posttoday
กสทช.บี้ค่ายมือถือลด3จี15%

กสทช.บี้ค่ายมือถือลด3จี15%

12 พฤษภาคม 2556

เป็นประเด็นที่อยู่ในความสนใจของคนไทย กับค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3จี ว่าจะลดราคาลงหรือไม่ ล่าสุด กสทช.สั่งให้ค่ายมือถือที่ให้บริการ 3จี ต้องลดค่าบริการ 15%

เป็นประเด็นที่อยู่ในความสนใจของคนไทย กับค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3จี ว่าจะลดราคาลงหรือไม่ ล่าสุด กสทช.สั่งให้ค่ายมือถือที่ให้บริการ 3จี ต้องลดค่าบริการ 15%

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า กสทช.ได้ส่งหนังสือแจ้งเตือนไปยังผู้ให้บริการ 3จี ใหม่ทั้ง 3 ราย ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค บริษัท ดีแทค เนทเวอร์ค และบริษัท เรียลฟิวเจอร์ ต้องลดค่าบริการ 3จี ลงจากแพ็กเกจเดิม 15% หากไม่ดำเนินการตามที่กำหนด มีโทษพักหรือยกเลิกใบอนุญาต (ไลเซนส์) 3จี เพราะตามเงื่อนไขใบอนุญาตที่ให้เอกชนเมื่อวันที่ 7 ธ.ค.ปีที่ผ่านมา กำหนดให้ผู้รับไลเซนส์ทั้ง 3 ราย ต้องลดค่าบริการที่เป็นตัวเงินลง 15% ไม่ใช่เป็นการเพิ่มสิทธิพิเศษด้านข้อมูล หรือดาต้า เช่น สปีดเร็วขึ้น วิดีโอคอลที่เพิ่มขึ้น เป็นต้น หากไม่ดำเนินการถือว่าฝ่าฝืนมาตรา 15 พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม ปี 2544

ขณะที่เอกชนได้ขานรับนโยบาย โดย วิเชียร เมฆตระการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเอไอเอส กล่าวว่า ทีมการตลาดอยู่ระหว่างการคิดแพ็กเกจ 3จี คาดว่าจะพร้อมประกาศให้ผู้ใช้รับทราบโดยเร็ว เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า แต่เชื่อว่าแพ็กเกจใหม่จะมีความคุ้มค่ากว่า หากคิดค่าบริการต่อการใช้งานทั้งด้านเสียงและอินเทอร์เน็ต จะเปรียบเทียบได้ว่ามีอัตราการบริการที่ถูกลงมากกว่า

เคาะราคาทีวีดิจิตอล

ร้อนแรงน่าติดตามไม่แพ้การตั้งราคาค่าแพ็กเกจ 3จี กับการประมูลทีวีดิจิตอล ล่าสุด กสท.ได้เคาะราคาทีวีดิจิตอลแล้ว

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) กิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า การประชุมบอร์ดเมื่อวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา มีมติสรุปราคาเริ่มต้นประมูลช่องรายการ 24 ช่อง แบ่งเป็นช่องรายการคมชัดสูง (ไฮเดฟิเนชั่น) 7 ช่อง เริ่มต้นที่ 1,510 ล้านบาท ช่องรายการทั่วไป (สแตนดาร์ด) 7 ช่อง เริ่มต้น 380 ล้านบาท รายการข่าว 7 ช่อง เริ่มต้นที่ 220 ล้านบาท และรายการเด็ก เยาวชน ครอบครัว 3 ช่อง เริ่มต้นที่ 140 ล้านบาท โดยราคาดังกล่าวจะทำให้ได้ราคารวมขั้นต่ำ 1.51 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นมูลค่าที่นำไปสนับสนุนอุปกรณ์รับชม 22 ล้านครัวเรือน ที่ราคากล่องละ 690 บาท

กสทช.บี้ค่ายมือถือลด3จี15%

 

 

 

 

 

 

