
เงินบาทอ่อนสวนเศรษฐกิจ
ในสัปดาห์นี้ ทางสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 29.4029.80 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งยังเป็นกรอบที่อยู่ในแนวโน้มอ่อนค่า จากการคาดการณ์ของตลาดที่เพิ่มมากขึ้น เรื่องความเป็นไปได้ในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในการประชุมครั้งต่อไปปลายเดือนนี้ ประกอบกับช่วงเดือนนี้เป็นฤดูที่มีการจ่ายเงินปันผลของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ให้แก่ผู้ถือหุ้น ซึ่งรวมถึงผู้ถือหุ้นต่างชาติด้วย ทำให้แรงกดดันต่อการแข็งค่าของเงินบาทเริ่มผ่อนคลายลง
ในสัปดาห์นี้ ทางสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 29.4029.80 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งยังเป็นกรอบที่อยู่ในแนวโน้มอ่อนค่า จากการคาดการณ์ของตลาดที่เพิ่มมากขึ้น เรื่องความเป็นไปได้ในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในการประชุมครั้งต่อไปปลายเดือนนี้ ประกอบกับช่วงเดือนนี้เป็นฤดูที่มีการจ่ายเงินปันผลของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ให้แก่ผู้ถือหุ้น ซึ่งรวมถึงผู้ถือหุ้นต่างชาติด้วย ทำให้แรงกดดันต่อการแข็งค่าของเงินบาทเริ่มผ่อนคลายลง
อย่างไรก็ตาม หากมองในระยะยาวเงินบาทยังมีโอกาสที่จะกลับมาแข็งค่าขึ้นได้อีกจากระดับในปัจจุบัน จากปัจจัยพื้นฐานที่ดูดีกว่าประเทศเศรษฐกิจหลักที่ยังเผชิญกับอุปสรรคในการฟื้นตัวอย่างยั่งยืน ดังนั้นการป้องกันความเสี่ยงจึงยังคงเป็นเรื่องที่ภาคธุรกิจไม่ควรมองข้าม
สำหรับในสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทอ่อนค่าลงจากช่วงก่อน ถึงแม้ตัวเลขเศรษฐกิจในสัปดาห์ที่ผ่านมาจะสร้างความพอใจให้นักลงทุนทั่วโลก อาทิ การส่งออกของจีนที่เพิ่มขึ้น การขอเข้ารับสวัสดิการการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐที่ปรับลดลงไปอยู่ในระดับต่ำสุดมากกว่า 5 ปี ตลาดหุ้นในสหรัฐปรับขึ้นไปแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ติดต่อกันอยู่หลายวัน แต่ดูเหมือนว่าค่าเงินบาทจะไม่ได้ตอบสนองต่อข่าวดีของเศรษฐกิจโลกมากนัก เนื่องจากยังถูกกดดันด้วยความไม่แน่นอนเรื่องแนวทางการจัดการเงินทุนไหลเข้าของภาครัฐ
สำหรับสัปดาห์นี้ นักลงทุนยังคงต้องจับตามองความคิดเห็นจากทางการอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ในด้านเศรษฐกิจยังมีปัจจัยที่สำคัญหลายปัจจัย อาทิ การประกาศตัวเลข GDP ไตรมาสแรกปี 2556 จากยูโรโซน เยอรมนี ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และมาเลเซีย ข้อมูลการผลิตภาคอุตสาหกรรม ยอดค้าปลีกจากทั้งสหรัฐและจีน รวมถึงความเชื่อมั่นผู้บริโภคและตัวเลขจากตลาดที่อยู่อาศัยสหรัฐ
ค่าเงินบาทในสัปดาห์ที่ผ่านมา เปิดตลาดที่ระดับ 29.53 ในช่วงต้นสัปดาห์ มีการรายงานข่าวเรื่องที่คณะรัฐมนตรีได้มีการพิจารณาแนวทางการดูแลค่าเงินบาทตามที่ทางธนาคารแห่งประเทศไทยได้เสนอ ซึ่งรวม 4 มาตรการ ได้แก่ ระยะเวลาขั้นต่ำในการถือครองพันธบัตร การกำหนดให้นักลงทุนต่างชาติทำประกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน การกันสำรองเงินทุนไหลเข้า และการห้ามต่างชาติซื้อพันธบัตรของธนาคารกลาง โดยปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า หากเงินบาทยังเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 29.50-29.60 ก็ยังไม่จำเป็นต้องใช้มาตรการใดๆ
