาดว่ารัฐบาลจะมีส่วนในการสนับสนุนทางด้านสิทธิประโยชน์ในการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศในระดับที่สูงขึ้น
ในขณะที่มีความเป็นห่วงด้านปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่คาดว่าความต้องการจะสูงขึ้นเมื่อก้าวเข้าสู่ความเป็นฮับ หรือซูเปอร์ฮับนั้น คาดว่าในอนาคตมีความเป็นไปได้ที่การพัฒนาเครื่องจักรการผลิต หรือระบบการประกอบ (ออโตเมชั่น) จะเข้ามาทดแทนบางขั้นตอนการผลิตที่ต้องใช้จำนวนแรงงานมาก เพื่อลดปัญหาการขาดแคลนแรงงาน
การก้าวกระโดดมาเป็นซูเปอร์ฮับ ถือว่าเป็นแนวคิดการยกระดับหนีคู่แข่งขันที่ดี และเมื่อดูจากองค์ประกอบก็พอมีทางเป็นไปได้ แต่ต้องไม่ลืมความครบถ้วนในการพัฒนาทั้งระบบอย่างจริงๆ จังๆ มิเช่นนั้นก็อาจจะตกม้าตายง่ายๆ ได้เช่นกัน







