
คุมธุรกิจไทม์แชร์ริ่ง1ต.ค.นี้
ขีดเส้นห้ามทำสัญญาเอาเปรียบลูกค้าบิดพลิ้วเจอโทษหนักทั้งจำและปรับ
ขีดเส้นห้ามทำสัญญาเอาเปรียบลูกค้าบิดพลิ้วเจอโทษหนักทั้งจำและปรับ
สคบ.ประกาศควบคุมสัญญาธุรกิจไทม์แชร์ริ่ง มีผล 1 ต.ค.นี้
นายไพโรจน์ คนึงทรัพย์ ผู้อำนวยการว่าด้วยสัญญา สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการว่าด้วยสัญญาได้ออกประกาศให้ธุรกิจการให้บริการจัดสรรเวลาเข้าใช้สถานที่พัก (ไทม์แชร์ริ่ง) เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2556 ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจจะต้องจัดทำสัญญาตามที่ สคบ.กำหนด หากไม่ปฏิบัติตามมีโทษทางอาญาคือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 เดือน
“ที่ผ่านมาได้รับการร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมากว่าซื้อสิทธิการเข้าใช้ห้องพักตามโรงแรมต่างๆ แล้ว แต่เมื่อไปใช้สิทธิกลับไม่ได้ตามข้อตกลงอ้างว่าห้องพักเต็มหรือได้ห้องพักไม่ได้ตามมาตรฐานที่ประกาศไว้” นายไพโรจน์ กล่าว
ทั้งนี้สาระสำคัญการออกประกาศกำหนดให้ธุรกิจไทม์แชร์ริ่งเป็นธุรกิจที่ต้องควบคุมสัญญา โดยจะกำหนดสาระสำคัญในสัญญาไม่ให้เอาเปรียบผู้บริโภค ซึ่งในสัญญาจะต้องประกอบด้วยเงื่อนไขสาระสำคัญที่ สคบ.กำหนด เช่น รายละเอียดผู้ประกอบธุรกิจและสถานที่พักที่ให้บริการ การกำหนดระยะเวลาการมีกรรมสิทธิหรือสิทธิ์ครอบครองในสถานที่พักแต่ละแห่งของผู้ประกอบธุรกิจ ประเภท ระดับ ราคา จำนวนสมาชิก และจำนวนสถานที่พักที่ให้บริการทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการให้บริการที่สมาชิกจะได้รับจากสถานที่พัก ให้กำหนดวันที่ให้สิทธิสมาชิกรับบริการจัดสรรเวลาเข้าใช้สถานที่พัก
นอกจากนี้ ในสัญญาต้องมีการบอกรายละเอียดเกี่ยวกับค่าสมาชิกและค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น อัตราค่าสมาชิก ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่มีการเรียกเก็บจากสมาชิก ค่าธรรมเนียมหรือค่าบำรุงสมาชิกรายปี ฯลฯ ในกรณีบอกเลิกสัญญาต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้บริโภคทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน และคืนเงินผู้บริโภคภายใน 30 วันนับแต่วันเลิกสัญญา