ในช่วงกลางสัปดาห์ การคาดการณ์เรื่องปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเริ่มกลับมาอีกครั้งหลังจากที่การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางเกาหลีใต้มีมติให้ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% สู่ระดับ 2.5% สาเหตุที่ตลาดให้ความสนใจกับมติครั้งนี้เป็นเพราะว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายเกาหลีใต้ที่ปรับมาต่ำกว่าของไทย อาจเป็นการสร้างแรงจูงใจให้นักลงทุนต่างชาติสนใจในสินทรัพย์ไทยมากขึ้นตามไปด้วย โดยการกลับมาคาดการณ์การลดอัตราดอกเบี้ยทำให้เงินบาทปรับอ่อนค่าลงอีกช่วงปลายสัปดาห์ ณ วันศุกร์ เหรียญสหรัฐ/บาท อยู่ที่ 29.70
ค่าเงินยูโร เปิดตลาดที่ระดับ 1.3113 โดยสัปดาห์ก่อนข้อมูลจากเยอรมนีออกมาในเชิงบวกมากขึ้น จากทั้งคำสั่งซื้อภาคโรงงาน ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม และตัวเลขการส่งออก ประกอบกับการที่ตลาดตอบรับต่อการประมูลพันธบัตรอายุ 10 ปีของโปรตุเกสเป็นอย่างดี ณ วันศุกร์ ยูโร/เหรียญสหรัฐ อยู่ที่ระดับ 1.2998 (เวลาประมาณ 18.00 น.)
ค่าเงินเยน เปิดตลาดที่ระดับ 98.57 ช่วงต้นสัปดาห์เงินเยนยังอยู่ในแนวโน้มแข็งค่า และเคลื่อนไหวในกรอบแคบ แต่ในช่วงปลายสัปดาห์ เงินเยนปรับอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็วถึง 1.6% ภายในวันเดียว ประกอบกับญี่ปุ่นออกไปซื้อพันธบัตรต่างชาติมากขึ้นหลังจากที่เป็นผู้ขายสุทธิติดต่อกันมาเป็นเวลากว่า 6 สัปดาห์ ซึ่งเป็นสัญญาณสำคัญ เนื่องจากเป็นจุดเริ่มต้นบ่งชี้ถึงความมีประสิทธิภาพของการใช้นโยบายการเงินแบบเชิงรุกที่ญี่ปุ่นได้ประกาศไปเมื่อต้นเดือน เม.ย. โดย ณ วันศุกร์ เหรียญสหรัฐ/เยน อยู่ที่ระดับ 101.62
เงินบาทอ่อนค่าสุดในรอบ 2 เดือน
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์เงินบาทสัปดาห์นี้อาจเคลื่อนไหวในกรอบ 29.4029.80 บาท/เหรียญสหรัฐ โดยคงต้องจับตาความคืบหน้าเกี่ยวกับประเด็นเพดานหนี้ของสหรัฐ รวมถึงสัญญาณและท่าทีของทางการในการดูแลค่าเงินบาทหลังจากที่หลายหน่วยงานจะมีการหารือกันกับคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) ในวันที่ 13 พ.ค. ขณะที่ต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ ได้แก่ ผลสำรวจภาวะธุรกิจของเฟดสาขานิวยอร์ก ผลสำรวจภาวะธุรกิจของเฟดสาขานิวยอร์ก ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพ.ค. ยอดค้าปลีก ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจ ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย การเริ่มสร้างบ้าน การอนุญาตก่อสร้าง การผลิตภาคอุตสาหกรรม และอัตราการใช้กำลังผลิตเดือนเม.ย. ข้อมูลเงินทุนไหลเข้าสุทธิ สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนมี.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
ทั้งนี้ในสัปดาห์นี้จะมีการตัดจ่ายเงินภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือนผ่านระบบธนาคารในช่วงต้นสัปดาห์ รวมถึงการปิดสำรองสภาพคล่องรายปักษ์ของธนาคารพาณิชย์ในวันอังคารและเข้าสู่ปักษ์ใหม่ในวันพุธ คาดว่าอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในตลาดเงินน่าจะยังทรงตัวต่อเนื่องใกล้ระดับ 2.75%
