
บาทแข็งคนไทยแห่ซื้อของนอก
ธุรกิจบัตรเครดิตหรือบัตรพลาสติก ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความต้องการใช้จ่ายในประเทศที่มีต่อเนื่อง และการแข่งขันของผู้ประกอบการที่พยายามสรรหาแคมเปญทั้งสะสมแต้ม แลกของขวัญ ส่วนลดพิเศษ มาจูงใจให้ลูกค้าหยิบบัตรเครดิตออกมาใช้
ธุรกิจบัตรเครดิตหรือบัตรพลาสติก ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความต้องการใช้จ่ายในประเทศที่มีต่อเนื่อง และการแข่งขันของผู้ประกอบการที่พยายามสรรหาแคมเปญทั้งสะสมแต้ม แลกของขวัญ ส่วนลดพิเศษ มาจูงใจให้ลูกค้าหยิบบัตรเครดิตออกมาใช้
ล่าสุดธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานยอดการให้บริการบัตรเครดิตในระบบสถาบันการเงิน ณ สิ้นเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา พบว่า ทั้งระบบมียอดการใช้จ่ายทั้งสิ้น 1.21 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.04 หมื่นล้านบาท หรือ 9.38% เมื่อเทียบกับเดือน ก.พ.ที่มีการใช้จ่าย 1.11 แสนล้านบาท
ในจำนวนนี้พบว่า บัตรเครดิตที่ออกโดยธนาคารพาณิชย์ในประเทศมียอดการใช้จ่ายมากที่สุด รองลงมาเป็นบัตรของสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (นันแบงก์) แบ่งเป็น การใช้จ่ายในประเทศ 9.92 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 8,165 ล้านบาท หรือ 8.97% การใช้จ่ายในต่างประเทศ 7,452 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,560 ล้านบาท หรือ 26.48% และการเบิกเงินสดล่วงหน้าผ่านบัตร 1.48 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 687 ล้านบาท หรือ 4.88%
ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่ายอดการใชจ่าย้บัตรเครดิตในต่างประเทศปรับตัวสูงขึ้น 26.48% ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะที่ผ่านมาค่าเงินบาทไทยแข็งค่าทำให้ผู้ใช้บัตรจับจ่ายใช้สอยซื้อของในต่างประเทศมากขึ้น
สำหรับบัตรเครดิตทั้งระบบมีจำนวน 17.27 ล้านใบ เพิ่มขึ้น 1.35 แสนใบ หรือ 0.79% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า โดยทั้งหมดมียอดสินเชื่อคงค้าง 2.41 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,754 ล้านบาท หรือ 0.73% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเทียบการใช้จ่ายเป็นรายไตรมาส พบว่า ในสิ้นเดือน มี.ค. หรือสิ้นไตรมาสแรกปีนี้กับไตรมาส 4 ปีก่อน พบว่าการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตลดลงถึง 2.37 หมื่นล้านบาท หรือ 16.31% โดยการใช้จ่ายในประเทศลดลง 2.34 หมื่นล้านบาท หรือ 19.07%
ส่วนการเบิกเงินสดล่วงหน้าผ่านบัตรลดลง 964 ล้านบาท หรือ 6.13% ยกเว้นการใช้จ่ายในต่างประเทศเท่านั้นที่เพิ่มขึ้น 686 ล้านบาท หรือ 10.15% คาดว่าเป็นผลจากเงินบาทแข็งค่าขึ้นทำให้คนไทยนิยมใช้จ่ายในต่างประเทศมากขึ้น
นอกจากนี้ ธปท.ยังรายงานยอดการให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้กำกับของ ธปท. ณ สิ้นเดือน มี.ค.ที่ผ่านมาว่า มีจำนวนการใช้บริการสินเชื่อทั้งสิ้น 10.56 ล้านบัญชี เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า 7.63 แสนบัญชี หรือ 7.79%
โดยในจำนวนนี้มียอดสินเชื่อคงค้างทั้งสิ้น 2.71 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.83 หมื่นล้านบาท หรือ 7.26% จากไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคในประเทศที่ยังสูงต่อเนื่อง ส่งผลให้การกู้ยืมของครัวเรือนยังสูงต่อเนื่อง แม้อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อส่วนบุคคลจะสูงถึง 28% ต่อปีก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้คาดว่า ปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรในปี 2556 คงขยายตัวได้ราว 10-15% เมื่อเทียบกับปี 2555 หรือคิดเป็นมูลค่าการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตประมาณ 1.051.1 ล้านล้านบาท ส่วนจำนวนบัตรเครดิตในปี 2556 จะขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 1.2-1.5 ล้านใบ หรือเติบโตราว 79%