ตรึงราคาอาหารฟู้ดเซ็นเตอร์

ปากท้องเป็นเรื่องสำคัญ แม้ค่าแรงขั้นต่ำจะปรับราคา 300 บาท แต่ราคาสินค้าที่ทยอยปรับราคาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่รัฐบาลต้องเข้ามาเร่งแก้ไข โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค ล่าสุดกรมการค้าภายใน ได้ประชุมร่วมกับผู้ประกอบการห้างค้าปลีก และศูนย์อาหาร ที่มีสาขารวมกันประมาณ 300 แห่งทั่วประเทศไทย ได้ขอความร่วมมือไม่ให้ผู้ประกอบการปรับราคาอาหารสำเร็จรูป เมนูแนะนำไม่เกิน 2530 บาท เป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี หลังการปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ภาคครัวเรือน ตามนโยบายกระทรวงพลังงาน คาดว่าจะมีผลเดือน มิ.ย.นี้

บุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ผลกระทบจากการขึ้นราคาแอลพีจีภาคครัวเรือนยังไม่ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับราคาค่าอาหารสำเร็จรูปขึ้นในขณะนี้

คาดราคายางขาขึ้น

ภายหลังที่ ถาวร เสนเนียม สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะ ได้ยื่นหนังสือถึงรัฐบาลให้แก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รมช.เกษตร ระบุว่า ราคายางไม่ตกต่ำอย่างที่นายถาวรเข้าใจ ทั้งนี้ในการหารือร่วมกับสมาคมผู้ส่งออกยางและเอกชนที่ส่งออกยางรายใหญ่ พบว่าสถานการณ์ราคายางพาราในขณะนี้มีแนวโน้มขาขึ้น เนื่องจากมีออร์เดอร์จากต่างประเทศเข้ามาหลายแสนตัน และใน 3 สัปดาห์ที่ผ่านมาราคายางขึ้นมาถึง 13 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) ทำให้เห็นว่าขณะนี้ราคายางถือว่าอยู่ในช่วงขาขึ้น เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นต้องมีมาตรการอะไรออกมาช่วยเหลือ

โดยภาคเอกชนแจ้งว่ามีออร์เดอร์นำยางพาราจากประเทศจีนเข้ามาหลายแสนตัน ทำให้คาดว่าราคายางเอฟโอบีในสัปดาห์นี้เป็นต้นไปจะเริ่มขยับไปถึง 95 บาทต่อ กก. และในเดือน มิ.ย. คาดว่าจะเคลื่อนไหวประมาณ 95-100 บาทต่อ กก.

อย่างไรก็ตามเพื่อแก้ไขปัญหาราคายางพาราในระยะยาว นายกฯ ได้สั่งการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คมนาคม อุตสาหกรรม และพาณิชย์ ไปเร่งศึกษาความคุ้มทุนในการทำถนนยางพารา เพื่อหาข้อสรุปที่จะได้นำมาใช้ในโครงการ 2.2 ล้านล้านบาทของรัฐบาล ทั้งระบบรางและถนนมอเตอร์เวย์ รวมถึงการตั้งเมืองอุตสาหกรรมยางพาราหรือรับเบอร์ซิตี้ในภาคใต้เพื่อส่งเสริมการใช้ยางในประเทศเพิ่มขึ้น ตามยุทธศาสตร์เพิ่มมูลค่าการใช้ยางพาราในประเทศ โดยให้สภาพัฒน์เป็นเลขานุการของคณะกรรมการชุดนี้

สำหรับมาตรการเพิ่มเงินจูงใจเกษตรกรให้โค่นยางพาราเก่าเพื่อปลูกยางใหม่ จาก 1.6 หมื่นบาทเป็น 2.6 หมื่นบาทต่อไร่นั้น รมช.เกษตรได้ตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมา 1 คณะโดยให้ สุวิทย์ ชัยเกียรติยศ รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เป็นประธานศึกษาและสรุปตัวเลขการใช้เงินทั้งหมดว่าหากโค่น 2.5 แสนไร่ หรือตามเป้าหมาย 4 แสนไร่จะต้องใช้งบประมาณเท่าใด ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน เนื่องจากขณะนี้กองทุนเงินค่าธรรมเนียมการส่งออกยางพารา (เงินเซส) เก็บที่อัตรา 3 บาทต่อ กก.และมีภาระปีละ 9,000 ล้านบาท

กสทช.บี้ค่ายมือถือลด3จี15%

 

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล