
ธนาคารลั่นดอกเบี้ยตลาดเงินเป็นขาขึ้น
แบงก์ลั่นดอกเบี้ยไม่ใช่ขาลง เหตุแบงก์เผยสินเชื่อไตรมาสแรกโตเกินคาดดีลซื้อสยามแม็คโครเฉียด 2 แสนล้าน ฉุดสภาพคล่องระบบตึงตัว
แบงก์ลั่นดอกเบี้ยไม่ใช่ขาลง เหตุแบงก์เผยสินเชื่อไตรมาสแรกโตเกินคาดดีลซื้อสยามแม็คโครเฉียด 2 แสนล้าน ฉุดสภาพคล่องระบบตึงตัว
แหล่งข่าวจากธนาคารพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในช่วง 23 สัปดาห์ที่ผ่านมา การแข่งขันระดมเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ได้ปรับตัวรุนแรงขึ้นค่อนข้างมาก คาดว่าเป็นผลมาจากการที่ภาพรวมสินเชื่อในไตรมาสแรกขยายตัวได้ดีกว่าคาด ประกอบกับการที่ธนาคารพาณิชย์บางส่วนมีแผนจะเข้าไปร่วมปล่อยกู้ในดีลซื้อกิจการ บริษัท สยามแม็คโคร มูลค่า 1.8 แสนล้านบาท ของ บริษัท ซีพี ออลล์ ทำให้หลายธนาคารจำเป็นต้องเร่งระดมเงินฝากเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ
“ตอนนี้แบงก์ใหญ่เริ่มแข่งขันดอกเบี้ยกับแบงก์ขนาดเล็กและธนาคารภาครัฐมากขึ้น โดยให้อัตราดอกเบี้ยเท่ากันจากที่เคยให้น้อยกว่า ทำให้ช่วงนี้แบงก์เล็กค่อนข้างลำบาก จากต้นทุนเงินฝากที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยังต้องจับตาดูอีกว่า ธปท.จะมีการนำ 4 มาตรการดูแลบาทมาใช้หรือไม่ เพราะนำมาใช้จะยิ่งทำให้สภาพคล่องตึงขึ้นอีก” แหล่งข่าวเปิดเผย
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า จากสภาพคล่องที่ตึงตัวและการแข่งขันเงินฝากที่รุนแรงในตลาด ทำให้มีความเป็นไปได้ว่า หากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติลดดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมรอบวันที่ 29 พ.ค.นี้ ธนาคารพาณิชย์อาจจะไม่ลดดอกเบี้ยตามในทันที เนื่องจากต้นทุนการจ่ายดอกเบี้ยเงินฝากยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะดอกเบี้ยเงินฝากพิเศษ
“ในภาวะที่มีความต้องการสินเชื่อในระบบสูง การลดดอกเบี้ยจะทำได้ยาก ซึ่งกรณีที่ กนง.ลดดอกเบี้ยแล้วธนาคารพาณิชย์ไม่ลดลงตามก็เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต” แหล่งข่าวเปิดเผยต่อ
นางกรรณิกา ชลิตอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ดอกเบี้ยเงินฝากปกติกับดอกเบี้ยเงินฝากพิเศษขณะนี้ต่างกันเป็นเปอร์เซ็นต์ หากเทียบกับธุรกิจเช่าซื้อซึ่งคิดดอกเบี้ยคงที่ 45% ต่อปี กับต้นทุนดอกเบี้ยเงินฝากอายุ 1 ปี ซึ่งเฉลี่ยอยู่ราว 3% บวกกับต้นทุนอื่นๆ จะเห็นว่าแบงก์ได้สเปรดบางมาก
ทั้งนี้ในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา สินเชื่อทั้งระบบเติบโตขึ้น 13% จากที่คาดการณ์ไว้ว่าสินเชื่อทั้งระบบน่าจะเติบโตได้ 11%