สำหรับสัปดาห์ที่ผ่านมาเงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 2 เดือน ท่ามกลางแรงหนุนเงินเหรียญสหรัฐ จากข้อมูลจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐที่ลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 5 ปีครึ่ง นอกจากนี้นักลงทุนยังใช้ความระมัดระวังก่อนที่จะมีการหารือสถานการณ์ค่าเงินบาทระหว่างหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ กระทรวงการคลัง และกนง. ในวันนี้ด้วยเช่นกัน
เงินบาทปลายสัปดาห์ก่อนอ่อนค่าแตะระดับ 29.75 บาท/เหรียญสหรัฐ ก่อนจะฟื้นตัวเล็กน้อยมายืนที่ระดับ 29.70 บาท/เหรียญสหรัฐ เทียบกับระดับ 29.61 บาท/เหรียญสหรัฐ ในสัปดาห์ก่อนหน้า
อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นค่อนข้างทรงตัว โดยมีการตัดจ่ายเงินภาษีหัก ณ ที่จ่ายผ่านระบบธนาคารในช่วงต้นสัปดาห์ ขณะที่สภาพคล่องไหลกลับเข้าสู่ระบบธนาคารพาณิชย์หลังวันหยุดยาว ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยอินเตอร์แบงก์ประเภทกู้ยืมข้ามคืน (Overnight) มีระดับหนาแน่นที่ 2.65% ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน ส่วนอัตราผลตอบแทนถัวเฉลี่ยที่ประมูลได้ของธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรแบบทวิภาคี (Bilateral Repo) ระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน อยู่ที่ 2.748992.75% เทียบกับ 2.749252.75% จากสัปดาห์ก่อน
ด้านเงินเยนทะลุ 101 เยน/เหรียญสหรัฐ แตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 4 ปีครึ่งใกล้ 101.75 เยน/เหรียญสหรัฐ หลังจากที่จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี สะท้อนสัญญาณที่ดีขึ้นของตลาดแรงงาน ขณะที่เจ้าหน้าที่เฟดบางรายแสดงความเห็นที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับประเด็นข้อดีข้อเสียของมาตรการเข้าซื้อพันธบัตรของเฟด อย่างไรก็ดีเงินเยนปรับตัวขึ้นช่วงสั้นๆ ต้นสัปดาห์ในฐานะสกุลเงินที่ปลอดภัยท่ามกลางความตึงเครียดในอิหร่านและซีเรีย ปลายสัปดาห์เงินยูโรปรับตัวอยู่ที่ 1.2994 เทียบกับระดับ 1.3113 เหรียญสหรัฐ ต่อยูโรในวันศุกร์ก่อนหน้า ส่วนเงินเยนอยู่ที่ 101.60 เทียบกับ 99.02 เยนต่อเหรียญสหรัฐ ในวันศุกร์ก่อนหน้า
ขณะที่เงินยูโรกลับมาอ่อนค่าลงช่วงปลายสัปดาห์ หลังจากที่ได้รับแรงหนุนในช่วงต้นกลางสัปดาห์จากข้อมูลคำสั่งซื้อและการผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีเดือนมี.ค. ที่สดใสกว่าตัวเลขคาดการณ์ของตลาด นอกจากนี้ผลการประมูลพันธบัตรระยะยาวของรัฐบาลโปรตุเกสได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน ก็เป็นปัจจัยบวกต่อเงินยูโรเช่นกัน
อย่างไรก็ดี เงินยูโรต้องลดช่วงบวกลงทั้งหมด และกลับไปอ่อนค่าลงในช่วงท้ายสัปดาห์ โดยถูกกดดันจากผลการประมูลพันธบัตรรัฐบาลสเปนที่น่าผิดหวัง และการคาดการณ์ต่อสัญญาณผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติมจากธนาคารกลางยุโรป (ECB)
ด้านตลาดทุนสัปดาห์นี้ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย คาดว่า ดัชนีจะมีแนวรับที่ 1,594 และ 1,584 ขณะที่แนวต้านคาดว่า จะอยู่ที่ 1,640 และ 1,680







