
สภาพัฒน์ห่วงจีดีพีชะลอเสี่ยงจากศก.โลกค่าเงิน
สศช.ระบุ คือการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอเมริกา ยุโรป และค่าเงิน คือความเสี่ยงของเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลัง
สศช.ระบุ คือการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอเมริกา ยุโรป และค่าเงิน คือความเสี่ยงของเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลัง
นายปรเมธี วิมลศิริ รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า การเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ที่ สศช.ประมาณการว่าจะขยายตัว 4.5-5.5% จะสามารถเดินหน้าได้ตามแผนหรือไม่นั้น สศช.จะแถลงภาวะเศรษฐกิจและประมาณการขยายตัวของจีดีพีให้ทราบอีกครั้งในวันที่ 20 พ.ค.นี้
“สศช.จะแถลงความชัดเจนของจีดีพีให้รับทราบว่าเป็นอย่างไร แต่มองว่าปัจจัยเสี่ยงต่อระบบเศรษฐกิจช่วงครึ่งปีหลังนี้ ยังคงเป็นปัจจัยการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐและยุโรป รวมทั้งความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนที่มีผลกระทบภาคการส่งออกต่อเนื่อง” นายปรเมธี กล่าว
ทาง สศช.เห็นว่า การส่งออกยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ เพราะมีสัดส่วนถึง 60% ของมูลค่าจีดีพีประเทศไทย
นายปรเมธี กล่าวว่า อยากให้เอกชนติดตามการประชุมเกี่ยวกับผลกระทบของค่าเงินบาทเศรษฐกิจไทยร่วมกันระหว่างภาครัฐกับหน่วยงานด้านการเงินการคลังวันนี้อย่างใกล้ชิด ว่าจะมีมาตรการดูแลค่าเงินบาทออกมาหรือไม่ และหากมีมาตรการจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ส่งออกมากน้อยแค่ไหน
สำหรับสถานการณ์เศรษฐกิจประเทศเริ่มส่งสัญญาณอ่อนตัวลงช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ซึ่งปัญหาจากเงินบาทแข็งค่ากระทบภาคการส่งออกและการบริโภค ทำให้รัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านต่างๆ มากขึ้น โดยเฉพาะการลงทุนของภาคเอกชน โดยหลังจากปี 2555 ที่ผ่านมา พบว่ามีภาคเอกชนขอสนับสนุนการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) มากถึงประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท คาดว่าในครึ่งปีหลัง (2556) จะมีการลงทุนตามแผนงานที่เอกชนวางไว้ จะส่งผลให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ตามเป้า ขณะที่การเบิกจ่ายงบประมาณทั้งของหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ถือว่ามีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปีนี้เช่นกันรวมทั้งการเบิกจ่ายงบประมาณบางส่วนตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ.2555 วงเงิน 350,000 ล้านบาท จะช่วยกระตุ้นระบบเศรษฐกิจประเทศด้วย







