
โบรกเกอร์ประสานเสียงหนีก่อนหุ้นไทยรูดหนัก
ตลาดหุ้นไทยรูดหนักตามคาด เช้าวันนี้ดัชนีดำดิ่งไปต่ำสุดกว่า34จุดหรือประมาณ 5% ก่อนมีแรงไล่ซื้อหุ้นกลับมาติดลบน้อยลง เคลื่อนไหวแถว760จุด
บล.เอเซียพลัส แนะนำให้นักลงทุนปรับพอร์ตขายหุ้นและถือเงินสดเพิ่มขึ้นเป็น 70% หลังคาดว่าดัชนีจะแกว่งตัวลงตามเศรษฐกิจของประเทศที่มีแนวโน้มชะลอตัวลงในงวด 6 เดือนแรกของปีนี้ จากผลกระทบของปัจจัยการเมืองในประเทศ
ทั้งนี้แนะนำขายหุ้นที่ได้รับผลกระทบจากการเมืองโดยตรง ทั้งในกลุ่มโรงแรม ค้าปลีก และขนส่ง เช่น ERAWAN, CENTEL, MINT, CPN, MAJOR, AOT, THCOM, THAI และให้เลือกถือ/ซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว ในหุ้นพลังงาน ที่ป้องกันความเสี่ยงเรื่องเงินเฟ้อได้คือ PTTEP, LANNA, TTW, EASTW, GLOW
บล.กสิกรไทยมองตลาดหุ้นช่วงสั้น อาจลงไปทดสอบที่แนวรับ 756 จุด ดังนั้นเเสนอกลยุทธ์ลดความเสี่ยงระยะสั้นด้วยการ
1)ขายหุ้นทำกำไรออกมาส่วนหนึ่ง แม้เชื่อว่าทุกฝ่ายกำลังหาทางออก โดยคงไม่มีการสลายการชุมนุมอีก โดยทางออกที่เป็นไปได้มี 4 แนวทาง
1) แก้รัฐธรรมนูญ โดยไม่ทำประชามติ และยุบสภาภายในไม่เกิน 6 เดือน
2) นายกฯ ลาออก และจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติตามข้อเสนอพรรคเพื่อไทย
3) นายกฯ ลาออก และให้ผู้อื่นขึ้นมาเป็นนายกฯ พร้อมแก้รัฐธรรมนูญ และประกาศยุบสภาและ
4) ยุบสภาทันที และจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่
โดยเรามองว่าไม่ว่าจะเป็นทางเลือกใดตลาดหุ้นจะตอบสนองในเชิงบวก เนื่องจากตลาดชอบความชัดเจน เพียงแต่ทางออกที่ 2-3 มีความเป็นไปได้น้อย ขณะที่ทางออกที่ 1 เป็นบวกมากที่สุด และทางออก4 เป็นบวกน้อยที่สุด ดังนั้นสำหรับนักลงทุนระยะกลางถึงยาว เรามองตลาดหุ้นปรับฐานเป็นโอกาสในการสะสมหุ้นในกลุ่มพลังงานและธนาคาร รวมถึงกลุ่ม ที่มีรายได้จากการบริโภคภายในประเทศ
ด้านบล.ธนชาต เตือนมาว่า หากหมกมุ่นกับการเมืองมากไป ก็อาจทำให้มองข้ามศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจไทย โดยธนชาตคาด GDP ปีนี้โต 4% และกำไรของบริษัทจดทะเบียน ดิมคาดโต 15% แต่อาจเก่งกว่านั้น หลังเราทยอยปรับขึ้นกำไรของบริษัทขนาดใหญ่ในสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะครอบครัวปตท. และบริษัทปูนซิเมนต์ไทย(SCC) ขณะที่กลุ่มธนาคารพาณิชย์จะมีกำไรไตรมาสแรกปีนี้ออกมาดีมาก โดยธนาคารกรุงศรีอยุธยา( BAY )แจ๋วสุด







